Born-to-Be

[Fic] Born to Be #3 [YunJae][YuSoo]

posted on 05 Mar 2008 15:17 by deumbeui  in Born-to-Be

Fiction : Born to Be# 3

Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae

Author: Deumbeui 

 

"ไง? ชกใครตายไปรึยังล่ะ? "

 

"......"

 

ไร้เสียงตอบรับจากสองสาวเพื่อนรักที่นอนแผ่อยู่บนโซฟายาว เพราะทั้งคู่ดูท่าจะขาดอากาศหายใจตายเพราะทิชชู่ที่ยัดอยู่ที่ทั้งจมูก หู และปาก

 

"ชกใครบ้าอะไรล่ะ..ฉันเลือดจะหมดตัวตายละ เห้อ"เสียงแหบแห้งเหมือนโลมาขาดน้ำเอ่ยขึ้นหลังจากที่ตวัดครีบเอาทิชชู่ที่ยัดอยู่ที่ปากออก

 

"อย่างไอนี่นะจะชกใคร เล่นแหลว่าชกไม่เป็น เหอะ และแหม แนบชิดซะ เอาตัวแฝงเป็นปรสิตเข้าไปอยู่ในตัวยูชอนซะเลยสิ"หญิงสาวอีกคนดึงทิชชู่ออกจากปากบ้างก่อนหันไปกัดเพื่อนโลมาของตน ตาโตหรี่เล็กอย่างหมั่นไส้

 

"ถ้าทำได้ฉันทำนานละ พอเหอะ เลิกพูดชื่อยูชอนสักสองนาทีเถอะนะ"พูดพลางตวัดครีบคว้าทิชชู่ยัดเข้าจมูกเพิ่มเพราะเลือดไหลออกมาอีกหลังจากได้ยินชื่อของหนุ่มในฝัน

 

ตั้งแต่กลับมาบ้าน ทั้งแจจุงและเซียยังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเอาทิชชู่ยัดตามส่วนของร่างกายที่เลือดไหลออกมาไม่หยุด เพราะเพียงแค่คิดถึงใบหน้าหล่อคมของหนุ่มรูปงามทั้งสอง เลือดก็พาลจะทะลักพุ่งพรวดทุกครั้งไป..

 

"แค่วันแรกก็แบบนี้ แล้ววันต่อๆไป พวกเธอไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้เลือดกันเลยรึยังไงเนี่ย? "ชางมินที่เห็นสภาพเพื่อนตัวเองเยี่ยงศพก็พลันส่ายหัว ก่อนจะทิ้งตัวลงหน้าแลปท๊อปเครื่องหรูกระชับแว่นให้เข้าที่ก่อนจะเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น

 

เวลามาค้างบ้านแจจุงทำงานกลุ่ม

 

ก็มีแต่กูทำทุกที - -*

 

 

"แล้วพวกเขาไม่คุ้นหน้าพวกเธอบ้างเรอะ? "ส่งเสียงถาม แต่ใบหน้ายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ มือเรียวพิมพ์งานอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องมองแป้นพิมพ์

 

"โอ้ย จะคุ้นบ้าอะไรล่ะ? ปกติก็เรียนกันคนละตึก แถมหน้าทอมๆอย่างฉันเขาคงไม่ใส่ใจอะไรนักหรอก"ถึงรูปร่างจะเหมือนผู้ชาย แต่มันก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี ยุนโฮคงไม่ได้ชายตาสนใจอยู่แล้วล่ะ เหอะ

 

"ใช่ อีกอย่างนะ ผมสั้นกุดจนเหมือนจะบวชพระอยู่ละ หน้าบวมกระสอบทรายยังยอมแพ้..ฉันไม่แน่ใจว่าในสภาพแบบนี้เราจะชนะใจสองคนนั้นได้นะแจจุง"

 

"มันต้องได้สิ วันนี้สองคนนั้นทำท่าสนใจเราอยู่ไม่น้อยนะ"แจจุงว่าพลางคิดถึงเรื่องวันนี้ นอกจากเซียที่โดนมิกกี้ชวนเป็นคู่ซ้อม ตัวเขาเองก็โดนเรียกไปสอนส่วนตัวโดยมีถึงไม้ถึงมืออยู่ไม่น้อย

 

น่าจะได้มากกว่านี้ ไม่งั้นแม่ได้ลากเข้าโรงแรมตั้งแต่วันแรกแน่ หึหึ

 

 

"โอ้ย ก็น่าจะรู้นะว่าสองคนนั้นน่ะ ขี้หลีขั้นเทพ หน้าตาระดับนางงามเกาหลีอย่างเราก็คงมีกระทบกระทั่งกระบอกม่านตาบ้างล่ะ"เซียว่าพลางโบกครีบโลมาไปมา คิ้วเรียวขมวดอย่างครุ่นคิด

 

 

ชางมินเคาะแป้นผิดทันที

 

นางงามเกาหลีงั้นเรอะ?!

 

 

คนนึงยังกะโลมาถูกนึ่ง อีกคนก็นักกล้ามลักเพศ

 

ถ้าได้เป็นนางงามระดับประเทศแล้วละก็

 

ช่างน่าเวทนาเกาหลีแท้ๆ..

 

 

"เอาไงดีล่ะ? "หลังจากครุ่นคิดจนสมองโลมาที่มีอยู่น้อยนิดแทบระเบิด ก็ยังหาคำตอบที่พอใจไม่ได้ จึงโบ้ยไปถามเพื่อนสาวอีกคน

 

"ถึงเวลาเราต้องงัดจริตเสน่ห์สาวแล้วล่ะ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ชายจะมีดีกว่าผู้หญิงอย่างพวกเราหรอก เชื่อสิ"หญิงสาวว่าอย่างแววตาส่องประกายโชติช่วงมุ่งมั่นราวกับกำลังทำงานระดับชาติก็ไม่ปาน

 

 

คอยดูเถอะ

 

งานนี้ต้องสละโสดให้ได้

 

ไฟติ้ง!!!

 

 

……………..

……………………………

 

 

"เห้ย มาม่าไหม้แล้วไอ้ยูชอน...อะไรวะ เพ้อขั้นสติหลุดเลยรึไง?"

 

"จุนซูเขาอยู่โรงเรียน S จริงๆหรอวะ? ทำไมกูพลาดได้ไง โรงเรียนใกล้ๆแค่นี้"มิกกี้ยังคงไม่ใส่ใจกับมาม่าตรงหน้า ตาเรียวหรี่มองทอดออกไปอย่างใช้ความคิด

 

น่ารักแบบนี้

 

ทำไมหลุดรอดมือ ปาร์ค ยูชอน ไปได้นะ!?

 

 

"ไอ้ห่า ช่วยดูมาม่ามึงหน่อย ไหม้จนเกรียมแล้ว มึงจะทำหมี่กรอบราดหน้ารึยังไง ไอนี่"ยุนโฮที่ดูยังควบคุมสติได้มากกว่าเข้ามาพลางผลักเพื่อนร่างสูงที่ยังใช้ความคิดไม่เลิกออกให้พ้นทางก่อนปิดเตา และหันมามองอย่างตำหนิ

 

"มึงไม่ต้องมามองกูแบบนั้น เห็นนะ มองอยู่นั่นน่ะ ไม่กินเขาเข้าไปด้วยเลยล่ะ กูไม่ควบสองก็บุญแค่ไหนละ"

 

"มึงไม่ต้องมายุ่งเลย อยู่กับโลมาของมึงไป แจจุงน่ะ... "

 

"อะไร"

 

 

[b]"คนนี้กูจอง"[/b]

 

"โอ้โห ออกปากตีตราขนาดนี้ เอาจริงรึไง"

 

"หรือจะให้กูเอาจุนซู?"

 

 

[b]"อย่าหวังซะให้ยาก คนนี้ปาร์ค ยูชอนถูกใจ แม้แต่มึง..ก็ห้ามแหยม"[/b]

 

………….

……………………..

 

 

"โอ้ย วันนี้ตายแน่เลยว่ะแจจุง"

 

"เออดิ ฉันว่าไปโรงพยาบาลให้เลือดกันก่อนดีกว่าป่ะ? "

 

 

หญิงสาวสองคนที่มาถึงชมรมก่อนใครกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างอ่อนแรง..เนื่องจากเสียเลือดไปมาก - -* มือเรียวไร้เรี่ยวแรงต่างก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เร็วที่สุดเพราะเกรงว่าใครจะมาเห็นเข้า

 

เมื่อเสื้อผ้าชุดนักเรียนถูกปลดทิ้งทั้งหมดแล้ว ทั้งคู่ก็หมกมุ่นขะมักเขม่นกับผ้าพันหน้าอกกันอย่างเร่งรีบ แต่ทว่า...

 

 

แกร๊ก!

 

 

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าของเสียงสองคนที่กำลังพูดคุยกันก็ลอยมากระทบหูสองสาวที่กำลังแต่งตัวกันครึ่งๆกลางๆ ทำเอาทั้งคู่จ้องหน้ากันเหงื่อแตกพลั่ก

 

 

ซวยแล้วกู!

 

เสียงเท้าเข้าใกล้มาเรื่อย ต่างคนก็ต่างมองหน้ากันอย่างไร้หนทาง...จนสุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย ต่างคนต่างวิ่งกันตาเหลือกเข้าซ่อนตัวในตู้ล๊อกเกอร์อย่างเงียบเชียบและปิดประตูแง้มไว้ให้น้อยที่สุด

 

"ช่วงนี้ซ้อมอ้วกแน่ จะแข่งแล้ว ชินดงนี่เคี่ยวสุดๆเลยเหอะ"

 

"นั่นดิ ครั้งนี้เห็นว่าคู่แข่งหินสุดๆไปเลย"

 

เสียงหล่อของสองคนที่ไม่ต้องเห็นหน้าค่าตา สองสาวคิมก็บอกได้อย่างไม่ต้องลังเลว่าเป็นใครนั้นพูดถึงการแข่งขันชกมวยที่กำลังจะมีขึ้นอีกไม่นานนี้อย่างออกอรรถรส...เสียงนั่นเข้าใกล้มาจนหยุดอยู่แถวบริเวณที่เยื้องจากล๊อกเกอร์ของสองสาวที่ซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก..

 

แจจุงที่อยู่ล๊อกเกอร์ใกล้กว่าของเซียแทบจะหยุดหายใจทันทีเมื่อเห็นเงาลางๆของชายหนุ่มร่างสูงหยุดยืนหันหลังให้ตรงหน้าพอดี

 

 

ที่ออกจะเยอะแยะ..

 

ทำไมต้องมาเปลี่ยนเสื้อแหกปากคุยกันตรงหน้ากูด้วยเนี่ย!!??

 

 

ส่วนเซียที่อยู่ถัดจากล๊อกเกอร์ของแจจุงไปไม่ไกลก็แทบจะอุดเสียงโลมาของตัวเองไม่ทันเมื่อมีเสียงเปิดล๊อกเกอร์อันด้านข้างที่ตัวเองใช้ซ่อนตัวอยู่

 

 

อะไรจะแจ๊คพอตแตกเยี่ยงนี้

 

ล๊อกเกอร์มีเป็นร้อย ทำไมกูเลือกมาซ่อนอันข้างๆของมิกกี้วะเนี่ย

 

นี่ถ้าเขาเลือกพลาดไปอันนึงล่ะ...

 

โอ้ยนึกภาพหน้ามิกกี้ออกเลยล่ะ

 

 

"เสื้อกูหายว่ะ"มิกกี้ที่เปิดล๊อกเกอร์ออกกว้างพลางควานหาเสื้อซ้อมของตนทุกซอกทุกมุม

 

"อ่าว แล้วมึงไปเขวี้ยงไว้ไหนล่ะ? "

 

"เชี่ย ถ้ากูจำได้ จะถามมึงเพื่อ? "

 

"ไอ้เวร แล้วความผิดกูรึไง?.. "

 

 

 

แจจุงทำตัวลีบอยู่ในล๊อกเกอร์อย่างยากลำบาก..

 

ล๊อกเกอร์ใช่จะใหญ่มากมาย..

 

ขยับไปไหนก็ไม่ได้..

 

จะตายแล้วนะโว้ย!!

 

 

ร่างเล็กคิดอย่างหงุดหงิดพลางกลั้นหายใจเป็นระยะ แขนขาวขยับเล็กน้อยอย่างอึดอัดและบังเอิญแขนเจ้ากรรมดันไปชนเข้ากับเสื้อสีดำแขนกุด...ใบหน้าใสเอียงหันไปมอง คิ้วสวยขมวดเป็นปม จมูกทำหน้าที่สูดดมกลิ่นบางอย่างจากเสื้อตัวนั้นอย่างลืมตัว..

 

กลิ่นโคโลญคุ้นๆแฮะ..

 

 

"เสื้อมึง ใช่ที่เสื้อกล้ามสีดำรึเปล่าวะ? "

 

"เออตัวนั้นแล่ะ..ห่า จริงๆกูไม่ได้อยากใส่ไอ้ตัวนั้นนักหรอก ซักก็ยังไม่ได้ซัก แต่กูรู้สึกจะลืมเสื้อมานี่สิ"

 

 

"รู้สึกจะอยู่ในล๊อกเกอร์กูมั้ง วันนั้นกูโยนใส่เข้าไปถ้าจำไม่ผิด"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!

 

ตาโตเบิกโพลงกว้างพร้อมๆกับเสียงกรี๊ดโลกถล่มที่ได้ยินอยู่คนเดียวในใจ..

 

 

จะว่าเซียแจ๊กพอตแตกแล้วล่ะก็...

 

แจจุงคงเรียกว่าถูกรางวัลล๊อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่งห้าครั้งซ้อนเลยทีเดียว..

 

 

ความน่าจะเป็นที่ล๊อกเกอร์อันที่ร่างบางใช้ซ่อนตัวอยู่จะเป็นของยุนโฮ..ถ้าคำนวณจากสูตรแล้วล่ะก็..ลิมิตของคำตอบเป็น 0 กันเลยทีเดียว

 

แต่ร่างบางกลับเป็นส่วนหนึ่งอันน้อยนิดนั้นที่เป็นไปได้..

 

เรียกว่าโชคดีหรือเคราะห์ซวยกันแน่วะเนี่ย?!!!..

 

 

"เดี๋ยวกูหาก่อน"

 

 

ชิบหาย ชิบหาย ชิบหาย!!!!

 

 

ตอนนี้แจจุงหวังว่าเท้าตัวเองสามารถแปลงร่างเป็นสว่านเจาะพื้นไปมุดตัวหายไปจากตรงนั้นอย่างลมๆแล้งๆ

 

มือเรียวยาวของคนที่อยู่ด้านนอกกำลังจะเอื้อมมาเปิดประตูตู้อีกไม่ถึงหนึ่งจุดศูนย์หกวินาทีข้างหน้านี้..แต่คนในล๊อกเกอร์ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากสบถคำหยาบเรือหายตลอดเวลา

 

ทุกอย่างที่ลงทุนมา จะยอมให้ล่มง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ!!!!

 

โอ่ย ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย!!!??

 

 

 

นิ้วเรียวยาวกำลังจะแตะที่ด้ามจับ..

 

 

 

ตากลมโตหลับปี๋เตรียมรับชะตากรรมอย่างไร้หนทาง

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

หัวใจเต้นแรงเสียจนเหมือนกับว่าถ้ามันออกมาได้ มันคงออกมาเต้นโชว์ฮิพฮอพ บีบอยให้ดูเป็นขวัญตาอย่างไม่ต้องสงสัย..

 

 

 

 

มือใหญ่กำเข้าที่ด้ามจับเป็นที่เรียบร้อย...

 

 

 

พระเจ้า!!?

 

มีคาถาแปลงกายให้เป็นแมลงวันมั้ยเนี่ย?!!!!

 

 

สาบานเลย ถ้าลูกรอดออกไปได้

 

ลูกจะยอมทำงานเป็นนายแบบสิบงานเลยเอ้า!!

 

 

 

ประตูล๊อกเกอร์กำลังจะถูกดึงเปิดออก..

 

และ..

 

.

.

 

 

 

"เห้ย ไม่ต้องละมึง กูเจอเสื้อละ...สงสัยแม่บ้านที่บ้านเอามาใส่กระเป๋าตอนกูไม่อยู่"

 

 

เสียงพลุและประทัดและเสียงโห่ร้องดีใจนับแสนกำลังถูกจุดขึ้นและส่งเสียงดังแก้วหูแตกในจิตใจของแจจุง รอยยิ้มพรายผุดขึ้นบนดวงหน้า มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อที่ออกมาเป็นกะละมังบนหน้าผากออกอย่างโล่งใจ

 

 

สรุปพระเจ้าอยากให้เขาเป็นนายแบบมากเลยใช่มั้ย?

 

ทำไมพระองค์ไม่ปั้นให้ลูกเป็นตั้งแต่แรกไปเลยล่ะ?!

 

 

เขาจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับไอ้ภารกิจแปลงเพศมัดใจบ้าบอนี่

 

และไม่งั้นป่านนี้เขาคงได้ยุนโฮเป็นสามีไปแล้วแน่ๆ

 

 

"ไอ้เวร รีบๆเข้าเลย ขี้เกียจฟังชินดงบ่น"

 

"เออๆ"

 

 

แกร๊ก~

 

ปัง!

 

 

"เฮืออออออออกกกกก!!!~ "

 

เมือสิ้นเสียงปิดของประตูห้องแต่งตัว สองสาวก็ก้าวออกจากตู้ล๊อกเกอร์อันแสนอึดอัดและทรมานแทบจะในทันที และถอนหายใจราวกับกลัวว่าถ้าไม่รีบ มันอาจจะพองคับปอดและระเบิดออกมาได้..

 

"โว้ยแม่ง เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ? ครั้งหน้าเราต้องพันหน้าอกมาจากบ้านแล้วมั้งแจจุง"เซียว่าพลางอยู่ในสภาพผ้าพันหลุดรุ่ย เพราะความตื่นเต้นเมื่อกี๊เขาจึงเผลอใช้มือจิกทึ้งตัวเองไปทั้งตัว

 

"ไม่ต้องพูดมากเลย ดูฉันดิ๊ ซ่อนที่ไหนไม่ซ่อน เสือกซ่อนล๊อกเกอร์ยุนโฮ กูจะดับชีวีตัวเองตายเอาแล้วเนี่ย"

 

"อิยะฮะฮ่า ฮะฮ่า ฮะฮ่า... "เสียงหัวเราะโลมาดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ แถมเจ้าตัวยังเสริมอารมณ์โดยการงอตัวและโยกตัวไปข้างหน้าข้างหลังเป็นการประกอบจังหวะหัวเราะได้อย่างลงตัว..

 

"หุบปากซะ เดี๋ยวปั๊ดหั่นครีบทิ้งซะนี่ รีบๆเหอะ เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาอีก ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ"

 

 

สองสาวใช้เวลาอีกไม่นานก็แต่งตัวเสร็จ รีบเผ่นออกจากห้องแต่งตัวพาตัวเองมาอยู่ในห้องชมรมเป็นที่เรียบร้อย

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียนได้สักพักแล้ว คนในชมรมจึงเริ่มหนาตามากขึ้น..ตามมุมห้องเริ่มมีคนจับจองพื้นที่วอร์มอัพและยืดเส้นยืดสายกันอย่างขะมักเขม่น..

 

ขณะที่สองสาวกวาดตามองไปทั่วห้องนั้น ก็สะดุดเข้ากับแสงออร่าที่เปล่งประกายแสบตาออกมาจากสองหนุ่มหล่อประจำเกาะเกาหลี...คนหนึ่งอยู่ในชุดแขนกุดสีขาวขายาวและอีกคนอยู่ในชุดแบบเดียวกันแต่เป็นสีดำกำลังยืนเท่ห์คุยกับชินดงประธานชมรมที่ทำหน้าเครียดอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก..

 

 

"แย่แล้วว่ะยูชอน คยูมันป่วยว่ะ"

 

"อ่าว..เป็นอะไรวะ? "

 

"โดนรถชน มือเข้าเฝือก ใช้การไม่ได้"

 

"เวร แล้วทีนี้จะเอาไงล่ะ? "

 

"ฉันอยากให้นายสองคนลองมองหาคนที่พอจะไปแข่งแทนไอ้คยูที"

 

"ในค่ายเรามีแต่อายุยังไม่ถึงน่ะสิ แถมฝีมือก็ยังไม่ถึงขั้นคยูด้วย"ยุนโฮที่กำลังยัดนวมใส่มือทั้งสองข้างเอ่ยบ้าง..

 

"ไว้เดี๋ยววันนี้ฉันจะลองมองๆดูก็แล้วกันว่ามีใครเข้าขั้น"มิกกี้ตัดสินใจพูดขึ้นหลังจากทำสีหน้าหล่อปนเครียดสักพัก

 

"ยังไงก็ฝากหน่อยละกัน วันนี้ฉันต้องไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องแข่งนี่แล่ะ นายสองคนก็อย่าลืมซ้อมล่ะ ครั้งนี้ห้ามแพ้นะเว้ย"หนุ่มร่างใหญ่ประธานชมรมกล่าวพลางตบหลังทั้งคู่

 

"เคยเห็นกูแพ้ใครรึไง? "

 

"เออๆ ไปล่ะ.. "

 

 

 

"ยูชอนลงแข่งด้วยหรอฮะ? "

 

 

ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยและหันไปมองเจ้าของเสียงที่อยู่ห่างจากตัวไปไม่ไกลนักก่อนจะครางในใจอย่างอดไม่อยู่

 

ร่างบางตรงหน้าอยู่ในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและขาสั้นสีเข้มที่เผยขาเนียนขาวใสที่โดนแสงอาทิตย์ยามเย็นขับผิวให้ยิ่งผ่องขึ้น เสียงหวานกับหน้าตาจิ้มลิ้มและดวงตาเรียวดำขลับอันเป็นประกายนั่นส่งเสียงถามอย่างไร้เดียงสา คอเอียงเล็กน้อยพอน่ารัก..

 

แม่เจ้าโว้ย!!

 

ไก่ขันไม่ออกก็คราวนี้แล่ะ!!?

 

 

"ครับ พวกเราสองคนลงรุ่นเฮฟวี่เวจ"

 

"แบบนี้ก็ต้องซ้อมหนักเลยสิฮะ"นี่ก็อีกคน เสื้อคว้านลึกไม่พอใช่มั้ย? และนั่นอะไรกางเกงบางกว่านี้ได้อีก ไหนจะดวงตาบ้องแบ๊วกลมโตหวานใสกับปากอิ่มแดงระเรื่อที่ถูกกัดนิดๆพอยั่วนั่นด้วย

 

นี่กะจับปาดคอหมีขาวและย่างกินกันเลยใช่มั้ย!!!

 

 

"พวกเราจะเป็นกำลังใจให้นะฮะ.. "ทั้งสองหนุ่ม(เทียม)ยิ้มตาปิดไปให้ ทำเอารังสีเจิดจ้าแวววับสะท้อนเข้าดวงตาคมของสองชายหนุ่มจนต้องแอบหันหลังปาดเหงื่อปาดน้ำลายที่ใกล้หกร่อมร่อกันเลยทีเดียว

 

 

"ถ้างั้น วันนี้รบกวนแจจุงช่วยเป็นคู่ซ้อมให้หน่อยละกันนะครับ"เมื่อตั้งหลักได้ ยุนโฮก็ไม่รอช้า ป้อนขนมจีบถึงปากแดงทันที

 

"แบบนี้ผมก็แย่สิฮะ โดนซ้อมน่วมแน่เลย"เจ้าตัวเอียงคอเล็กน้อย ดัดเสียงให้ดูน่าฟังมากยิ่งขึ้น ตาโตหรี่ลงพอเซ็กซี่

 

 

 

น่ารัก

 

น่ารัก

 

น่ารักจนคนตรงหน้าแทบจะลงไปดิ้นพรากๆขาดใจตายให้ได้!?

 

 

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมจะได้สอนแจจุงต่อจากเมื่อวานด้วยไง"

 

"ไปนะครับ"

 

 

ไม่หวังที่จะรอคำตอบ แขนเรียวยาววาดออกไปวางรอบเอวของคนตรงหน้าก่อนจะพาเดินกันไปอีกทางทันที..

 

 

"แล้วจุนซูว่างที่จะไปเป็นคู่ซ้อมให้ผมรึเปล่าล่ะครับ? "

 

"แล้วยูชอนจะยอมให้ผมตอบปฏิเสธรึเปล่าล่ะฮะ? "

 

 

มิกกี้อมยิ้มเล็กน้อยกับคำตอบแสนน่ารักนั่นก่อนจะใช้มือข้างที่ยังไม่สวมนวมรวบมือเล็กและออกเดินไปด้วยกันอย่างไม่รอช้า..

 

.

.

.

 

 

 

"แบบนี้นะ ถ้าฝั่งตรงข้ามชกมาทางซ้าย ให้ทิ้งน้ำหนักตัวตรงกลางแต่แค่เอียงหัวไปทางขวา ลองดูนะ"

 

ร่างบางพยักหน้ารับรู้อย่างเอ็นดู หัวคอยเอียงหลบตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนให้ก่อนจะแสร้งทำผิดบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้แลดูไม่น่าสงสัย

 

 

ก็แหม อยู่ค่ายมวยแต่เด็ก

 

มีหรอ กะอีแค่หลบฮุคซ้ายขวาเนี่ย

 

เขาจะหลบไม่ได้!?

 

 

 

"ลองอีกรอบนะครับ"

 

"ฮะ.. "

 

 

"อ๊ะ...โอ๊ยย"

 

หลังจากหลบฮุคซ้ายฮุคขวาไปหลายฮุค พอมาถึงฮุคที่ร่างบางจะต้องเคลื่อนย้ายทั้งตัวเพื่อหลบและสวนกลับ ข้อเท้าก็ดันแพลงซะนี่..ร่างเล็กเซขวาเล็กน้อย แต่ก่อนที่ตัวจะหล่นถึงพื้น มือเรียวยาวของคนตรงหน้าก็ช้อนตัวไว้ทันการ

 

"ไม่เป็นไรนะครับ?"

 

 

ถ้าตามละครหรือหนังทั่วไป..

 

นางเอกควรตอบว่า..

 

ไม่เป็นสินะ..

 

 

 

"เป็นฮะ"

 

ตอบเสียงดังฉะฉานยิ่งกว่าท่องอาขยาน

 

 

"เจ็บตรงไหนครับ?..เดินไหวรึเปล่า? "

 

 

 

"ไม่ไหวอะ ยุนโฮอุ้มหน่อยได้มั้ยฮะ? "

 

 

 

เออ!!!ให้มันได้อย่างนั้นสิ

 

ไม่มีการวางฟอร์ม

 

ไม่มีการปฏิเสธ

 

ไม่มีการทำตัวเหมือนนางเอกในละครน้ำเน่า

 

ครบเซ็ตนางร้ายสมบูรณ์แบบ!!

 

 

ถ้าหวังจะได้ยินประโยคที่ว่า

 

"ไม่เป็นไรฮะ"

 

"ไหวฮะ ผมเดินเองได้ ไม่รบกวนยุนโฮหรอกฮะ"

 

 

 

คนอ่านคิดผิดมหันต์แล้วล่ะ!!

 

 

ฟิกเรื่องนี้น่ะ

 

ผู้หญิงจีบผู้ชายนะ

 

ไม่ใช่ผู้ชายจีบผู้หญิง

 

 

ขืนมัวทำตัวเป็นนางเอก

 

แล้วชาตินี้จะหาสามีได้ไงล่ะ?

 

 

จริงมั้ย(ฮะ)คุณผู้อ่าน?

 

 

^ ^

 

 

 

 

 

 

 

 

2BC

 

[Fic] Born to Be #2 [YunJae][YuSoo]

posted on 05 Mar 2008 14:05 by deumbeui  in Born-to-Be

Fiction : Born to Be# 2

Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae

Author: Deumbeui 

 

 

ปัง!!

 

 

"ชางมิน!... "

 

เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ มือเรียวจับแว่นให้เข้าที่ก่อนจะส่งสายตาเชิงถามไปยังคนที่ตบโต๊ะเสียงดังและเรียกชื่อเขา

 

 

"นายต้องช่วยพวกเรา! "

 

"ไม่ ฉันบอกพวกเธอไปแล้ว ว่าถ้าเป็นไอ้เรื่องแปลงเพศวิปริตบ้าบออะไรนั่น ฉันขอไม่เกี่ยวด้วย"

 

"โอ้ยย มันปลงไม่แปลงมันแล้ว ความคิดนั้นใครว่าจะทำกัน? "

 

 

อ่าว เห้ย!

 

ถ้างั้นแล้วใครกันล่ะ ที่เมื่อวานประกาศปาวๆว่าจะแปลงเพศเป็นเกย์เพื่อรักแท้นั่นน่ะ!

 

 

"อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ...ไอ้เป็ด"เด็กสาวมองหน้าเพื่อนชายด้วยหางตา ส่วนอีกคนก็ฟึดฟัดหงุดหงิดรำคาญฟาดหางโลมาซ้ายทีขวาที

 

ชางมินยังคงส่งสีหน้าเป็นคำถามออกไปจนแจจุงเอือมระอา คาดว่าถ้าไม่เล่าให้มันฟัง มันจะต้องไม่ให้ความร่วมมืออย่างแน่แท้..

 

"ก็คือว่า.... "

 

 

.

.

.

 

"เอ่อ........ "

 

 

"หมอคะ พวกเราจริงจังนะคะ เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที"หญิงสาวพิงพนักเก้าอี้แรงๆก่อนจะหันหนีหน้าเอ๋อไร้สติของหมอที่คลีนิคศัลยกรรมแห่งหนึ่ง

 

 

ไปมาจะห้าสิบกว่าคลีนิค

 

 

ทุกที่หมอก็ทำหน้าเอ๋อแบบนี้กันหมด

 

 

ไม่เข้าใจ

 

ชายอยากเปลี่ยนเป็นหญิง

 

 

แล้วหญิงอยากเปลี่ยนเป็นชาย(ที่เป็นเกย์)มันผิดกันตรงไหนวะ?!!

 

 

 

 

 

"คือเขาไม่ทำกันหรอกนะครับ แปลงเพศจากหญิงเป็นชายน่ะครับ"

 

 

"โอ้ยหมอ ทุกที่ก็พูดแบบนี้ ฉันล่ะไม่เข้าใจ มันจะต่างกันตรงไหนกะอีแค่ตัดและต่อกันคนละที่เนี้ย?? "เด็กสาวตัวเล็กกว่าหน่อยอีกคนเริ่มแว๊ดเสียงโลมาอย่างไม่พอใจ

 

 

"ใช่ๆๆ มันก็แค่เปลี่ยนจากที่เคยเพิ่มอะไรที่มันกลมๆมาเป็นแท่งๆ มันจะยากมากขนาดนั้นเลยเรอะ? "

 

 

 

 

โอ้ พระเจ้า!!!

 

 

ตั้งแต่เรียนจบและเป็นหมอมา ไม่เคยจำคำถามพิสดารบ้าบออะไรขนาดนี้มาก่อน

 

 

มันต่างสิแม่คู๊ณ

 

 

ไอ้ก้อนกลมๆนั่นน่ะ มันโปะและยึดติดกับไอ้หน้าอกแบนๆได้

 

 

แต่แท่งๆมันจะห้อยออกมาได้ยังละครับเนี่ย??

 

 

 

 

"ว่าไงล่ะหมอ??!!! "

 

 

"คือถ้าพวกคุณจะต้องการรู้เหตุผลที่แท้จริงและลึกซึ้งแล้วล่ะก็ ผมคิดว่าผมอาจจะต้องสอนเรื่องเซลล์ตั้งแต่พื้นฐานในวิชาชีวะ และเรื่องการเชื่อมต่อและสร้างเซลล์ พ่วงถึงวิชาเลขความน่าจะเป็นและ.. "

 

 

"พอละหมอ ไม่ลากเคมี ฟิสิกส์ การเคลื่อนที่เป็นแนววิถีโค้งครอบจักรวาลมาเลยล่ะ..ขอคำตอบสั้นๆง่ายๆโอเคป่ะ? "

 

 

"เห้อ...ก็บอกไปแล้วไงครับ แต่พวกคุณก็ยังดึงดันกัน...มันไม่ได้ก็คือไม่ได้ คิดถึงหลักความเป็นจริงหน่อยสิครับ อีกอย่างที่นี่รับศัลยกรรมนะครับ ไม่ใช่แปลงเพศ - -*"

 

 

"โว้ยไม่ทำก็ไม่ทำ ไปเหอะจุนซู"

 

 

 

 

.

.

.

 

 

"ฉันบอกแล้ว พวกเธอประสาทกันเองนิ... "

 

"โหยอะไรล่ะ ก็ฉันเห็นว่ามันน่าจะมีทางนิ ทีผู้ชายมันยังแปลงกันได้ แล้วอะไรกะอีแค่สลับเปลี่ยนกันหน่อยเดียว"แจจุงโวยเสียงแหลม พลางทำหน้าหงุดหงิด

 

"แต่คิดไปคิดมาไม่ทำก็ดีแล้วนะแจจุง ต้องมีไอ้แท่งๆและก็ลูกๆอะไรก็ไม่รู้ห้อยโตงเตง หนักตายเลย"เซียว่าพลางทำท่านึกถ้าตัวเองแปลงเป็นผู้ชายเต็มตัวโดยเสริมไอ้แท่งๆห้อยๆนั่นแล้วพลันส่ายหัวและนั่งขนลุก

 

"เป็นบุญดั่งฉันได้ลอยขึ้นสวรรค์ดาวดึงส์เลย ที่พวกเธอสองคนล้มเลิกความคิดบ้าๆนั่นได้สักที"

 

"ใครบอกพวกเราล้มเลิก?"

 

 

ชางมินเลิกตาขึ้น

 

 

"นายนั่นแล่ะต้องช่วยพวกเรา"

 

"ฉันอยากเป็นหมอในอนาคตไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำเรื่องพวกนี้ได้หรอกนะ"

 

"ไม่ใช่เว้ย...ฉันแค่จะถามว่า..ยุนโฮกับยูชอนน่ะ เขาอยู่ชมรมชกมวยใช่มั้ย? "

 

"แล้วไง? "

 

"ชมรมนี้เปิดให้คนนอกโรงเรียนเข้าร่วมได้ด้วยสินะ"เซียพูดพลางเอาครีบโลมาเคาะคางไปมาอย่างใช้ความคิดหนัก...

 

ชางมินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ...ตอนนี้แจจุงมองหน้าเซียอย่างรู้กันและรอยยิ้มชั่วร้ายต่างก็จุดขึ้นที่มุมปากของแต่ละคน...

 

 

"นายต้องทำให้เราสองคนเป็นสมาชิกชมรมนั้!! "

 

 

"อ้อ ถ้าอยากตั้งชมรมมวยหญิง อันนี้ฉันพอช่วยได้"

 

"ไม่ใช่!!! ฉันจะเข้าชมรมมวยผู้ชายเท่านั้น"

 

"ก็มันของผู้ชาย พวกเธอจะเข้าไปยังไงล่ะ? "

 

"ก็ใครบอกว่าพวกเราจะเข้าไปในคราบผู้หญิงกันล่ะ? "

 

.

.

 

 

 

ร้านตัดผม

 

 

"ทรงนี้ดีป่ะ? "

 

"ไม่อ่ะ ฉันว่าทรงนี้ดีกว่านะ ทรงนั้นยังดูเป็นผู้หญิงไป"

 

"แต่ฉันว่าทรงนั้นมันม้วนไปรึเปล่า? "

 

"พวกเธอไม่โกนหัวไปเลยล่ะ นั่นน่ะ ไม่ถูกสงสัยแน่"ชางมินที่ถูกลากมาแต่เช้าตรู่ในวันหยุดของสัปดาห์หาวไปพลางแนะนำเพื่อนสองสาวที่ง่วนอยู่กับการเลือกทรงผมที่จะตัดให้เหมือนผู้ชาย แม่งซวยกูทุกที ไหนบอกเรื่องนี้จะไม่พึ่งกูไม่ใช่รึไงวะ - -*

 

 

ใช่แล้วล่ะ

 

สรุปแล้วสองสาวคิมของเรานั้นก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดไอ้แปลงเพศนั้นซะทีเดียว..

 

 

ในเมื่อแปลงจากข้างในไม่ได้...

 

ก็แปลงมันข้างนอกนี่แล่ะ...

 

ยังไงซะรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาก็ทำคนเข้าใจผิดได้โดยง่ายอยู่แล้ว...

 

ถ้าแต่งเสริมอีกหน่อยละก็...

 

ไม่มีใครสงสัยแน่นอน..

 

 

"ว่าไง พวกเธอเลือกได้รึยัง? "เด็กหนุ่มลูกชายเจ้าของร้านทำผมที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนเล่นตอนเด็กๆของทั้งสามเดินมาจับไหล่พลางเหลือบมองทรงผมต่างๆในหนังสือที่แจจุงและเซียกำลังเลือกอยู่

 

ตอนที่สองสาวนี่เล่าเรื่องให้ฟังและมาขอความช่วยเหลือทำเอาทงเฮช๊อคจนกรรไกรซอยเกือบทิ่มคอคนที่เขาตัดผมอยู่ตอนนั้นเลยล่ะ - -*

 

"ทงเฮว่าทรงนี้โอเคป่ะ? "แจจุงว่าพลางชี้ไปที่ทรงผมหนึ่ง ซึ่งชางมินที่แอบเหลือบมองไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง..มันช่างเหมือนรวงข้าวที่งอกไม่เต็มที่แถวทุ่งนาชัดๆ..

 

"ฉันว่าทรงนี้ดีกว่าเหอะ"เซียว่าพลางชี้ไปอีกทรงที่อยู่ถัดไปจากรูปที่แจจุงชี้สามรูป...

 

ชางมินมองด้วยความเอือมระอา หนวดแมลงสาบยังต้องอายเลยล่ะมั้ง ทรงนั้นน่ะ ยังกะเรดาร์ทรงแปดเหลี่ยม..

 

"ฉันว่าพวกเธอไม่ต้องเลือกแล้วล่ะ"

 

"เดี๋ยวฉันตัดให้เลยละกันแล้วค่อยๆบอกมาว่าอยากให้เสริมตรงไหน"ทงเฮมีความเห็นในใจเหมือนกับชางมินอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจจัดการเองคงจะดีกว่า...เรื่องฝีมือด้านตัดผมของทงเฮระดับ Expert Professional ไม่แพ้ช่างตัดผมมือหนึ่งตามร้านดังๆทั่วไปเลยล่ะ

 

 

"ทงเฮ ข้างๆอะสั้นอีกนิดดิ๊"

 

"เห้ย แจจุง แค่นี้ยังสั้นไม่พออีกหรอ? หน้าฉันจะบวมเป็นหมีควายแล้วนะ"เซียท้วงขึ้นเมื่อเพื่อนสาวบอกให้ทงเฮตัดผมของเขาสั้นเข้าไปอีก..

 

 

ไม่ไหวนะ..

 

หน้าเขาในตอนนี้ถ้าเอาจุดสีแดงแต้มตรงจมูก..

 

คนเขาก็คิดว่าเป็นซาลาเปาไส้โลมาได้ไม่ยากเลยล่ะ...

 

จะให้ตัดอะไรมันอีกเนี่ย?!!

 

 

"หน้าฉันก็ผู้ชายแล้วนะ ไอ้ที่โดนทักไปถ่ายโฆษณาเด็กทั้งหลายแหล่ก็เห็นอยู่ว่ามันก็โฆษณาเด็กผู้ชายทั้งนั้น แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะเว้ย"

 

"ไม่ได้ เธอน่ะตัวเตี้ยนะ อะไรที่ทำให้ดูเหมือนผู้ชายมากที่สุดได้ก็ต้องทำสิ"

 

"เธอมันก็ตาโตผิวขาวเกินความจำเป็นเหมือนกันนั่นแล่ะ"

 

"แต่ฉันก็มีคนมาชวนเป็นนายแบบนะ ไม่ใช่โฆษณาขนมเด็กละกัน"

 

 

"พวกเธอหุบปากและก็ให้ทงเฮจัดการเหอะ"ชางมินที่อดรนทนฟังมานานพูดขึ้นพลางตะกายตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ที่เมื่อกี๊เขาเผลอไหลเลื้อยตัวนอนหลับไป..

 

ทีตอนแรกน่ะบ่นกันแทบตายว่าไม่อยากเหมือนผู้ชาย...

 

ตอนนี้ดันมาเถียงกันว่าใครเหมือนผู้ชายมากกว่ากัน..

 

 

ความรักมันเปลี่ยนคนได้มากมายจริงๆ...

 

ความจริงข้อนี้ชางมินเข้าใจและยอมรับมันได้โดยไม่ต้องพึ่งสมการใดในวิชาเลขพิสูจน์คำตอบให้เขาเลยด้วยซ้ำ..

 

 

 

............

.....................

 

ณ ผับหรูใจกลางเมือง

 

 

"ไง คุณหมอคิบอม หน้าหงิกมาเชียว เกิดไรขึ้นวะ? จีบคนไข้คนไหนไม่ติดอีกล่ะ? "

 

"เปล่า แต่งวดนี้กูเจอคนไข้ประหลาด... "ผู้มาใหม่ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม มือใหญ่คว้าแก้วเหล้าตรงหน้าก่อนจะกระดกทีเดียวหมดแก้ว...

 

"ประหลาด? แล้วไอ้ประหลาดนี่คือถูกใจหรืออะไรวะ? "ยุนโฮถามลูกชายเพื่อนแม่ที่โตกว่าหลายปีแต่สนิทราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน...สายตาพลางจับจ้องมองตามเด็กหนุ่มร่างเล็กอ้อนแอ้นที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไป...

 

"ตอนเดินเข้ามาก็คิดอยู่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พอคุยก็รู้ละว่าผู้หญิง น่ารักแม่งทั้งคู่เลยนะเว้ย แต่แค่ท่าทางดูห้าวเหมือนผู้ชายมากไปหน่อย...กูยังงงเลยจะมาศัลยกรรมอะไรวะหน้าตาแม่งก็ดีอยู่แล้ว... "

 

"แล้วไอ้ที่ว่าประหลาด คือแค่มึงแยกไม่ออกว่าเขาเป็นชายหรือหญิงน่ะนะ? "มิกกี้ที่กำลังเทเบียร์ใส่แก้วตัวเองเอ่ยขึ้นบ้าง

 

"ไม่ใช่ เขามาบอกกูว่าจะแปลงเพศเป็นผู้ชาย! "

 

 

"เออ ดีแฮะ สงสัยคงเบื่อๆแบบพวกเราล่ะมั้ง 555+"ยุนโฮพูดพลางอดขำไม่ได้..

 

"ตอนฟังแม่ง แทบหงายหลังตกเก้าอี้ แถมเจ้าตัวยยืนยันนอนยันจะผ่าตัดแปลงเพศให้ได้ กูล่ะโคดจะกลุ้ม.. "

 

"มึงก็น่าจะลองดูนะ คนไข้แบบนี้ เจอมึงครั้งสองครั้ง อาจจะไม่อยากแปลงเพศแล้วก็ได้"มิกกี้ว่าพลางหัวเราะหึหึ...

 

"พ่อมึงสิ กูหมอศัลยกรรม ไม่ใช่หมอแปลงเพศนะเว้ย"

 

"จะอะไรก็เอาเหอะ พวกมึงอยากกลับก็กลับก่อนได้เลยนะ วันนี้กูอยากออกกำลังกาย.. "ยุนโฮว่า พลางเดินไปหาเด็กหนุ่มที่จ้องตั้งแต่เข้าผับมาตลอดจนนั่งที่เก้าอี้เมื่อกี๊...คุยกันสักพักก็เดินหายกันออกไปจากผับ..

 

"พวกมึงนี่ ชีวิตสุขีดีนะ... "

 

"เออ อยู่แบบนี้ล่ะดีละ เบื่อพวกผู้หญิง"มิกกี้ว่าอย่างไม่หยี่หระ สายตาสอดส่องมองหาหนุ่มที่ถูกใจ..เพราะวันนี้เขาก็ชักอยากจะออกกำลังกายเหมือนกัน..

 

 

.

.

.

 

 

วันรุ่งขึ้น

 

 

"พวกเธอจะเอาจริงๆใช่มั้ย? "

 

"แน่สิ ลงทุนขนาดนี้แล้วนะ"

 

ชางมินส่ายหัวเมื่อเห็นเพื่อนสาวทั้งสองคนของเขาตรงหน้า..

 

ทั้งสองอยู่ในชุดทะมัดทะแมง เสื้อยืดสีหม่นกางเกงกีฬาขายาวสีกรมท่า ทรงผมสั้นที่ซอยรากไทรได้รูปแบบผู้ชายด้วยฝีมือของทงเฮ อุปกรณ์ต่างๆใส่รวมอยู่ในกระเป๋าที่พาดหลัง..

 

เหมือนผู้ชายจริงๆนั่นแล่ะ - -*

 

 

"งั้นรอตรงนี้ ฉันจะไปคุยกับประธานชมรมให้ละกัน"ชางมินเดินหันหลังไปปากพลางขมุบขมิบบ่นถึงความซวยของตัวเองที่ต้องมารับภาระช่วยเพื่อนสาวทำเรื่องปัญญาอ่อนพวกนี้...

 

สักวันความจริงมันก็ต้องเปิดเผย..

 

แต่พูดไปเพื่อนเขาตอนนี้คงไม่ฟังอะไรหรอก...

 

ความรักมันทิ่มแทงลูกกะตาบอดพรุนหมดแล้วล่ะมั้ง...

 

 

 

"ตื่นเต้นจังเลยอะ"เซียหันมาทำท่าน่ารักกระโดดดุ๊กดิ๊กตื่นเต้นตามประสา แจจุงเลยตีเข้าเต็มแรงก่อนจะกระซิบเสียงดุ

 

"ทำท่าให้มันแมนๆหน่อยได้มั้ย? หน้าน่ะได้แล้ว ขืนทำท่าแบบนี้ ยิ่งกว่าพวกไม่เต็มอีก"

 

"อะแฮ่มๆ แบบนี้ล่ะเป็นไง? "เซียกระแอมเล็กน้อย และเปลี่ยนท่าทีและน้ำเสียงให้แมนยิ่งขึ้น..

 

"แบบนี้สิถึงจะผ่าน.. "แจจุงว่าพลางฉีกยิ้ม

 

 

สักพักชางมินโผล่หน้าออกมาจากประตูห้องพลางกวักมือให้เขาสองคนเดินเข้าไปในห้อง...

 

"สองคนนี้ใช่มั้ย? "

 

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำคนหนึ่งที่ดูแล้วคงจะเป็นประธานชมรมชี้มาที่แจจุงและเซียและหันไปถามชางมิน

 

 

"ครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ"ชางมินยิ้มรับก่อนก้มหัวอย่างอ่อนน้อมและสุภาพ..

 

 

เพื่อนเราน่าจะเอาไปแคสเข้าฮอลิวู้ดได้เลยนะเนี่ย...

 

ปากก็บ่นไม่เต็มใจจะทำ...

 

แต่พอทำ ก็แหลได้อย่างแนบเนียน..

 

น่านับถือจริงๆ...

 

 

"ได้สิ ไม่มีปัญหา เข้ามาก่อนเลยๆ มาแนะนำตัวกันก่อน แจจุงกับจุนซูใช่มั้ย? อยู่โรงเรียนอะไรกันล่ะ"

 

"อะ..โรงเรียน S ครับ"เสียงที่ถูกปรับให้เข้มทุ้มนุ่มลึกเยี่ยงผู้ชายไม่มีผิดเพี้ยนโกหกออกไปอย่างราบรื่น

 

"ฉันชินดงนะ เป็นประธานชมรมนี้"หนุ่มร่างกำยำว่าพลางเชื้อเชิญให้ทั้งแจจุงและเซียไปยืนอยู่กลางห้องซ้อมท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มหลายคน

 

และนั่น!...

 

 

เจ้าชายของเขาสองคนกำลังเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ...

 

โอ้ว..ดูรอยยิ้มนั้นสิ..

 

งดงามราวกับแสงอาทิตย์อัสดงกำลังลาลับขอบฟ้าก็ไม่ปาน...

 

 

"อ้าว ยูชอน ยุนโฮ มานี่เร็วๆ มีสมาชิกใหม่จากต่างโรงเรียนจะแนะนำ"ชายร่างใหญ่คนเดิมกวักมือเรียกมิกกี้และยุนโฮให้เดินมาหา..

 

มายก้อด!!!!

 

เพิ่งเคยเห็นใกล้ๆแบบนี้ครั้งแรก..

 

ไม่ไหวๆ..

 

แสงเจิดจ้าเจิดจรัสเกินไปแล้ว!!!!!!!!...

 

 

"เอ่อ....ไม่เป็นอะไรนะ.. "ชินดงว่าพลางมองไปยังสองร่างที่กำลังหันหลังและเอามือปิดจมูกตัวเอง..

 

"อ่ะ..เอ่อ..ปะ..เปล่าครับ.."

 

 

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ...

 

นี่ขนาดแค่เจอครั้งแรกนะเนี่ย...

 

เลือดนี่แทบพุ่งด้วยความเร็วแสงยกกำลังแปดกันเลยทีเดียว..

 

 

ถ้าต้องเจอใกล้ๆแบบนี้ทุกวัน...

 

ความดันเลือดจะต้องสูงดันเส้นเลือดในสมองแตกทุกเส้นแน่...

 

 

จะตายก่อนชนะใจรึเปล่าวะเนี่ย?

 

 

 

"สวัสดีฮะ..ชื่อแจจุงฮะ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะฮะ"

 

"ผมจุนซูฮะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกันฮะ"

 

 

"อยู่ปีอะไรหรอ? ทำไมตัวเล็กจังล่ะ? "

 

"......."

 

 

ไร้เสียงตอบรับเมื่อเจ้าชายหนุ่มรูปงามในฝันกำลังพูดกับตนเองอยู่...ปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบอาการเหมือนปลาโลมาผะงาบๆต้องการอากาศหายใจ..แจจุงเห็นท่าไม่ดี แอบหยิกเข้าเต็มแรงให้เพื่อนรักรู้สึกตัว..

 

"ปะ..ปีสามฮะ"

 

 

"แจจุงก็ด้วยหรอ? "

 

"......"

 

เมื่อถึงตาตัวเองก็นิ่งเป็นหินไปอีกคนเช่นกัน

 

 

โอ้ พระเจ้า!!

 

ลูกตายตาหลับแล้วค่ะ..

 

 

ยุนโฮเรียกชื่อ...

 

มีอะไรให้น่ากรี๊ดกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย!!!!!!???

 

 

ใครก็ได้เรียกสัปเหร่อมาเก็บศพลูกที!!

 

 

"อะ...ใช่ฮะ..พวกเราอยู่ชั้นเดียวกัน"แจจุงที่ฟื้นตัวทันก่อนสัปเหร่อจะมาเก็บศพตอบตะกุกตะกัก เพราะผิวหน้าขาวนวล เมื่อแก้มเปลี่ยนสีจึงไม่ยากเลยที่จะสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย...

 

 

"เอาล่ะ วันนี้ไม่ต้องซ้อมก็ได้นะ ดูๆไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"ชินดงประธานชมรมว่างพลางยิ้มแย้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะผละออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า...

 

 

สองสาวเลือกที่จะดูอย่างที่ชินดงแนะนำ..ทั้งสองกวาดตามองสำรวจห้องซ้อมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

 

มั่นช่างเหมือนค่ายมวยที่เขาเคยเข้าค่ายตอนเด็กๆไม่มีผิด...เครื่องมือเครื่องไม้และอุปกรณ์การซ้อมจึงเป็นอะไรที่คุ้นตาและเคยชินกับสองสาวอยู่แล้ว..

 

นี่สินะที่เรียกว่าพรหมลิขิต...

 

ชอบอะไรก็ชอบเหมือนกัน...

 

เห้อ...

 

 

"จุนซู..ลองดูมั้ย? ดูอยู่เฉยๆน่าเบื่อออก.. "เสียงหล่อกระชากจักรวาลดังขึ้นพร้อมๆกับเจ้าของเสียงที่มายืนยิ้มหล่ออยู่ตรงหน้าทำเอาคนที่สติไม่ค่อยจะมียิ่งแตกกระเจิงกระจัดกระจายเข้าไปอีก..

 

"อ่ะ..เอ่อ..แต่ว่า..ฉะ..ฉัน..เอ้ย..ผม...ไม่เก่งนะฮะ"

 

 

แจจุงหันหน้าสะบัดทันที...

 

แหลได้โล่เว้ยเพื่อนกู..

 

ตอนเด็กๆชกกูทีจมูกกูเคลื่อนเลยไม่ใช่เรอะ?!!

 

 

"อ่ะงั้น ผมต่อให้จุนซูชกผมก่อนเลย"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!

 

 

แค่พูดเฉยๆก็ว่าแย่แล้วนะ นี่มียื่นหน้ามาให้ชกใกล้ๆอีก...

 

เลือดจะพุ่งใส่หน้าแทนนวมน่ะสิไม่ว่า!!!

 

 

แล้วแบบนี้จุนซูจะชกลงมั้ยล่ะคุณผู้อ่าน >///////////<

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2BC

 

[Fic] Born to Be #1 [YunJae][YuSoo]

posted on 05 Mar 2008 13:59 by deumbeui  in Born-to-Be

Fiction : Born to Be# 1

Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae

Author: Deumbeui

 

 

"ไหนล่ะ บาร์บีคิวสองมื้อ?"

 

"......"

 

"......."

 

"คิดจะเบี้ยวรึยังไง? "

 

"โหดร้าย... "เสียงหวานใสของแจจุงโหยหวนขึ้นโดยไม่ใส่ใจเสียงร้องทวงสัญญายิกๆของชางมิน

 

"ครั้งที่แล้วก็ชวดเพราะเกย์เหมือนกัน..นี่ก็อีกแล้วเรอะ? อ๊ากกก"เซียว่าพลางดิ้นพล่านเมื่อคิดถึงครั้งก่อนที่เจอคนขายข้าวผัดหมูเกาหลีในย่านช้อปปิ้ง บังเอิญปิ๊งอย่างถูกใจ พ่อครัวอะไร ลีลาเหลือร้าย แค่ส่งยิ้มคนซื้อก็พร้อมตาย ยังคิดอยู่เลยว่าไอ้เจ้าของร้านนี้มันฉลาดจริงๆที่เอาคนผัดหล่อๆมาอยู่หน้าร้านเรียกลูกค้า ทำเอาโลมาของเรากินข้าวผัดหมูเกาหลีทุกวันอยู่พักหนึ่งจนหน้าบวมไปเลย แต่พอสุดท้ายมารู้ความจริงเข้าเมื่อตอนตั้งใจว่าจะไปขอถ่ายรูปหลังเลิกงาน พอไปถึงหลังร้านกลับเห็นชายหนุ่มพ่อครัวหน้าหล่อคนนั้นยืนจูบนัวเนียกับผู้ชายอีกคนอย่างดูดดื่ม ทำเอาตั้งแต่วันนั้นเซียไม่เคยแตะข้าวหน้าหมูเกาหลีอีกเลย...

 

"ใช่ ฉันละเคืองไม่ไหวแล้วนะ โฮๆๆ"

 

แจจุงนี่ก็โดนมิใช่น้อย ครั้งก่อนที่ไปเที่ยวทะเล หลังจากที่เล่นน้ำกันช่ำปอดแล้วท้องไส้ก็หิวปั่นป่วนอย่างช่วยไม่ได้ แต่ด้วยความยังอยากเล่นต่อ เลยกินอะไรที่มันน่าจะง่ายที่สุด เมื่อเดินขึ้นจากทะเลได้ไม่ไกลก็เห็นรถเข็นขายปลาหมึกย่าง เจ้าตัวก็รีบพุ่งไปอย่างไม่รีรอ พอเห็นหน้าคนขายเท่านั้นแล่ะ

 

โอ้ มาย ก้อด!!!!

 

จะมีคนขายปลาหมึกชาติไหนหล่อได้เท่านี้อีกมี้ยเนี่ย?...

 

สติสตางค์ตอนนั้นขาดหายแทบไม่เหลือ จนเซียที่ตามมาทีหลังต้องถึงขั้นกระทืบจนนิ้วหัวแม่โป้งเท้าวันต่อมาขึ้นตาปลากันเลยทีเดียว

 

แต่แล้วเพียงประโยคแรกที่คนขายกล่าวออกมา ก็ทำแจจุงช๊อกจนหายหิวไปเลย..

 

"จะรับอะไรดีฮ้า?.. "

 

 

ตั้งแต่วันนั้นแจจุงจะเป็นโรคผวากลัวปลาหมึกย่างไปเกือบหลายเดือน เห็นทีไร สีหน้าเป็นจะอ้วกแตกทุกที..

 

"ใช่พูดถึงอีกคน ที่เราเคยไปขึ้นเขามากัน จำได้มั้ย? ที่เรานั่งเถียงกันแทบตายว่าไอ้หน้าหล่อคนนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คือหน้านี่ดูได้สองเพศเลยนะ สุดท้ายเถียงกันให้เมื่อยปาก พอถอดเสื้อเหลือแต่เสื้อกล้ามเตรียมตัวปีนเขาก็รู้ละว่าตัวอะเป็นผู้ชาย พอปีนไปได้สักพัก ก็สะดุดบ้าอะไรสักอย่าง จู่ๆก็มีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งเข้ามาดูก่อนจะบอกว่าจะพาไปทำแผลและอุ้มไอ้คนนั้นหายเข้าป่าไปเฉยเลย... "เซียเล่าเป็นฉากพลางหันหน้าไปทางแจจุงเหมือนเชิงให้เล่าต่อ...

 

"กลับมาอีกทีไอ้คนนั้นแม่งก็เดินเผลกๆ แถมตัวนี่ติดกับไอ้คนอุ้มไม่ไปไหนเลย ไม่รู้เลยว่าไปปฐมพยาบาลกันอีท่าไหน แม่งเจ็บกว่าเดิมอีก สรุปแล้วก็คือตัวน่ะผู้ชาย แต่ใจไม่ใช่เพศชาย กูล่ะกลุ้มโว้ย!! ไอ้คนที่เราชอบทั้งหมดนี่มันเกย์ไปหมดแล้วนะ!!!! "

 

"โลกนี้จะไม่เหลือผู้ชายหน้าตาดีไว้ให้กันเลยใช่มั้ยเนี่ย!!?... "

 

"นี่ฉันต้องเหงาเหี่ยวแห้งเฉาตายจนแปดสิบแน่ๆ โฮๆๆ"

 

"รู้งี้ไม่รู้จะดีกว่ามั้ย? รู้แล้วก็มาเพ้อไปอีบ้า...อย่าเพิ่งวู่วามไปหน่อยเลย มันก็แค่ข่าวลือเฉยๆนะ อาจจะไม่จริงก็ได้"หนุ่มรูปหล่อเพื่อนของสาวทั้งสองเอ่ยขึ้นตัดความรำคาญที่สองสาวพล่ามไม่ยอมหยุด

 

"ไม่จริงพ่อแกสิ รูปที่เห็นมันก็ทนโท่อยู่"เซียว่าเข้าให้พลางโยนรูปที่มิกกี้กำลังดันชายหนุ่มใครสักคน(มองไม่เห็นหน้าเพราะถูกสีดำเซนเซอร์ไว้)ติดกำแพงและคร่อมขังเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยมือทั้งสองข้าง อีกทั้งหน้าเนี่ยแทบจะบี้ติดกันแล้วก็ว่าได้

 

 

"ฉันอยากตาย ทำไงดี โฮๆๆ จุนซูแบบนี้ชายหนุ่มที่เราหลงเพ้อละเม้อปลื้มรักมาเป็นแรมเดือนแรมปีมันจะหลุดลอยไปแล้วนะ ฮึกๆๆ แถมต้องมาแพ้ให้กับไอ้หน้าประจวดคางกุดนี่อะ ฉันรับไม่ได้นะโว้ย"แจจุงว่าบ้างพลางเขวี้ยงรูปยุนโฮที่กำลังเชยคางไอ้หนุ่มสักคนที่หน้าโดนเซ็นเซอร์เช่นกัน

 

"มันเซ็นเซอร์ซะดำมืดขนาดนั้น รู้ได้ไงว่าเขาหน้าประจวดอะห๊ะ? "ชางมินว่าพลางหยิบรูปที่ตัวเองแอบใช้ความว่องไวราวนินจาส่วนตัวถ่ายลงมือถือและอัดเป็นรูประดับซูมเอ๊กตร้าขึ้นมาเพ่งพินิจ นี่ขนาดกูใส่แว่นซะหน้าเตอะ ยังไม่เห็นส่วนเสี้ยวของใบหน้าเลย ไอ้แจจุงมันรู้ได้ไงวะเนี่ย

 

"ฉันก็ว่าไปงั้นแล่ะ เกย์มันก็ไม่มีทางจะดูดีซะหรอก"

 

"แล้วไอ้สองหนุ่มหล่อของพวกเธอและคนที่พวกเธอเล่าๆมาเนี่ยไม่ใช่เกย์เรอะ? "

 

"หุบปากกกทีเถอะ จะเน้นย้ำให้สมองฉันมันสลักข้อความลงไปเลยรึไงห๊ะ? "โลมาแว๊ดเสียงสูงใส่เพื่อนชาย

 

"จะว่าไป เดี๋ยวนี้คนหล่อๆก็หันไปเป็นเกย์กันเยอะนะ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหนุ่มหล่อปานเทพอย่างยุนโฮก็ริจะเอากับเขาด้วย ฮือๆ"

 

"ยูชอนก็อีกคน นี่ยังดีนะไม่ได้หันไปเป็นกับยุนโฮกันเอง ไม่งั้นมันคงจะน่าช๊อกกว่านี้แน่ๆ"

 

"จะกันเองไม่กันเอง ก็แย่พอกันละวะ นี่ฉันต้องแห้วอีกแล้วใช่มั้ย? ไม่ไหวนะ ประสบการณ์ที่เกิดมาร่วมสิบแปดปี ฉันไม่เคยถูกใจใครมากเท่ายุนโฮมาก่อน หวังว่าสักวันพรหมลิขิตอาจนำพามาให้เรารู้จักกัน แต่แล้วมันก็...อ๊ากกกก ฉันอยากจะผูกคอใต้ต้นผักชีตายจริงๆ"แจจุงโหยหวนไม่เลิกจนชางมินอดจะด่าต่อไม่ได้

 

"ฉันก็เห็นเธอถูกใจไปทั่ว...ครั้งก่อนก็เพิ่งคนขายข้าวโพดปิ้งเองไม่ใช่เรอะ? "

 

"ไอ้หมอนั่นแม่งก็เกย์!!! นี่ที่ฉันชอบๆมาแม่งก็เกย์ทั้งนั้นเลย ทนไม่ไหวแล้วนะะะะะะะ"

 

"แล้วไม่ทราบจะทำไง? บ่นไปก็เท่านั้นไม่ใช่รึ? "เพื่อนชายหนุ่มคนเดียวของสาวคิมทั้งสอง ว่าไปอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ซ้ำยังแกะกล่องป๊อกกี้ที่สองสาวซื้อให้เป็นค่าปิดปากเรื่องบาร์บีคิวไปก่อน ไม่งั้นมันไม่หุบปากแน่...

 

แจจุงและเซียมองอย่างหมั่นไส้

 

"ใช่สิ สำหรับนายมันยังมีผู้หญิงทั้งโลกเหลือให้เลือกนี่ ยิ่งคนเป็นเกย์เท่าไร มันก็ดีกับนายมากเท่านั้นที่สามารถเลือกได้น่ะ"เซียว่าพลางทำสีหน้าไม่พอใจ

 

โลกช่างไร้ความยุติธรรมเข้าไปทุกทีๆ!

 

 

"ถึงอย่างนั้น ก็อย่าหวังว่าพวกเราสองคนจะสนนายนะ ไอ้เป็ด"

 

"ถ้าฉันต้องมีพวกเธอสองคนเป็นแฟน ฉันว่าฉันยอมเป็นเกย์เสียจะยังดีกว่า"

 

"นายอยากถูกถีบลงบึงกลับชาติไปเป็นเป็ดมั้ย? "

 

"พอเหอะจุนซู พูดไปก็เท่านั้น อย่างไอ้หมอนั่นมันไม่เคยมองผู้หญิงด้วยซ้ำ วันๆจะแต่งงานกับสารคดีเลขอยู่แล้ว! "

 

"แล้วเราจะทำไงกันดีล่ะ? "

 

"ก็อยู่เฉยๆและก็หาคนใหม่อย่างที่พวกเธอทำเป็นปกติสิ ไม่เห็นจะยาก"

 

"หุบปากโดนัลดั๊กของนายไปซะ ไม่ได้ขอความเห็น"เซียหันกลับมาแหวต่อ ไอ้หมอนี่ วอนเจอครีบโลมาซะละ

 

"ไม่ได้นะ เราจะอยู่เฉยไม่ได้ คนนี้ฉันจริงจังจริงใจนะโว้ย ต่อให้หาใครใหม่ จะเจอใครใกล้ตัวและหล่อกระชากวิญญาณแบบนี้ได้อีกล่ะ"

 

"ก็ใช่น่ะสิ แถมถึงหาใหม่อีก คนอื่นก็คงเป็นเกย์ไม่ต่างกันหรอก ถ้าฉันเป็นผู้ชายนะ เจอหล่อๆแบบนั้น ก็ยอมพลีกายเป็นเกย์ก็ได้วะ แม่ง!"

 

 

 

 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

"อะไรแจจุง ทำหน้าเหมือนกับเจอปลาหมึกปิ้งร้อยไม้ตรงหน้างั้นแล่ะ... "เพื่อนสาวทักอย่างงงวย

 

 

"ใช่แล้ว!!!!! "

 

 

"ใช่อะไรของเธอ..นี่ฉันไม่ร่วมขบวนการความคิดพิสดารแล้วนะ...ถ้าจะให้ร่วม ค่าจ้างมันต้องมากกว่าบาร์บีคิวสองมือที่พวกเธอสองคนกำลังจะเบี้ยวฉันแน่ๆ"

 

"งานนี้ไม่ต้องพึ่งนายให้เสียแรงเลยขอบอก"แจจุงหันมายิ้มพรายใส่เพื่อนชายที่ยังทำสีหน้าเรียบเฉย แต่มือเรียวก็แอบยกจับแว่นสี่เหลี่ยมอย่างสนใจ...

 

"อะไรหรอ??? "เซียแสดงความสนใจอย่างออกนอกหน้า นี่ถ้าโลมามีหางแบบหมาละก็ ป่านนี้คงได้เห็นมันกวัดแกว่งอย่างอยากรู้อยากเห็นไปแล้วล่ะ

 

 

 

"จุนซู... "

 

 

 

 

 

 

"เรามาแปลงเพศกันเถอะ!"

 

 

 

 

 

 

 

ทุกอย่างสงบนิ่งไปสามวินาที แม้กระทั่งใบไม้ยังแทบหยุดร่วงหล่น...

 

 

 

 

"เลิกล้อเล่นไร้สาระสักที"และแล้วเหมือนม้วนเทปถูกกดเพลย์ ชางมินเอื้อนเอ่ยพลางทำท่าราวกับว่าประโยคที่แจจุงพ่นออกมาเป็นเพียงแค่ลมผ่าน

 

"ฉันไม่ได้ไร้สาระนะ! ฉันเอาจริงนะโว้ย"

 

"ถ้างั้นเรื่องนี้ฉันคงช่วยไม่ได้นะ"เพื่อนชายหนุ่มยังคงคิดว่าเพื่อนสาวก็แค่พูดบ้าๆไปอย่างนั้น ซ้ำยังแกะกินป๊อกกี้พลางยัดเข้าไปในปากทีเดียวห้าแท่ง

 

"จุนซู ฉันไม่ได้ล้อเล่นจริงๆนะ เธอเชื่อฉันใช่มั้ย? "

 

"เชื่อสิ แต่จะทำยังไงล่ะ?"

 

 

ชางมินสำลักป๊อกกี้อีกสามแท่งที่เพิ่งยัดเข้าไปทันที

 

"จุนซู ฉันไม่คิดว่าเธอก็จะบ้าไปด้วยนะ มันทำได้ที่ไหนเล่าไอ้แปลงเพศจากหญิงเป็นชายน่ะ"

 

"ทำไมจะทำไม่ได้ ทีชายยังทำเป็นหญิงได้เลยนี่ ก็อีแค่ตัดและเพิ่มคนละส่วนเท่านั้นเองไม่ใช่รึไง? "แจจุงสวนขึ้นมาทันควัน

 

"แล้วเธอน่ะเพิ่มข้างล่างได้ที่ไหนล่ะ?!"ปากเป็ดเสน่ห์ของชางมินแย้งกลับ คิดไม่ออกเลยจริงๆ มันจะต่ออีท่าไหนได้วะเนี่ย?

 

"ข้างบนเพิ่มได้ ทำไมข้างล่างจะเพิ่มไม่ได้!!!"  

 

"นายไม่ใช่หมอศัลยกรรมซะหน่อย หุบปากไปเลย ไอ้เพื่อนบ้า ไม่ช่วยแล้วยังเอาเรือมาขวางอีก"

 

"เฮ้อ...จุนซู ฟังแล้วเนี่ย เธอคงไม่เห็นด้วยกับความคิดพิสดารพิลึกพิลั่นที่ไม่มีวันเป็นไปได้หรอกใช่มั้ย?"หนุ่มน้อยน่ารักเปลี่ยนเป้าหมายมาโน้มน้าวอีกคน

 

"แจจุง ฉันว่าเรานัดหมอกันเลยดีกว่า ว่าจะเริ่มทำวันไหนดี? "

 

 

ตึง!!!

 

ชางมินแทบจะยัดกล่องป๊อกกี้เข้าปากฆ่าตัวตายให้มันรู้แล้วรู้รอด..เขาผิดเองแล่ะที่หวังจะพึ่งอะไรกับความคิดของสองสาวไม่เต็มนี้...

 

มีอย่างที่ไหน ริอาจคิดจะแปลงเพศ!

 

เป็นผู้หญิงดีๆไม่ชอบ

 

จะแปลงเป็นทอมก็ไม่ใช่

 

แต่จะแปลงเพศเป็นเกย์เพื่อเกย์!!!

 

 

จะมีใครบ้าดีเดือดกว่านี้ได้อีกมั้ยเนี่ย????

 

 

แล้วไอ้ผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นเกย์จะบัญญัติศัพท์ได้ว่าอะไรล่ะ?

 

ใครก็ได้ช่วยตอบชางมินผู้ทรงฉลาดในทุกเรื่องคนนี้ที...

 

 

 

 

"นี่ฉันได้ยินมาว่า ยังไงพวกที่เกิดมาเป็นแบบนั้น พวกบอร์นทูบีน่ะ ต่อให้ตายยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้หรอกนะ ถึงจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ไม่นานนะจะบอกให้ สุดท้ายจะเป็นพวกเธอเองที่ต้องอกหักชอกช้ำระกำทรวงนะ"

 

 

"ฉันเคยเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์เรื่องแปลงเพศเยอะนะเดี๋ยวนี้ น่าจะมีสักที่ที่เขารับแปลงเพศหญิงให้เป็นผู้ชายบ้างล่ะ..."

 

 

"โว้ย!!!!!!นี่ได้ฟังกันบ้างรึเปล่า? พวกเธอไม่กลัวตายกันเลยใช่มั้ย? "

 

 

"ใช่ๆเขาว่ากันมีที่ๆหนึ่งก็รับทำน่ะ เคยอ่านมาจากไหนสักแห่ง…"

 

 

"แจจุง จุนซู!!!!!ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเรอะ?????!!!"ชางมินกรีดร้องเหมือนเป็ดถูกเชือด ด้วยพลังเสียงระดับแปดล้านเดซิเบล ทำให้แจจุงและเซียต้องยอมละจากบทสนทนาที่กำลังคุยกันอย่างจริงจังก่อนจะมองเพื่อนชายที่เดือดปุดๆด้วยหางตา

 

"ได้ยิน แต่จะทำไมล่ะ? ไม่มีใครเคยตั้งเป็นกฎหรือสมการสักหน่อยว่าเกย์น่ะจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้"แจจุงพูดอย่างไม่เดือดไม่ร้อน...

 

"ใช่ มันก็เป็นแค่ทฤษฎีและก็คำที่เล่าต่อๆกันมาต่างหาก เราสองคนนี่แล่ะ จะต้องเปลี่ยนแปลงเกย์มารักผู้หญิงด้วยเสน่ห์อันเร่าร้อนของเราสองคนให้ได้!! "

 

"เหอะ..งั้นก็เรื่องของพวกเธอ....ฉันไม่เกี่ยว"

 

"ไม่ได้ขอร้องเลย"

 

"ให้มันแน่นะ"

 

ชางมินว่าพลางส่งสายตาดูถูกแจจุงและเซียทางหางตาทิ้งท้ายก่อนจะหันไปแกะป๊อกกี้กล่องใหม่แทน

 

 

………

……………………

 

 

นิตยสารฉบับใหม่เป็นที่ฮือฮาทั่วทั้งโรงเรียน และขาดตลาดภายในวันเดียวอย่างไม่น่าเชื่อ ชมรมหนังสือพิมพ์ที่ว่าน่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ขนาดพิมพ์เพิ่มก็ไม่เพียงพอความต้องการในโรงเรียน จึงต้องมีการตีพิมพ์ซ้ำสองครั้งภายในหนึ่งอาทิตย์และคาดว่าอาทิตย์ต่อๆไปก็ยังคงอาจจะยังต้องพิมพ์เรื่องนี้อยู่เพราะนอกจากความต้องการภายในโรงเรียนเองแล้ว ต่างโรงเรียนที่เมื่อรู้เรื่อง ก็พาแห่กันซื้อจนแทบหมดแผงตามร้านค้าต่างๆเช่นกัน

 

"ดูเรื่องพวกเราท่าจะโด่งดังมากเลยนะ"ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาราวเทพมาจุติเปรยพลางหยิบนิตยสารที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของโรงเรียนตัวเองขึ้นมา

 

"กูนึกว่าตอนนั้นพวกเราหลบไอ้ตากล้องของโรงเรียนที่ตามเราแทบทุกฝีก้าวได้พ้นแล้วซะอีก"อีกคนที่หล่อเหลาปานเจ้าชายในเทพนิยายยืนปรายตามองอย่างไม่ยี่หระลงบนหน้าปกที่มีรูปตัวเองและเพื่อนของเขาลงอยู่และมีหัวข้อพาดข่าวตัวโตๆว่า..เมื่อหนุ่มหล่อดัง ไม่ใช่เพศชาย..

 

"ก็แบบนี้แล่ะ ถึงได้รำคาญพวกผู้หญิง อยากรู้ไปซะทุกเรื่อง"หนุ่มคนแรกกล่าวพลางพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยซึ่งล้วนแต่จะเป็นข่าวเกี่ยวกับตัวเขาและเพื่อนของเขาเกือบซะครึ่งเล่ม

 

"ดีให้มันรู้กันไป กูล่ะรำคาญพวกผู้หญิงที่คอยมาตื๊อ เผื่อมันจะได้หมดๆไปซะบ้างก็ดี"

 

"เออไปดีกว่า ยูชอน คืนนี้มีนัดกับเด็กใหม่ว่ะ"

 

"ไอ้คนที่นายเพิ่งจะเจอเมื่อวานและแทบจะปลุกปล้ำขอเบอร์เขามาน่ะหรอ?"

 

"พูดให้มันดีๆ น้องเขาก็เต็มใจเหอะ ส่วนมึงก็ใช่ย่อย...คนเก่าไหนว่าจะควงสักสามวันไง ไม่ถึงครึ่งวันทำไมทิ้งซะล่ะ? "

 

"เบื่อ...เดี๋ยวนี้จริงๆอะไรก็น่าเบื่อไปหมด"

 

"มึงขี้เบื่อเป็นปกติอยู่แล้วนิ ไปเหอะ กูอยากเมาจะแย่ละ"

 

เมื่อจบบทสนทนาสั้นๆลง มือเรียวใหญ่ก็วางนิตยสารลงที่เดิมก่อนเดินออกจากร้านไป...

 

 

 

"แจจุงแบบนี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะ"

 

หญิงสาวสองคนที่ยืนห่างออกไปสองล๊อกจากที่สองหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ค่อยๆโผล่หัวออกจากหนังสือที่ตัวเองใช้เป็นที่บังหน้าออก...

 

"เจ้าชู้กันไม่เบาจริงๆ"

 

"อันนั้นมันของแน่ แกน่าจะรู้มาตั้งนานแล้วนิ แต่ที่ฉันว่าน่ากลัวกว่านั้นคือ ยูชอนขี้เบื่อเป็นบ้าเลย นี่ขนาดเบื่อผู้หญิงไปเอาผู้ชายไม่พอ ยังจะเบื่อเร็วได้อีกนะ ต่อไปจะรักเพศอะไรอีกวะเนี่ย?"เซียว่าไปตัวเองก็ขนลุกตั้งชัน

 

รำคาญผู้หญิงไปชอบผู้ชาย แล้วถ้าเบื่อผู้ชายแล้วจะไปชอบบ้าอะไรได้อีกเนี่ย? ทอม ดี้ เด็ก คนแก่ โอ้ยไม่อยากคิด

 

"ฉันว่างานนี้ไม่ง่ายแล้วนะแจจุง"

 

 

"หึ คอยดู ฉันจะต้องทำให้ยุนโฮหันมาชอบผู้หญิงให้ได้เลย! "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2BC