[Fic] Born to Be #3 [YunJae][YuSoo]

posted on 05 Mar 2008 15:17 by deumbeui  in Born-to-Be

Fiction : Born to Be# 3

Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae

Author: Deumbeui 

 

"ไง? ชกใครตายไปรึยังล่ะ? "

 

"......"

 

ไร้เสียงตอบรับจากสองสาวเพื่อนรักที่นอนแผ่อยู่บนโซฟายาว เพราะทั้งคู่ดูท่าจะขาดอากาศหายใจตายเพราะทิชชู่ที่ยัดอยู่ที่ทั้งจมูก หู และปาก

 

"ชกใครบ้าอะไรล่ะ..ฉันเลือดจะหมดตัวตายละ เห้อ"เสียงแหบแห้งเหมือนโลมาขาดน้ำเอ่ยขึ้นหลังจากที่ตวัดครีบเอาทิชชู่ที่ยัดอยู่ที่ปากออก

 

"อย่างไอนี่นะจะชกใคร เล่นแหลว่าชกไม่เป็น เหอะ และแหม แนบชิดซะ เอาตัวแฝงเป็นปรสิตเข้าไปอยู่ในตัวยูชอนซะเลยสิ"หญิงสาวอีกคนดึงทิชชู่ออกจากปากบ้างก่อนหันไปกัดเพื่อนโลมาของตน ตาโตหรี่เล็กอย่างหมั่นไส้

 

"ถ้าทำได้ฉันทำนานละ พอเหอะ เลิกพูดชื่อยูชอนสักสองนาทีเถอะนะ"พูดพลางตวัดครีบคว้าทิชชู่ยัดเข้าจมูกเพิ่มเพราะเลือดไหลออกมาอีกหลังจากได้ยินชื่อของหนุ่มในฝัน

 

ตั้งแต่กลับมาบ้าน ทั้งแจจุงและเซียยังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเอาทิชชู่ยัดตามส่วนของร่างกายที่เลือดไหลออกมาไม่หยุด เพราะเพียงแค่คิดถึงใบหน้าหล่อคมของหนุ่มรูปงามทั้งสอง เลือดก็พาลจะทะลักพุ่งพรวดทุกครั้งไป..

 

"แค่วันแรกก็แบบนี้ แล้ววันต่อๆไป พวกเธอไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้เลือดกันเลยรึยังไงเนี่ย? "ชางมินที่เห็นสภาพเพื่อนตัวเองเยี่ยงศพก็พลันส่ายหัว ก่อนจะทิ้งตัวลงหน้าแลปท๊อปเครื่องหรูกระชับแว่นให้เข้าที่ก่อนจะเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น

 

เวลามาค้างบ้านแจจุงทำงานกลุ่ม

 

ก็มีแต่กูทำทุกที - -*

 

 

"แล้วพวกเขาไม่คุ้นหน้าพวกเธอบ้างเรอะ? "ส่งเสียงถาม แต่ใบหน้ายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ มือเรียวพิมพ์งานอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องมองแป้นพิมพ์

 

"โอ้ย จะคุ้นบ้าอะไรล่ะ? ปกติก็เรียนกันคนละตึก แถมหน้าทอมๆอย่างฉันเขาคงไม่ใส่ใจอะไรนักหรอก"ถึงรูปร่างจะเหมือนผู้ชาย แต่มันก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี ยุนโฮคงไม่ได้ชายตาสนใจอยู่แล้วล่ะ เหอะ

 

"ใช่ อีกอย่างนะ ผมสั้นกุดจนเหมือนจะบวชพระอยู่ละ หน้าบวมกระสอบทรายยังยอมแพ้..ฉันไม่แน่ใจว่าในสภาพแบบนี้เราจะชนะใจสองคนนั้นได้นะแจจุง"

 

"มันต้องได้สิ วันนี้สองคนนั้นทำท่าสนใจเราอยู่ไม่น้อยนะ"แจจุงว่าพลางคิดถึงเรื่องวันนี้ นอกจากเซียที่โดนมิกกี้ชวนเป็นคู่ซ้อม ตัวเขาเองก็โดนเรียกไปสอนส่วนตัวโดยมีถึงไม้ถึงมืออยู่ไม่น้อย

 

น่าจะได้มากกว่านี้ ไม่งั้นแม่ได้ลากเข้าโรงแรมตั้งแต่วันแรกแน่ หึหึ

 

 

"โอ้ย ก็น่าจะรู้นะว่าสองคนนั้นน่ะ ขี้หลีขั้นเทพ หน้าตาระดับนางงามเกาหลีอย่างเราก็คงมีกระทบกระทั่งกระบอกม่านตาบ้างล่ะ"เซียว่าพลางโบกครีบโลมาไปมา คิ้วเรียวขมวดอย่างครุ่นคิด

 

 

ชางมินเคาะแป้นผิดทันที

 

นางงามเกาหลีงั้นเรอะ?!

 

 

คนนึงยังกะโลมาถูกนึ่ง อีกคนก็นักกล้ามลักเพศ

 

ถ้าได้เป็นนางงามระดับประเทศแล้วละก็

 

ช่างน่าเวทนาเกาหลีแท้ๆ..

 

 

"เอาไงดีล่ะ? "หลังจากครุ่นคิดจนสมองโลมาที่มีอยู่น้อยนิดแทบระเบิด ก็ยังหาคำตอบที่พอใจไม่ได้ จึงโบ้ยไปถามเพื่อนสาวอีกคน

 

"ถึงเวลาเราต้องงัดจริตเสน่ห์สาวแล้วล่ะ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ชายจะมีดีกว่าผู้หญิงอย่างพวกเราหรอก เชื่อสิ"หญิงสาวว่าอย่างแววตาส่องประกายโชติช่วงมุ่งมั่นราวกับกำลังทำงานระดับชาติก็ไม่ปาน

 

 

คอยดูเถอะ

 

งานนี้ต้องสละโสดให้ได้

 

ไฟติ้ง!!!

 

 

……………..

……………………………

 

 

"เห้ย มาม่าไหม้แล้วไอ้ยูชอน...อะไรวะ เพ้อขั้นสติหลุดเลยรึไง?"

 

"จุนซูเขาอยู่โรงเรียน S จริงๆหรอวะ? ทำไมกูพลาดได้ไง โรงเรียนใกล้ๆแค่นี้"มิกกี้ยังคงไม่ใส่ใจกับมาม่าตรงหน้า ตาเรียวหรี่มองทอดออกไปอย่างใช้ความคิด

 

น่ารักแบบนี้

 

ทำไมหลุดรอดมือ ปาร์ค ยูชอน ไปได้นะ!?

 

 

"ไอ้ห่า ช่วยดูมาม่ามึงหน่อย ไหม้จนเกรียมแล้ว มึงจะทำหมี่กรอบราดหน้ารึยังไง ไอนี่"ยุนโฮที่ดูยังควบคุมสติได้มากกว่าเข้ามาพลางผลักเพื่อนร่างสูงที่ยังใช้ความคิดไม่เลิกออกให้พ้นทางก่อนปิดเตา และหันมามองอย่างตำหนิ

 

"มึงไม่ต้องมามองกูแบบนั้น เห็นนะ มองอยู่นั่นน่ะ ไม่กินเขาเข้าไปด้วยเลยล่ะ กูไม่ควบสองก็บุญแค่ไหนละ"

 

"มึงไม่ต้องมายุ่งเลย อยู่กับโลมาของมึงไป แจจุงน่ะ... "

 

"อะไร"

 

 

[b]"คนนี้กูจอง"[/b]

 

"โอ้โห ออกปากตีตราขนาดนี้ เอาจริงรึไง"

 

"หรือจะให้กูเอาจุนซู?"

 

 

[b]"อย่าหวังซะให้ยาก คนนี้ปาร์ค ยูชอนถูกใจ แม้แต่มึง..ก็ห้ามแหยม"[/b]

 

………….

……………………..

 

 

"โอ้ย วันนี้ตายแน่เลยว่ะแจจุง"

 

"เออดิ ฉันว่าไปโรงพยาบาลให้เลือดกันก่อนดีกว่าป่ะ? "

 

 

หญิงสาวสองคนที่มาถึงชมรมก่อนใครกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างอ่อนแรง..เนื่องจากเสียเลือดไปมาก - -* มือเรียวไร้เรี่ยวแรงต่างก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เร็วที่สุดเพราะเกรงว่าใครจะมาเห็นเข้า

 

เมื่อเสื้อผ้าชุดนักเรียนถูกปลดทิ้งทั้งหมดแล้ว ทั้งคู่ก็หมกมุ่นขะมักเขม่นกับผ้าพันหน้าอกกันอย่างเร่งรีบ แต่ทว่า...

 

 

แกร๊ก!

 

 

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าของเสียงสองคนที่กำลังพูดคุยกันก็ลอยมากระทบหูสองสาวที่กำลังแต่งตัวกันครึ่งๆกลางๆ ทำเอาทั้งคู่จ้องหน้ากันเหงื่อแตกพลั่ก

 

 

ซวยแล้วกู!

 

เสียงเท้าเข้าใกล้มาเรื่อย ต่างคนก็ต่างมองหน้ากันอย่างไร้หนทาง...จนสุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย ต่างคนต่างวิ่งกันตาเหลือกเข้าซ่อนตัวในตู้ล๊อกเกอร์อย่างเงียบเชียบและปิดประตูแง้มไว้ให้น้อยที่สุด

 

"ช่วงนี้ซ้อมอ้วกแน่ จะแข่งแล้ว ชินดงนี่เคี่ยวสุดๆเลยเหอะ"

 

"นั่นดิ ครั้งนี้เห็นว่าคู่แข่งหินสุดๆไปเลย"

 

เสียงหล่อของสองคนที่ไม่ต้องเห็นหน้าค่าตา สองสาวคิมก็บอกได้อย่างไม่ต้องลังเลว่าเป็นใครนั้นพูดถึงการแข่งขันชกมวยที่กำลังจะมีขึ้นอีกไม่นานนี้อย่างออกอรรถรส...เสียงนั่นเข้าใกล้มาจนหยุดอยู่แถวบริเวณที่เยื้องจากล๊อกเกอร์ของสองสาวที่ซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก..

 

แจจุงที่อยู่ล๊อกเกอร์ใกล้กว่าของเซียแทบจะหยุดหายใจทันทีเมื่อเห็นเงาลางๆของชายหนุ่มร่างสูงหยุดยืนหันหลังให้ตรงหน้าพอดี

 

 

ที่ออกจะเยอะแยะ..

 

ทำไมต้องมาเปลี่ยนเสื้อแหกปากคุยกันตรงหน้ากูด้วยเนี่ย!!??

 

 

ส่วนเซียที่อยู่ถัดจากล๊อกเกอร์ของแจจุงไปไม่ไกลก็แทบจะอุดเสียงโลมาของตัวเองไม่ทันเมื่อมีเสียงเปิดล๊อกเกอร์อันด้านข้างที่ตัวเองใช้ซ่อนตัวอยู่

 

 

อะไรจะแจ๊คพอตแตกเยี่ยงนี้

 

ล๊อกเกอร์มีเป็นร้อย ทำไมกูเลือกมาซ่อนอันข้างๆของมิกกี้วะเนี่ย

 

นี่ถ้าเขาเลือกพลาดไปอันนึงล่ะ...

 

โอ้ยนึกภาพหน้ามิกกี้ออกเลยล่ะ

 

 

"เสื้อกูหายว่ะ"มิกกี้ที่เปิดล๊อกเกอร์ออกกว้างพลางควานหาเสื้อซ้อมของตนทุกซอกทุกมุม

 

"อ่าว แล้วมึงไปเขวี้ยงไว้ไหนล่ะ? "

 

"เชี่ย ถ้ากูจำได้ จะถามมึงเพื่อ? "

 

"ไอ้เวร แล้วความผิดกูรึไง?.. "

 

 

 

แจจุงทำตัวลีบอยู่ในล๊อกเกอร์อย่างยากลำบาก..

 

ล๊อกเกอร์ใช่จะใหญ่มากมาย..

 

ขยับไปไหนก็ไม่ได้..

 

จะตายแล้วนะโว้ย!!

 

 

ร่างเล็กคิดอย่างหงุดหงิดพลางกลั้นหายใจเป็นระยะ แขนขาวขยับเล็กน้อยอย่างอึดอัดและบังเอิญแขนเจ้ากรรมดันไปชนเข้ากับเสื้อสีดำแขนกุด...ใบหน้าใสเอียงหันไปมอง คิ้วสวยขมวดเป็นปม จมูกทำหน้าที่สูดดมกลิ่นบางอย่างจากเสื้อตัวนั้นอย่างลืมตัว..

 

กลิ่นโคโลญคุ้นๆแฮะ..

 

 

"เสื้อมึง ใช่ที่เสื้อกล้ามสีดำรึเปล่าวะ? "

 

"เออตัวนั้นแล่ะ..ห่า จริงๆกูไม่ได้อยากใส่ไอ้ตัวนั้นนักหรอก ซักก็ยังไม่ได้ซัก แต่กูรู้สึกจะลืมเสื้อมานี่สิ"

 

 

"รู้สึกจะอยู่ในล๊อกเกอร์กูมั้ง วันนั้นกูโยนใส่เข้าไปถ้าจำไม่ผิด"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!

 

ตาโตเบิกโพลงกว้างพร้อมๆกับเสียงกรี๊ดโลกถล่มที่ได้ยินอยู่คนเดียวในใจ..

 

 

จะว่าเซียแจ๊กพอตแตกแล้วล่ะก็...

 

แจจุงคงเรียกว่าถูกรางวัลล๊อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่งห้าครั้งซ้อนเลยทีเดียว..

 

 

ความน่าจะเป็นที่ล๊อกเกอร์อันที่ร่างบางใช้ซ่อนตัวอยู่จะเป็นของยุนโฮ..ถ้าคำนวณจากสูตรแล้วล่ะก็..ลิมิตของคำตอบเป็น 0 กันเลยทีเดียว

 

แต่ร่างบางกลับเป็นส่วนหนึ่งอันน้อยนิดนั้นที่เป็นไปได้..

 

เรียกว่าโชคดีหรือเคราะห์ซวยกันแน่วะเนี่ย?!!!..

 

 

"เดี๋ยวกูหาก่อน"

 

 

ชิบหาย ชิบหาย ชิบหาย!!!!

 

 

ตอนนี้แจจุงหวังว่าเท้าตัวเองสามารถแปลงร่างเป็นสว่านเจาะพื้นไปมุดตัวหายไปจากตรงนั้นอย่างลมๆแล้งๆ

 

มือเรียวยาวของคนที่อยู่ด้านนอกกำลังจะเอื้อมมาเปิดประตูตู้อีกไม่ถึงหนึ่งจุดศูนย์หกวินาทีข้างหน้านี้..แต่คนในล๊อกเกอร์ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากสบถคำหยาบเรือหายตลอดเวลา

 

ทุกอย่างที่ลงทุนมา จะยอมให้ล่มง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ!!!!

 

โอ่ย ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย!!!??

 

 

 

นิ้วเรียวยาวกำลังจะแตะที่ด้ามจับ..

 

 

 

ตากลมโตหลับปี๋เตรียมรับชะตากรรมอย่างไร้หนทาง

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

หัวใจเต้นแรงเสียจนเหมือนกับว่าถ้ามันออกมาได้ มันคงออกมาเต้นโชว์ฮิพฮอพ บีบอยให้ดูเป็นขวัญตาอย่างไม่ต้องสงสัย..

 

 

 

 

มือใหญ่กำเข้าที่ด้ามจับเป็นที่เรียบร้อย...

 

 

 

พระเจ้า!!?

 

มีคาถาแปลงกายให้เป็นแมลงวันมั้ยเนี่ย?!!!!

 

 

สาบานเลย ถ้าลูกรอดออกไปได้

 

ลูกจะยอมทำงานเป็นนายแบบสิบงานเลยเอ้า!!

 

 

 

ประตูล๊อกเกอร์กำลังจะถูกดึงเปิดออก..

 

และ..

 

.

.

 

 

 

"เห้ย ไม่ต้องละมึง กูเจอเสื้อละ...สงสัยแม่บ้านที่บ้านเอามาใส่กระเป๋าตอนกูไม่อยู่"

 

 

เสียงพลุและประทัดและเสียงโห่ร้องดีใจนับแสนกำลังถูกจุดขึ้นและส่งเสียงดังแก้วหูแตกในจิตใจของแจจุง รอยยิ้มพรายผุดขึ้นบนดวงหน้า มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อที่ออกมาเป็นกะละมังบนหน้าผากออกอย่างโล่งใจ

 

 

สรุปพระเจ้าอยากให้เขาเป็นนายแบบมากเลยใช่มั้ย?

 

ทำไมพระองค์ไม่ปั้นให้ลูกเป็นตั้งแต่แรกไปเลยล่ะ?!

 

 

เขาจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับไอ้ภารกิจแปลงเพศมัดใจบ้าบอนี่

 

และไม่งั้นป่านนี้เขาคงได้ยุนโฮเป็นสามีไปแล้วแน่ๆ

 

 

"ไอ้เวร รีบๆเข้าเลย ขี้เกียจฟังชินดงบ่น"

 

"เออๆ"

 

 

แกร๊ก~

 

ปัง!

 

 

"เฮืออออออออกกกกก!!!~ "

 

เมือสิ้นเสียงปิดของประตูห้องแต่งตัว สองสาวก็ก้าวออกจากตู้ล๊อกเกอร์อันแสนอึดอัดและทรมานแทบจะในทันที และถอนหายใจราวกับกลัวว่าถ้าไม่รีบ มันอาจจะพองคับปอดและระเบิดออกมาได้..

 

"โว้ยแม่ง เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ? ครั้งหน้าเราต้องพันหน้าอกมาจากบ้านแล้วมั้งแจจุง"เซียว่าพลางอยู่ในสภาพผ้าพันหลุดรุ่ย เพราะความตื่นเต้นเมื่อกี๊เขาจึงเผลอใช้มือจิกทึ้งตัวเองไปทั้งตัว

 

"ไม่ต้องพูดมากเลย ดูฉันดิ๊ ซ่อนที่ไหนไม่ซ่อน เสือกซ่อนล๊อกเกอร์ยุนโฮ กูจะดับชีวีตัวเองตายเอาแล้วเนี่ย"

 

"อิยะฮะฮ่า ฮะฮ่า ฮะฮ่า... "เสียงหัวเราะโลมาดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ แถมเจ้าตัวยังเสริมอารมณ์โดยการงอตัวและโยกตัวไปข้างหน้าข้างหลังเป็นการประกอบจังหวะหัวเราะได้อย่างลงตัว..

 

"หุบปากซะ เดี๋ยวปั๊ดหั่นครีบทิ้งซะนี่ รีบๆเหอะ เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาอีก ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ"

 

 

สองสาวใช้เวลาอีกไม่นานก็แต่งตัวเสร็จ รีบเผ่นออกจากห้องแต่งตัวพาตัวเองมาอยู่ในห้องชมรมเป็นที่เรียบร้อย

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียนได้สักพักแล้ว คนในชมรมจึงเริ่มหนาตามากขึ้น..ตามมุมห้องเริ่มมีคนจับจองพื้นที่วอร์มอัพและยืดเส้นยืดสายกันอย่างขะมักเขม่น..

 

ขณะที่สองสาวกวาดตามองไปทั่วห้องนั้น ก็สะดุดเข้ากับแสงออร่าที่เปล่งประกายแสบตาออกมาจากสองหนุ่มหล่อประจำเกาะเกาหลี...คนหนึ่งอยู่ในชุดแขนกุดสีขาวขายาวและอีกคนอยู่ในชุดแบบเดียวกันแต่เป็นสีดำกำลังยืนเท่ห์คุยกับชินดงประธานชมรมที่ทำหน้าเครียดอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก..

 

 

"แย่แล้วว่ะยูชอน คยูมันป่วยว่ะ"

 

"อ่าว..เป็นอะไรวะ? "

 

"โดนรถชน มือเข้าเฝือก ใช้การไม่ได้"

 

"เวร แล้วทีนี้จะเอาไงล่ะ? "

 

"ฉันอยากให้นายสองคนลองมองหาคนที่พอจะไปแข่งแทนไอ้คยูที"

 

"ในค่ายเรามีแต่อายุยังไม่ถึงน่ะสิ แถมฝีมือก็ยังไม่ถึงขั้นคยูด้วย"ยุนโฮที่กำลังยัดนวมใส่มือทั้งสองข้างเอ่ยบ้าง..

 

"ไว้เดี๋ยววันนี้ฉันจะลองมองๆดูก็แล้วกันว่ามีใครเข้าขั้น"มิกกี้ตัดสินใจพูดขึ้นหลังจากทำสีหน้าหล่อปนเครียดสักพัก

 

"ยังไงก็ฝากหน่อยละกัน วันนี้ฉันต้องไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องแข่งนี่แล่ะ นายสองคนก็อย่าลืมซ้อมล่ะ ครั้งนี้ห้ามแพ้นะเว้ย"หนุ่มร่างใหญ่ประธานชมรมกล่าวพลางตบหลังทั้งคู่

 

"เคยเห็นกูแพ้ใครรึไง? "

 

"เออๆ ไปล่ะ.. "

 

 

 

"ยูชอนลงแข่งด้วยหรอฮะ? "

 

 

ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยและหันไปมองเจ้าของเสียงที่อยู่ห่างจากตัวไปไม่ไกลนักก่อนจะครางในใจอย่างอดไม่อยู่

 

ร่างบางตรงหน้าอยู่ในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและขาสั้นสีเข้มที่เผยขาเนียนขาวใสที่โดนแสงอาทิตย์ยามเย็นขับผิวให้ยิ่งผ่องขึ้น เสียงหวานกับหน้าตาจิ้มลิ้มและดวงตาเรียวดำขลับอันเป็นประกายนั่นส่งเสียงถามอย่างไร้เดียงสา คอเอียงเล็กน้อยพอน่ารัก..

 

แม่เจ้าโว้ย!!

 

ไก่ขันไม่ออกก็คราวนี้แล่ะ!!?

 

 

"ครับ พวกเราสองคนลงรุ่นเฮฟวี่เวจ"

 

"แบบนี้ก็ต้องซ้อมหนักเลยสิฮะ"นี่ก็อีกคน เสื้อคว้านลึกไม่พอใช่มั้ย? และนั่นอะไรกางเกงบางกว่านี้ได้อีก ไหนจะดวงตาบ้องแบ๊วกลมโตหวานใสกับปากอิ่มแดงระเรื่อที่ถูกกัดนิดๆพอยั่วนั่นด้วย

 

นี่กะจับปาดคอหมีขาวและย่างกินกันเลยใช่มั้ย!!!

 

 

"พวกเราจะเป็นกำลังใจให้นะฮะ.. "ทั้งสองหนุ่ม(เทียม)ยิ้มตาปิดไปให้ ทำเอารังสีเจิดจ้าแวววับสะท้อนเข้าดวงตาคมของสองชายหนุ่มจนต้องแอบหันหลังปาดเหงื่อปาดน้ำลายที่ใกล้หกร่อมร่อกันเลยทีเดียว

 

 

"ถ้างั้น วันนี้รบกวนแจจุงช่วยเป็นคู่ซ้อมให้หน่อยละกันนะครับ"เมื่อตั้งหลักได้ ยุนโฮก็ไม่รอช้า ป้อนขนมจีบถึงปากแดงทันที

 

"แบบนี้ผมก็แย่สิฮะ โดนซ้อมน่วมแน่เลย"เจ้าตัวเอียงคอเล็กน้อย ดัดเสียงให้ดูน่าฟังมากยิ่งขึ้น ตาโตหรี่ลงพอเซ็กซี่

 

 

 

น่ารัก

 

น่ารัก

 

น่ารักจนคนตรงหน้าแทบจะลงไปดิ้นพรากๆขาดใจตายให้ได้!?

 

 

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมจะได้สอนแจจุงต่อจากเมื่อวานด้วยไง"

 

"ไปนะครับ"

 

 

ไม่หวังที่จะรอคำตอบ แขนเรียวยาววาดออกไปวางรอบเอวของคนตรงหน้าก่อนจะพาเดินกันไปอีกทางทันที..

 

 

"แล้วจุนซูว่างที่จะไปเป็นคู่ซ้อมให้ผมรึเปล่าล่ะครับ? "

 

"แล้วยูชอนจะยอมให้ผมตอบปฏิเสธรึเปล่าล่ะฮะ? "

 

 

มิกกี้อมยิ้มเล็กน้อยกับคำตอบแสนน่ารักนั่นก่อนจะใช้มือข้างที่ยังไม่สวมนวมรวบมือเล็กและออกเดินไปด้วยกันอย่างไม่รอช้า..

 

.

.

.

 

 

 

"แบบนี้นะ ถ้าฝั่งตรงข้ามชกมาทางซ้าย ให้ทิ้งน้ำหนักตัวตรงกลางแต่แค่เอียงหัวไปทางขวา ลองดูนะ"

 

ร่างบางพยักหน้ารับรู้อย่างเอ็นดู หัวคอยเอียงหลบตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนให้ก่อนจะแสร้งทำผิดบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้แลดูไม่น่าสงสัย

 

 

ก็แหม อยู่ค่ายมวยแต่เด็ก

 

มีหรอ กะอีแค่หลบฮุคซ้ายขวาเนี่ย

 

เขาจะหลบไม่ได้!?

 

 

 

"ลองอีกรอบนะครับ"

 

"ฮะ.. "

 

 

"อ๊ะ...โอ๊ยย"

 

หลังจากหลบฮุคซ้ายฮุคขวาไปหลายฮุค พอมาถึงฮุคที่ร่างบางจะต้องเคลื่อนย้ายทั้งตัวเพื่อหลบและสวนกลับ ข้อเท้าก็ดันแพลงซะนี่..ร่างเล็กเซขวาเล็กน้อย แต่ก่อนที่ตัวจะหล่นถึงพื้น มือเรียวยาวของคนตรงหน้าก็ช้อนตัวไว้ทันการ

 

"ไม่เป็นไรนะครับ?"

 

 

ถ้าตามละครหรือหนังทั่วไป..

 

นางเอกควรตอบว่า..

 

ไม่เป็นสินะ..

 

 

 

"เป็นฮะ"

 

ตอบเสียงดังฉะฉานยิ่งกว่าท่องอาขยาน

 

 

"เจ็บตรงไหนครับ?..เดินไหวรึเปล่า? "

 

 

 

"ไม่ไหวอะ ยุนโฮอุ้มหน่อยได้มั้ยฮะ? "

 

 

 

เออ!!!ให้มันได้อย่างนั้นสิ

 

ไม่มีการวางฟอร์ม

 

ไม่มีการปฏิเสธ

 

ไม่มีการทำตัวเหมือนนางเอกในละครน้ำเน่า

 

ครบเซ็ตนางร้ายสมบูรณ์แบบ!!

 

 

ถ้าหวังจะได้ยินประโยคที่ว่า

 

"ไม่เป็นไรฮะ"

 

"ไหวฮะ ผมเดินเองได้ ไม่รบกวนยุนโฮหรอกฮะ"

 

 

 

คนอ่านคิดผิดมหันต์แล้วล่ะ!!

 

 

ฟิกเรื่องนี้น่ะ

 

ผู้หญิงจีบผู้ชายนะ

 

ไม่ใช่ผู้ชายจีบผู้หญิง

 

 

ขืนมัวทำตัวเป็นนางเอก

 

แล้วชาตินี้จะหาสามีได้ไงล่ะ?

 

 

จริงมั้ย(ฮะ)คุณผู้อ่าน?

 

 

^ ^

 

 

 

 

 

 

 

 

2BC

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555
น้องๆ ไม่ไหวแล้ว
เปนผู้หญิงต้องสมเป็นกลุสตรีกันหน่อยสิคะคุนน้อง
ทำไมไม่จับปล้ำไปเล้ยยยย (อ่าว ซะงั้น)

อิอิ หนุกมากๆเลยค่ะ
ชะแว้บไปอ่านตอนต่อไปopen-mounthed smile

#1 By pookpui (58.64.112.79) on 2008-03-16 14:42

โฮกกกกกก
สาวๆแรงได้อีก


เห็นด้วยๆ
ทำตัวเป็นนางเอก จะหาสามีได้ไงล่ะ
กร๊ากกกกกกกกกก

#2 By yingmin (61.7.133.155) on 2008-05-30 04:46