[Fic] Born to Be #2 [YunJae][YuSoo]

posted on 05 Mar 2008 14:05 by deumbeui  in Born-to-Be

Fiction : Born to Be# 2

Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae

Author: Deumbeui 

 

 

ปัง!!

 

 

"ชางมิน!... "

 

เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ มือเรียวจับแว่นให้เข้าที่ก่อนจะส่งสายตาเชิงถามไปยังคนที่ตบโต๊ะเสียงดังและเรียกชื่อเขา

 

 

"นายต้องช่วยพวกเรา! "

 

"ไม่ ฉันบอกพวกเธอไปแล้ว ว่าถ้าเป็นไอ้เรื่องแปลงเพศวิปริตบ้าบออะไรนั่น ฉันขอไม่เกี่ยวด้วย"

 

"โอ้ยย มันปลงไม่แปลงมันแล้ว ความคิดนั้นใครว่าจะทำกัน? "

 

 

อ่าว เห้ย!

 

ถ้างั้นแล้วใครกันล่ะ ที่เมื่อวานประกาศปาวๆว่าจะแปลงเพศเป็นเกย์เพื่อรักแท้นั่นน่ะ!

 

 

"อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ...ไอ้เป็ด"เด็กสาวมองหน้าเพื่อนชายด้วยหางตา ส่วนอีกคนก็ฟึดฟัดหงุดหงิดรำคาญฟาดหางโลมาซ้ายทีขวาที

 

ชางมินยังคงส่งสีหน้าเป็นคำถามออกไปจนแจจุงเอือมระอา คาดว่าถ้าไม่เล่าให้มันฟัง มันจะต้องไม่ให้ความร่วมมืออย่างแน่แท้..

 

"ก็คือว่า.... "

 

 

.

.

.

 

"เอ่อ........ "

 

 

"หมอคะ พวกเราจริงจังนะคะ เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที"หญิงสาวพิงพนักเก้าอี้แรงๆก่อนจะหันหนีหน้าเอ๋อไร้สติของหมอที่คลีนิคศัลยกรรมแห่งหนึ่ง

 

 

ไปมาจะห้าสิบกว่าคลีนิค

 

 

ทุกที่หมอก็ทำหน้าเอ๋อแบบนี้กันหมด

 

 

ไม่เข้าใจ

 

ชายอยากเปลี่ยนเป็นหญิง

 

 

แล้วหญิงอยากเปลี่ยนเป็นชาย(ที่เป็นเกย์)มันผิดกันตรงไหนวะ?!!

 

 

 

 

 

"คือเขาไม่ทำกันหรอกนะครับ แปลงเพศจากหญิงเป็นชายน่ะครับ"

 

 

"โอ้ยหมอ ทุกที่ก็พูดแบบนี้ ฉันล่ะไม่เข้าใจ มันจะต่างกันตรงไหนกะอีแค่ตัดและต่อกันคนละที่เนี้ย?? "เด็กสาวตัวเล็กกว่าหน่อยอีกคนเริ่มแว๊ดเสียงโลมาอย่างไม่พอใจ

 

 

"ใช่ๆๆ มันก็แค่เปลี่ยนจากที่เคยเพิ่มอะไรที่มันกลมๆมาเป็นแท่งๆ มันจะยากมากขนาดนั้นเลยเรอะ? "

 

 

 

 

โอ้ พระเจ้า!!!

 

 

ตั้งแต่เรียนจบและเป็นหมอมา ไม่เคยจำคำถามพิสดารบ้าบออะไรขนาดนี้มาก่อน

 

 

มันต่างสิแม่คู๊ณ

 

 

ไอ้ก้อนกลมๆนั่นน่ะ มันโปะและยึดติดกับไอ้หน้าอกแบนๆได้

 

 

แต่แท่งๆมันจะห้อยออกมาได้ยังละครับเนี่ย??

 

 

 

 

"ว่าไงล่ะหมอ??!!! "

 

 

"คือถ้าพวกคุณจะต้องการรู้เหตุผลที่แท้จริงและลึกซึ้งแล้วล่ะก็ ผมคิดว่าผมอาจจะต้องสอนเรื่องเซลล์ตั้งแต่พื้นฐานในวิชาชีวะ และเรื่องการเชื่อมต่อและสร้างเซลล์ พ่วงถึงวิชาเลขความน่าจะเป็นและ.. "

 

 

"พอละหมอ ไม่ลากเคมี ฟิสิกส์ การเคลื่อนที่เป็นแนววิถีโค้งครอบจักรวาลมาเลยล่ะ..ขอคำตอบสั้นๆง่ายๆโอเคป่ะ? "

 

 

"เห้อ...ก็บอกไปแล้วไงครับ แต่พวกคุณก็ยังดึงดันกัน...มันไม่ได้ก็คือไม่ได้ คิดถึงหลักความเป็นจริงหน่อยสิครับ อีกอย่างที่นี่รับศัลยกรรมนะครับ ไม่ใช่แปลงเพศ - -*"

 

 

"โว้ยไม่ทำก็ไม่ทำ ไปเหอะจุนซู"

 

 

 

 

.

.

.

 

 

"ฉันบอกแล้ว พวกเธอประสาทกันเองนิ... "

 

"โหยอะไรล่ะ ก็ฉันเห็นว่ามันน่าจะมีทางนิ ทีผู้ชายมันยังแปลงกันได้ แล้วอะไรกะอีแค่สลับเปลี่ยนกันหน่อยเดียว"แจจุงโวยเสียงแหลม พลางทำหน้าหงุดหงิด

 

"แต่คิดไปคิดมาไม่ทำก็ดีแล้วนะแจจุง ต้องมีไอ้แท่งๆและก็ลูกๆอะไรก็ไม่รู้ห้อยโตงเตง หนักตายเลย"เซียว่าพลางทำท่านึกถ้าตัวเองแปลงเป็นผู้ชายเต็มตัวโดยเสริมไอ้แท่งๆห้อยๆนั่นแล้วพลันส่ายหัวและนั่งขนลุก

 

"เป็นบุญดั่งฉันได้ลอยขึ้นสวรรค์ดาวดึงส์เลย ที่พวกเธอสองคนล้มเลิกความคิดบ้าๆนั่นได้สักที"

 

"ใครบอกพวกเราล้มเลิก?"

 

 

ชางมินเลิกตาขึ้น

 

 

"นายนั่นแล่ะต้องช่วยพวกเรา"

 

"ฉันอยากเป็นหมอในอนาคตไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำเรื่องพวกนี้ได้หรอกนะ"

 

"ไม่ใช่เว้ย...ฉันแค่จะถามว่า..ยุนโฮกับยูชอนน่ะ เขาอยู่ชมรมชกมวยใช่มั้ย? "

 

"แล้วไง? "

 

"ชมรมนี้เปิดให้คนนอกโรงเรียนเข้าร่วมได้ด้วยสินะ"เซียพูดพลางเอาครีบโลมาเคาะคางไปมาอย่างใช้ความคิดหนัก...

 

ชางมินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ...ตอนนี้แจจุงมองหน้าเซียอย่างรู้กันและรอยยิ้มชั่วร้ายต่างก็จุดขึ้นที่มุมปากของแต่ละคน...

 

 

"นายต้องทำให้เราสองคนเป็นสมาชิกชมรมนั้!! "

 

 

"อ้อ ถ้าอยากตั้งชมรมมวยหญิง อันนี้ฉันพอช่วยได้"

 

"ไม่ใช่!!! ฉันจะเข้าชมรมมวยผู้ชายเท่านั้น"

 

"ก็มันของผู้ชาย พวกเธอจะเข้าไปยังไงล่ะ? "

 

"ก็ใครบอกว่าพวกเราจะเข้าไปในคราบผู้หญิงกันล่ะ? "

 

.

.

 

 

 

ร้านตัดผม

 

 

"ทรงนี้ดีป่ะ? "

 

"ไม่อ่ะ ฉันว่าทรงนี้ดีกว่านะ ทรงนั้นยังดูเป็นผู้หญิงไป"

 

"แต่ฉันว่าทรงนั้นมันม้วนไปรึเปล่า? "

 

"พวกเธอไม่โกนหัวไปเลยล่ะ นั่นน่ะ ไม่ถูกสงสัยแน่"ชางมินที่ถูกลากมาแต่เช้าตรู่ในวันหยุดของสัปดาห์หาวไปพลางแนะนำเพื่อนสองสาวที่ง่วนอยู่กับการเลือกทรงผมที่จะตัดให้เหมือนผู้ชาย แม่งซวยกูทุกที ไหนบอกเรื่องนี้จะไม่พึ่งกูไม่ใช่รึไงวะ - -*

 

 

ใช่แล้วล่ะ

 

สรุปแล้วสองสาวคิมของเรานั้นก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดไอ้แปลงเพศนั้นซะทีเดียว..

 

 

ในเมื่อแปลงจากข้างในไม่ได้...

 

ก็แปลงมันข้างนอกนี่แล่ะ...

 

ยังไงซะรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาก็ทำคนเข้าใจผิดได้โดยง่ายอยู่แล้ว...

 

ถ้าแต่งเสริมอีกหน่อยละก็...

 

ไม่มีใครสงสัยแน่นอน..

 

 

"ว่าไง พวกเธอเลือกได้รึยัง? "เด็กหนุ่มลูกชายเจ้าของร้านทำผมที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนเล่นตอนเด็กๆของทั้งสามเดินมาจับไหล่พลางเหลือบมองทรงผมต่างๆในหนังสือที่แจจุงและเซียกำลังเลือกอยู่

 

ตอนที่สองสาวนี่เล่าเรื่องให้ฟังและมาขอความช่วยเหลือทำเอาทงเฮช๊อคจนกรรไกรซอยเกือบทิ่มคอคนที่เขาตัดผมอยู่ตอนนั้นเลยล่ะ - -*

 

"ทงเฮว่าทรงนี้โอเคป่ะ? "แจจุงว่าพลางชี้ไปที่ทรงผมหนึ่ง ซึ่งชางมินที่แอบเหลือบมองไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง..มันช่างเหมือนรวงข้าวที่งอกไม่เต็มที่แถวทุ่งนาชัดๆ..

 

"ฉันว่าทรงนี้ดีกว่าเหอะ"เซียว่าพลางชี้ไปอีกทรงที่อยู่ถัดไปจากรูปที่แจจุงชี้สามรูป...

 

ชางมินมองด้วยความเอือมระอา หนวดแมลงสาบยังต้องอายเลยล่ะมั้ง ทรงนั้นน่ะ ยังกะเรดาร์ทรงแปดเหลี่ยม..

 

"ฉันว่าพวกเธอไม่ต้องเลือกแล้วล่ะ"

 

"เดี๋ยวฉันตัดให้เลยละกันแล้วค่อยๆบอกมาว่าอยากให้เสริมตรงไหน"ทงเฮมีความเห็นในใจเหมือนกับชางมินอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจจัดการเองคงจะดีกว่า...เรื่องฝีมือด้านตัดผมของทงเฮระดับ Expert Professional ไม่แพ้ช่างตัดผมมือหนึ่งตามร้านดังๆทั่วไปเลยล่ะ

 

 

"ทงเฮ ข้างๆอะสั้นอีกนิดดิ๊"

 

"เห้ย แจจุง แค่นี้ยังสั้นไม่พออีกหรอ? หน้าฉันจะบวมเป็นหมีควายแล้วนะ"เซียท้วงขึ้นเมื่อเพื่อนสาวบอกให้ทงเฮตัดผมของเขาสั้นเข้าไปอีก..

 

 

ไม่ไหวนะ..

 

หน้าเขาในตอนนี้ถ้าเอาจุดสีแดงแต้มตรงจมูก..

 

คนเขาก็คิดว่าเป็นซาลาเปาไส้โลมาได้ไม่ยากเลยล่ะ...

 

จะให้ตัดอะไรมันอีกเนี่ย?!!

 

 

"หน้าฉันก็ผู้ชายแล้วนะ ไอ้ที่โดนทักไปถ่ายโฆษณาเด็กทั้งหลายแหล่ก็เห็นอยู่ว่ามันก็โฆษณาเด็กผู้ชายทั้งนั้น แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะเว้ย"

 

"ไม่ได้ เธอน่ะตัวเตี้ยนะ อะไรที่ทำให้ดูเหมือนผู้ชายมากที่สุดได้ก็ต้องทำสิ"

 

"เธอมันก็ตาโตผิวขาวเกินความจำเป็นเหมือนกันนั่นแล่ะ"

 

"แต่ฉันก็มีคนมาชวนเป็นนายแบบนะ ไม่ใช่โฆษณาขนมเด็กละกัน"

 

 

"พวกเธอหุบปากและก็ให้ทงเฮจัดการเหอะ"ชางมินที่อดรนทนฟังมานานพูดขึ้นพลางตะกายตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ที่เมื่อกี๊เขาเผลอไหลเลื้อยตัวนอนหลับไป..

 

ทีตอนแรกน่ะบ่นกันแทบตายว่าไม่อยากเหมือนผู้ชาย...

 

ตอนนี้ดันมาเถียงกันว่าใครเหมือนผู้ชายมากกว่ากัน..

 

 

ความรักมันเปลี่ยนคนได้มากมายจริงๆ...

 

ความจริงข้อนี้ชางมินเข้าใจและยอมรับมันได้โดยไม่ต้องพึ่งสมการใดในวิชาเลขพิสูจน์คำตอบให้เขาเลยด้วยซ้ำ..

 

 

 

............

.....................

 

ณ ผับหรูใจกลางเมือง

 

 

"ไง คุณหมอคิบอม หน้าหงิกมาเชียว เกิดไรขึ้นวะ? จีบคนไข้คนไหนไม่ติดอีกล่ะ? "

 

"เปล่า แต่งวดนี้กูเจอคนไข้ประหลาด... "ผู้มาใหม่ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม มือใหญ่คว้าแก้วเหล้าตรงหน้าก่อนจะกระดกทีเดียวหมดแก้ว...

 

"ประหลาด? แล้วไอ้ประหลาดนี่คือถูกใจหรืออะไรวะ? "ยุนโฮถามลูกชายเพื่อนแม่ที่โตกว่าหลายปีแต่สนิทราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน...สายตาพลางจับจ้องมองตามเด็กหนุ่มร่างเล็กอ้อนแอ้นที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไป...

 

"ตอนเดินเข้ามาก็คิดอยู่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พอคุยก็รู้ละว่าผู้หญิง น่ารักแม่งทั้งคู่เลยนะเว้ย แต่แค่ท่าทางดูห้าวเหมือนผู้ชายมากไปหน่อย...กูยังงงเลยจะมาศัลยกรรมอะไรวะหน้าตาแม่งก็ดีอยู่แล้ว... "

 

"แล้วไอ้ที่ว่าประหลาด คือแค่มึงแยกไม่ออกว่าเขาเป็นชายหรือหญิงน่ะนะ? "มิกกี้ที่กำลังเทเบียร์ใส่แก้วตัวเองเอ่ยขึ้นบ้าง

 

"ไม่ใช่ เขามาบอกกูว่าจะแปลงเพศเป็นผู้ชาย! "

 

 

"เออ ดีแฮะ สงสัยคงเบื่อๆแบบพวกเราล่ะมั้ง 555+"ยุนโฮพูดพลางอดขำไม่ได้..

 

"ตอนฟังแม่ง แทบหงายหลังตกเก้าอี้ แถมเจ้าตัวยยืนยันนอนยันจะผ่าตัดแปลงเพศให้ได้ กูล่ะโคดจะกลุ้ม.. "

 

"มึงก็น่าจะลองดูนะ คนไข้แบบนี้ เจอมึงครั้งสองครั้ง อาจจะไม่อยากแปลงเพศแล้วก็ได้"มิกกี้ว่าพลางหัวเราะหึหึ...

 

"พ่อมึงสิ กูหมอศัลยกรรม ไม่ใช่หมอแปลงเพศนะเว้ย"

 

"จะอะไรก็เอาเหอะ พวกมึงอยากกลับก็กลับก่อนได้เลยนะ วันนี้กูอยากออกกำลังกาย.. "ยุนโฮว่า พลางเดินไปหาเด็กหนุ่มที่จ้องตั้งแต่เข้าผับมาตลอดจนนั่งที่เก้าอี้เมื่อกี๊...คุยกันสักพักก็เดินหายกันออกไปจากผับ..

 

"พวกมึงนี่ ชีวิตสุขีดีนะ... "

 

"เออ อยู่แบบนี้ล่ะดีละ เบื่อพวกผู้หญิง"มิกกี้ว่าอย่างไม่หยี่หระ สายตาสอดส่องมองหาหนุ่มที่ถูกใจ..เพราะวันนี้เขาก็ชักอยากจะออกกำลังกายเหมือนกัน..

 

 

.

.

.

 

 

วันรุ่งขึ้น

 

 

"พวกเธอจะเอาจริงๆใช่มั้ย? "

 

"แน่สิ ลงทุนขนาดนี้แล้วนะ"

 

ชางมินส่ายหัวเมื่อเห็นเพื่อนสาวทั้งสองคนของเขาตรงหน้า..

 

ทั้งสองอยู่ในชุดทะมัดทะแมง เสื้อยืดสีหม่นกางเกงกีฬาขายาวสีกรมท่า ทรงผมสั้นที่ซอยรากไทรได้รูปแบบผู้ชายด้วยฝีมือของทงเฮ อุปกรณ์ต่างๆใส่รวมอยู่ในกระเป๋าที่พาดหลัง..

 

เหมือนผู้ชายจริงๆนั่นแล่ะ - -*

 

 

"งั้นรอตรงนี้ ฉันจะไปคุยกับประธานชมรมให้ละกัน"ชางมินเดินหันหลังไปปากพลางขมุบขมิบบ่นถึงความซวยของตัวเองที่ต้องมารับภาระช่วยเพื่อนสาวทำเรื่องปัญญาอ่อนพวกนี้...

 

สักวันความจริงมันก็ต้องเปิดเผย..

 

แต่พูดไปเพื่อนเขาตอนนี้คงไม่ฟังอะไรหรอก...

 

ความรักมันทิ่มแทงลูกกะตาบอดพรุนหมดแล้วล่ะมั้ง...

 

 

 

"ตื่นเต้นจังเลยอะ"เซียหันมาทำท่าน่ารักกระโดดดุ๊กดิ๊กตื่นเต้นตามประสา แจจุงเลยตีเข้าเต็มแรงก่อนจะกระซิบเสียงดุ

 

"ทำท่าให้มันแมนๆหน่อยได้มั้ย? หน้าน่ะได้แล้ว ขืนทำท่าแบบนี้ ยิ่งกว่าพวกไม่เต็มอีก"

 

"อะแฮ่มๆ แบบนี้ล่ะเป็นไง? "เซียกระแอมเล็กน้อย และเปลี่ยนท่าทีและน้ำเสียงให้แมนยิ่งขึ้น..

 

"แบบนี้สิถึงจะผ่าน.. "แจจุงว่าพลางฉีกยิ้ม

 

 

สักพักชางมินโผล่หน้าออกมาจากประตูห้องพลางกวักมือให้เขาสองคนเดินเข้าไปในห้อง...

 

"สองคนนี้ใช่มั้ย? "

 

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำคนหนึ่งที่ดูแล้วคงจะเป็นประธานชมรมชี้มาที่แจจุงและเซียและหันไปถามชางมิน

 

 

"ครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ"ชางมินยิ้มรับก่อนก้มหัวอย่างอ่อนน้อมและสุภาพ..

 

 

เพื่อนเราน่าจะเอาไปแคสเข้าฮอลิวู้ดได้เลยนะเนี่ย...

 

ปากก็บ่นไม่เต็มใจจะทำ...

 

แต่พอทำ ก็แหลได้อย่างแนบเนียน..

 

น่านับถือจริงๆ...

 

 

"ได้สิ ไม่มีปัญหา เข้ามาก่อนเลยๆ มาแนะนำตัวกันก่อน แจจุงกับจุนซูใช่มั้ย? อยู่โรงเรียนอะไรกันล่ะ"

 

"อะ..โรงเรียน S ครับ"เสียงที่ถูกปรับให้เข้มทุ้มนุ่มลึกเยี่ยงผู้ชายไม่มีผิดเพี้ยนโกหกออกไปอย่างราบรื่น

 

"ฉันชินดงนะ เป็นประธานชมรมนี้"หนุ่มร่างกำยำว่าพลางเชื้อเชิญให้ทั้งแจจุงและเซียไปยืนอยู่กลางห้องซ้อมท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มหลายคน

 

และนั่น!...

 

 

เจ้าชายของเขาสองคนกำลังเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ...

 

โอ้ว..ดูรอยยิ้มนั้นสิ..

 

งดงามราวกับแสงอาทิตย์อัสดงกำลังลาลับขอบฟ้าก็ไม่ปาน...

 

 

"อ้าว ยูชอน ยุนโฮ มานี่เร็วๆ มีสมาชิกใหม่จากต่างโรงเรียนจะแนะนำ"ชายร่างใหญ่คนเดิมกวักมือเรียกมิกกี้และยุนโฮให้เดินมาหา..

 

มายก้อด!!!!

 

เพิ่งเคยเห็นใกล้ๆแบบนี้ครั้งแรก..

 

ไม่ไหวๆ..

 

แสงเจิดจ้าเจิดจรัสเกินไปแล้ว!!!!!!!!...

 

 

"เอ่อ....ไม่เป็นอะไรนะ.. "ชินดงว่าพลางมองไปยังสองร่างที่กำลังหันหลังและเอามือปิดจมูกตัวเอง..

 

"อ่ะ..เอ่อ..ปะ..เปล่าครับ.."

 

 

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ...

 

นี่ขนาดแค่เจอครั้งแรกนะเนี่ย...

 

เลือดนี่แทบพุ่งด้วยความเร็วแสงยกกำลังแปดกันเลยทีเดียว..

 

 

ถ้าต้องเจอใกล้ๆแบบนี้ทุกวัน...

 

ความดันเลือดจะต้องสูงดันเส้นเลือดในสมองแตกทุกเส้นแน่...

 

 

จะตายก่อนชนะใจรึเปล่าวะเนี่ย?

 

 

 

"สวัสดีฮะ..ชื่อแจจุงฮะ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะฮะ"

 

"ผมจุนซูฮะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกันฮะ"

 

 

"อยู่ปีอะไรหรอ? ทำไมตัวเล็กจังล่ะ? "

 

"......."

 

 

ไร้เสียงตอบรับเมื่อเจ้าชายหนุ่มรูปงามในฝันกำลังพูดกับตนเองอยู่...ปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบอาการเหมือนปลาโลมาผะงาบๆต้องการอากาศหายใจ..แจจุงเห็นท่าไม่ดี แอบหยิกเข้าเต็มแรงให้เพื่อนรักรู้สึกตัว..

 

"ปะ..ปีสามฮะ"

 

 

"แจจุงก็ด้วยหรอ? "

 

"......"

 

เมื่อถึงตาตัวเองก็นิ่งเป็นหินไปอีกคนเช่นกัน

 

 

โอ้ พระเจ้า!!

 

ลูกตายตาหลับแล้วค่ะ..

 

 

ยุนโฮเรียกชื่อ...

 

มีอะไรให้น่ากรี๊ดกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย!!!!!!???

 

 

ใครก็ได้เรียกสัปเหร่อมาเก็บศพลูกที!!

 

 

"อะ...ใช่ฮะ..พวกเราอยู่ชั้นเดียวกัน"แจจุงที่ฟื้นตัวทันก่อนสัปเหร่อจะมาเก็บศพตอบตะกุกตะกัก เพราะผิวหน้าขาวนวล เมื่อแก้มเปลี่ยนสีจึงไม่ยากเลยที่จะสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย...

 

 

"เอาล่ะ วันนี้ไม่ต้องซ้อมก็ได้นะ ดูๆไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"ชินดงประธานชมรมว่างพลางยิ้มแย้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะผละออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า...

 

 

สองสาวเลือกที่จะดูอย่างที่ชินดงแนะนำ..ทั้งสองกวาดตามองสำรวจห้องซ้อมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

 

มั่นช่างเหมือนค่ายมวยที่เขาเคยเข้าค่ายตอนเด็กๆไม่มีผิด...เครื่องมือเครื่องไม้และอุปกรณ์การซ้อมจึงเป็นอะไรที่คุ้นตาและเคยชินกับสองสาวอยู่แล้ว..

 

นี่สินะที่เรียกว่าพรหมลิขิต...

 

ชอบอะไรก็ชอบเหมือนกัน...

 

เห้อ...

 

 

"จุนซู..ลองดูมั้ย? ดูอยู่เฉยๆน่าเบื่อออก.. "เสียงหล่อกระชากจักรวาลดังขึ้นพร้อมๆกับเจ้าของเสียงที่มายืนยิ้มหล่ออยู่ตรงหน้าทำเอาคนที่สติไม่ค่อยจะมียิ่งแตกกระเจิงกระจัดกระจายเข้าไปอีก..

 

"อ่ะ..เอ่อ..แต่ว่า..ฉะ..ฉัน..เอ้ย..ผม...ไม่เก่งนะฮะ"

 

 

แจจุงหันหน้าสะบัดทันที...

 

แหลได้โล่เว้ยเพื่อนกู..

 

ตอนเด็กๆชกกูทีจมูกกูเคลื่อนเลยไม่ใช่เรอะ?!!

 

 

"อ่ะงั้น ผมต่อให้จุนซูชกผมก่อนเลย"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!

 

 

แค่พูดเฉยๆก็ว่าแย่แล้วนะ นี่มียื่นหน้ามาให้ชกใกล้ๆอีก...

 

เลือดจะพุ่งใส่หน้าแทนนวมน่ะสิไม่ว่า!!!

 

 

แล้วแบบนี้จุนซูจะชกลงมั้ยล่ะคุณผู้อ่าน >///////////<

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2BC

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะไรกันเนี่ย
ทำไม..ไม่จริงใช่มั้ย..โอไม่..

#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-03-05 14:20