[Fic] Obajicon ::14:: [YunJae][YuSoo]

posted on 13 May 2012 23:49 by deumbeui  in Obajicon  directory Fiction, Entertainment, Asian

Fiction : Obajicon 14 
Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo
Genre : Romantic Comedy
Author : Deumbeui
Author’s note : “อืมมม....ก็ใช้ได้อยู่นะ ผมชอบคนแก่กว่าซะด้วย”
Warning : PG-15, อ่านเรื่อง Shotacon ก่อนนะคะ ไม่งั้นงงแน่นอนค่ะ มันเป็นฟิกภาคต่อกันเน้อ >>จิ้มเลยค่ะ<<


หลังจากกลับถึงบ้าน จุนซูก็เขวี้ยงคีย์การ์ดไปทาง มือกระชากเนคไทด์ให้หลวมก่อนทิ้งตัวเองลงกับโซฟาในห้องรับแขกแรงๆ...

กิน...

หงุดหงิดแบบนี้ต้องกินสถานเดียว...!! 

ณ จุดนี้ไม่กินแล้วจะบ้าตายให้ได้เหอะ!!!

เครียดมันเท่าไร ก็กินมันเท่านั้นนั่นแล่ะ!!


ว่าแล้วเจ้าตัวก็พุ่งเข้าห้องนอนตัวเอง เปลี่ยนชุดจากสูทดูทีเป็นเสื้อยืดสบายๆ โดยเฉพาะกางเกงต้องยางยืดหลวมๆเพื่อจะได้กินให้เต็มที่....คว้าที่คาดผมคาดเอาผมขึ้นทั้งหมดจะได้สะดวกแก่การจ้วงให้เต็มที่ก่อนจะจ้ำอ้าวเข้าห้องครัว เปิดตู้เย็นผาง ควานเอาบิบิมบัพที่แจจุงทำให้เมื่อวานซึ่งมีเป็นกะลังมัง...

แหงล่ะ แจจุงรู้นิสัยเขาดี เวลาหงุดหงิดถึงที่สุดทีไรเป็นต้องกินไว้ก่อน นี่ก็เลยทำเผื่อไว้ให้เขาสามกะละมังตั้งแต่เย็นเมื่อวาน...

บิบิมบับขนาดใหญ่เท่ากะละมังซักผ้าถูกกระแทกวางบนโต๊ะกินข้าวเสียงไม่เบา..มือเล็กจ้วงเอาจ้วงเอาและยัดเข้าปาก...เอาขาข้างนึงชันขึ้นกับเก้าอี้ อีกมือเปิดรีโมททีวีพลางเร่งเสียงซะดังสนั่นเวลาเดียวกับที่ประตูที่ถูกคีย์การ์ดรูดเปิดออกทางประตูหน้า...

จุนซูแว่วเสียงเปิดประตูกับสังเกตเห็นเงาคนพาดผ่านจากทางห้องรับแขกกระทบกับประตูห้องครัว...

“ไม่ไปอยู่กับยุนโฮรึไง?”ปากกลมยังคงเคี้ยวตุ้ยๆ ตาเรียวไม่คิดจะหันไปมองด้วยซ้ำด้วยสรุปเอาเองไปเรียบร้อยว่าคนที่บุกเข้ามามาให้ห้องของเขานั่นเป็นแจจุงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าเป็นคนเดียวที่เขาให้คีย์การ์ดสำรองของห้องไป...

เงาที่ทอดลงกับประตูหยุดชะงัก...แถมเสียงตอบรับก็ไม่มีมาให้ได้ยิน..เจ้าตัวก็เลยส่งเสียงออกไปอีกสักรอบ..

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วสักหน่อย...กะอีแค่โดนเด็กเมื่อวานซืน หน้าตาไม่ได้เรื่อง นิสัยก็เสียปั่นหัวเล่นแค่นี้ จิ๊บๆ...”พูดไปก็กระแทกช้อนตักข้าวยัดเข้าปากไปตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้น 

เงียบ... แถมเงาตรงประตูก็ยังอยู่ที่เดิม...


จุนซูที่กำลังยัดข้าวเข้าปากจนเต็มแก้ม ปากกลมเลอะเทอะไปทั่วตัดสินใจเงยหน้าขึ้น..

“แจจุง?”

“.......”

“ทำไมเงียบล่ะ? ฉันอยู่ในนี้ เข้ามาสิ”

“.......”

อะไรของมันวะ?! คนยิ่งอารมณ์เสียๆอยู่....

“เป็นบ้าอะไรของนาย? ยืนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้นเนี่ย?!”จุนซูวางช้อนลงกับกะละมัง...หรี่ตามองเงาที่ยังยืนอยู่ที่เดิม...ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นกระแทกเท้าเดินไปที่ประตู...กำลังจะส่งเสียงเต็มที่ถามเพื่อนตัวเองว่าเป็นอะไรมากไหม มาแล้วก็ยืนนิ่งๆเงียบๆอยู่เนี่ย!!?? แต่แล้วพอสาวเท้ามาถึงและสะบัดหน้าไปมองเท่านั้นแล่ะ...คำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากกลับกลืนหายไปหมด..มีเพียงแค่เศษข้าวในปากที่ร่วงหล่นออกมายามที่ปากเขาอ้าพะงาบๆปิดๆเปิดๆยามสบตากับคนตรงหน้า..


ไอ้เด็กนี่มันมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?!!! 

ตาเรียวไล่ตามมองไปตามเรียวมือที่กำคีย์การ์ดที่เป็นของห้องเขาไว้แน่น...ตาคมของเด็กที่เขาเพิ่งดาไปปาวๆจ้องมองเขานิ่ง...มืออีกข้างยังคงใส่เฝือกอยู่...จุนซูรีบเคี้ยวข้าวที่อัดแน่นเต็มปากอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบๆกลืนๆลงคอ...

“เอ่อ....”

“........”

“หิว...หิวไหม?....”

ไอ้บ้าจุนซู!!! นี่นายถามบ้าอะไรออกไป ห๊ะ!!??? 

ถามสิ ต้องถามว่ามันไปเอาคีย์การ์ดของห้องเขามาจากไหน? เอามาได้ยังไง? ดันไปชวนเขากินข้าว? เพื่อออออออ????!!!!

“..........”

จุนซูกลืนน้ำลายลงอีกอึกก่อนจะยืนเก้ๆกังๆ พยายามเรียบเรียง และประมวลผลภายในสมองที่ตอนนี้ชักจะเหมือนจะหยุดการทำงานไปชั่วขณะ...

ทำไมมันมองเขานิ่ง ไม่พูดอะไรเลยสักอย่างล่ะ!!!!!???


“ถ้าไม่หิว...ฉันไปกินต่อล่ะ...”พูดเสร็จก็รีบหันหลัง...โอ้ย! ขอกลับไปตั้งตัวก่อนละกัน...กำลังจะก้าวขาออกแต่ก็โดนกระชากเข้าที่แขนให้หันกลับไป...

“โอ้ย! เจ็บนะ!...อ๊ะ!!! ปล่อยนะ! นี่จะทำอะไรน่ะ!!??”

คนถูกอุ้มพาดไหล่อย่างไม่ทันตั้งตัวส่งเสียงโวยวายใหญ่...พยายามดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ไม่อยากจะเชื่อว่ามือเดียวของไอ้เด็กนี่มันรับมือกับร่างกายอวบอ้วนของเขาได้อย่างดีเยี่ยม!

“โอ้ย!!!”ไอ้เด็กตัวโตเหวี่ยงเขาลงเตียงอย่างไม่ปรานีปราศรัย...ใบหน้ากลมสะบัดหันไปหวังจะตวาดใส่แต่แล้วก็ต้องรีบสะบัดกลับไปอีกทางแทบไม่ทัน เมื่อใบหน้าคมห่างอยู่ไม่ถึงคืบ...ก็มันเล่นขึ้นมาบนเตียงคร่อมเขาซะใกล้เลยนี่!

“อ๊ะ!”

แบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย จู่ๆเด็กมันก็ซุกเข้ากับซอกคอหอมอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัวก่อนจะขมเม้มจนเป็นรอยและค่อยๆไล้ไปตามไหปลาร้ายังอีกซอกคออีกด้าน...

คนด้านใต้ที่ถูกปั่นป่วนอารมณ์ด้วยรอยลิ้นที่ลากผ่านกำแน่นเข้ากับเสื้อนักเรียนของคนด้านบน

“อะ..อื้อ....ยะ...ยูชอน!...ดะ...เดี๋ยว..”เดี๋ยวสิ! นี่มันเรื่องอะไรกัน!!?? จู่ๆมาไซร้ซอกคอเขาทำไมเนี่ย!!!!??????

กระดุมเม็ดบนถูกปลดด้วยมือเดียวของอีกคนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้...แต่มันก็เผยให้อีกคนประทับรอยจูบไปถึงไหนต่อไหนได้ง่ายขึ้น...ใบหน้ากลมได้แต่สะบัดไปมาอย่างไม่เข้าใจ...ภาพที่เห็นวันก่อนประดังเข้ามาทำเอาน้ำตาจะปริ่มๆจะไหลที่ขอบตา....และเหมือนอีกคนจะรู้...จู่ๆก็หยุดในสิ่งที่ทำอยู่...เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะถอนหายใจและประทับจูบลงที่หางตาเรียวของคนด้านใต้....

“ทีหลังอย่าหายไปแบบนี้อีกนะ....”

ตาเรียวที่เมื่อครู่รื้นน้ำตาสบเข้ากับนัยน์ตาคมอย่างไม่เข้าใจ...

“ผมไม่ยอมจริงๆด้วย...”

จุนซูเม้มปากแน่นก่อนจะพยายามดันคนด้านบนซึ่งยูชอนเองก็เหมือนจะรู้เกมส์ดี มือข้างที่ไม่ได้ถูกใส่เฝือกรวบเอามือที่กำลังจะผลักตัวเองออกไว้ได้ทันท่วงที...

“ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะไม่ยอม”กำลังจะตามไปไซร้ซอกคอแต่อีกฝ่ายก็เบี่ยงหนี ขยับตัวขยุกขยิกจนยูชอนต้องโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น...ทิ้งน้ำหนักตัวจนอีกคนขยับไปไหนไม่ได้...

“ทำแบบนี้ทำไม?”พอหมดหนทางหนีก็จำใจเอ่ยปากถามพร้อมๆกับส่งสายตาตัดพ้อไปให้...

“ก็ใครสั่งให้หายไป? ผมต้องเอาเฝือกออกก่อนสอบ พี่ลืมไปแล้วหรอ?”

“ใครลืม?! นายเองไม่ใช่หรอ? ที่ดูเหมือนจะมีคนพาไปเอาออกให้แล้วนี่....แล้วทำไมยังใส่มันอยู่อีกล่ะ?!”

“วันนั้นมันยังไม่ถึงกำหนดเอาออก”

“อย่ามามั่ว! ก็วันนั้นฉันไปรอรับนายที่หน้าบ้านหรอกถึงได้เห็นคาตาว่านายสวีทอี๋อ๋ออยู่กับแฟน!?”

ยูชอนชะโงกหน้าเข้าใกล้ทำเอาจุนซูรีบเบนหน้าหนีไปอีกด้านแทบไม่ทัน...ปลายจมูกเล็กเฉียดเข้ากับแก้มสากของอีกคน...

“อย่างแรกนะครับ...ผมมีนัดกับหมอวันจันทร์ก่อนวันสอบวันแรกซึ่งก็คือวันอังคาร...ไม่ทราบว่าพี่จุนซูไปรับผมวันไหนกันแน่?”

คนตัวเล็กตัวแข็งเกร็งก่อนจะรีบหันหน้าไปมองอีกคนอย่างลืมตัว...ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะเรียกว่าใช้อากาศร่วมโมเลกุลกันแล้วก็ว่าได้...

จุนซูรีบหลบตาก่อนจะทบทวนตารางที่หมอนัดในหัวทันที...ปากเล็กพึมพำทบทวนวันที่กับวันในสัปดาห์ก่อนจะตาโตแล้วหันกลับไปมองอีกคนอย่างลืมตัวอีกครั้งแล้วก็ต้องหันหนีอีกรอบ...

“ละ...แล้วไงล่ะ? ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แล้วทำไมไม่ให้ผู้หญิงของนายคนนั้นพาไปเอาออกให้ล่ะ?!”พอรู้ตัวว่าตัวเองทำเซ่อจำวัดผิดก็พยายามเปลี่ยนเรื่องแทน...

“ก็ผมนัดกับพี่จุนซู ไม่ใช่เขาสักหน่อย”

จุนซูสะบัดหน้าควับ ไม่สนว่าตอนนี้หน้าอีกคนอยู่ใกล้จนแทบจะแนบปากเขาได้แล้วก็ตาม.. “ยอมรับแล้วสินะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงของนาย”

“อืมมม....ก็ใช้ได้อยู่นะ ผมชอบคนแก่กว่าซะด้วย”ยูชอนแกล้งยื่นหน้าใกล้เข้าไปอีก...พลางกระซิบประโยคที่เรียกอารมณ์ขุ่นเคืองที่มีอยู่แล้วให้ประทุยิ่งขึ้นใกล้ๆใบหูเล็ก...

“งั้นจะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ทำไมล่ะ!!?? จะไปไหนก็ไปสิ!! ชอบไม่ใช่หรอ? คนแก่ๆ ประสบการณ์เยอะๆใช่ไหมล่ะ?! อยากไปนักก็ไปสิ! ไปเลย!!!”จุนซูที่ได้ยินแค่นั้นก็แทบสติแตก...มือเล็กทุบอั่กๆอีกคนอย่างไม่สนใจ...ยูชอนที่มีแค่มือเดียวในตอนนี้ก็ดูท่าจะรับมือไม่อยู่กับอารมณ์รุนแรงของอีกคน...มือเล็กทุบทุกส่วนที่ทำได้....ตัวก็ขยับดิ้นไปมา...จนสุดท้ายมือก็ฟาดลงไปที่เฝือกเข้าเต็มแรง...

“โอ้ย!”

จุนซูหยุดทุบทันที...

“เจ็บหรอ? ไหน? เจ็บตรงไหน?!”ถามทั้งๆที่น้ำตาคลอเบ้าทำเอาอีกคนที่แกล้งร้องไปอย่างนั้นยิ้มอย่างอดไม่ได้...

ก็เพราะน่ารักแบบนี้....จะให้ไม่ชอบ...ไม่หลงรักยังไงไหว?


“อ๊ะ!”จู่ๆก็โดนขโมยหอมแก้มทีเผลอขณะที่กำลังพยายามเพ่งมองผ่านทะลุเฝือกหนานั่นให้ได้...

“พี่จุนซูต้องเห็นจากที่ไกลมากๆแน่ๆ ถึงมองไม่ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะ....แก่คราวแม่ผมได้แล้วนะ”

“ก็บอกเองว่าชอบคนแก่!”

“ก็พี่จุนซูแก่กว่าผมจริงๆนี่..”

“...../////...”

“พี่นี่นะ...ยังกับนางเอกหนังน้ำเน่า...ผมล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดขึ้นกับตัวผมเอง...”

“.......”

“อีกอย่าง ผมว่าสายตาของพี่ต้องมีปัญหาแน่ๆ ที่ไม่เห็นว่าผมน่ะหน้าถอดมาจากผู้หญิงคนนั้นเดี๊ยะเลยล่ะ...”

จุนซูที่เริ่มคิดว่าตัวเองอยู่ในละครน้ำเน่าตามที่ยูชอนว่าดูเริ่มชักจะเข้าใจอะไรลางๆ...

“ผุ้หญิงคนนั้น...คือแม่ผมเอง....แม่แท้ๆ เพิ่งบินกลับมาแล้วก็เพิ่งบินตามพ่อไปประชุมอีกประเทศเรียบร้อยแล้ว...เขาแค่แวะกลับมาดูว่าผมยังอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า”

ที่บ้านตระกูลปาร์ค แม้จะมีพ่อแม่ที่ต้องบินต่างประเทศบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีปัญหาครอบครัวแตกแยกก็เพราะมีแม่แบบปาร์ค ยูชอนนี่แล่ะ....

ถึงจะมีเวลาว่างแค่วันเดียวก็จะปลีกตัวกลับมาหา และแม้ว่าจะอยู่ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วก็ต้องบินอีกรอบก็ตาม....ยังไงซะ ถึงเงินจะสำคัญ แต่ถ้าหาเงินแทบตาย แล้วลูกหลานไม่ได้อยู่พร้อมหน้าใช้เงินที่หามาแทบเลือดตากระเด็นนั้น ก็ไม่รู้จะหาไปทำไมเยอะๆเหมือนกัน...

ไหนๆก็รวยขนาดนี้ เจียดเวลา เสียเงินในเรื่องเล็กๆน้อยๆไปบ้าง เพื่อให้ได้ว่าอย่างน้อยเธอก็ทำหน้าที่แม่ที่ดี...มันจะไปเสียหายอะไรตรงไหนล่ะ?...

และด้วยเพราะแม่เขานั้นยังสวยและแต่งตัวเปรี้ยวเกินวัย ทั้งยังชอบทำเหมือนยูชอนเป็นเด็กเล็กอยู่ตลอดเวลา จับหอมจับจูบในที่สาธารณะอย่างไม่คิดอายชาวบ้านเขาสักที...ก็ไม่แปลกหรอกที่คนตัวเล็กนี่จะคิดเป็นตุเป็นตะไปขนาดนี้น่ะ


“ไม่เชื่อ จะ Face Time หาเดี๋ยวนี้เลยก็ได้นะ จะได้รู้ไปเลยว่าผมโกหกรึเปล่า?”ทำท่าจะควักไอโฟนออกจากกระเป๋ากางเกงแต่ก็โดนจุนซูห้ามเอาไว้...

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเชื่อคนตรงหน้าง่ายๆ...

แต่ก็แค่....

ไม่รู้สิ...


สัญชาติญาณมันบอก....

เขารู้สึกแค่นั้น...

แค่นั้นจริงๆ....


“จริงๆนะ..?” แต่ไม่วายหลุดปากถามออกไปอยู่ดี....

ก็แค่อยากได้ยิน...

ตาเรียวสบตาคมอย่างควานหาคำตอบ...


“ไว้รอแม่กลับมาครั้งหน้า ผมจะพาไปแนะนำนะ....”

“ยูชอน!”โวยวายเพราะอีกคนเบี่ยงประเด็นหรือประเด็นที่อีกคนเบี่ยงก็ไม่รู้....

“ผมพูดจริง ไม่ได้โกหก...จะให้พิสูจน์ไหมล่ะ?”

คนใต้ร่างเอียงคองงๆ....ก็ไหนว่าแม่กลับไปแล้ว จะพิสูจน์ยังไงล่ะ?

เด็กชายปาร์คยิ้มกริ่มก่อนจะกระซิบแนบชิดกับริ่มฝีปากกลม... “เป็นแฟนผมนะ?”

“....!!!.....”

“เป็นแฟนผมให้ผมพิสูจน์ว่าผมจริงใจ ไม่โกหก...ดีไหม?..”

จุนซูที่โดนรุกรานหนักขึ้นเรื่อยๆบริเวณปากชักอยู่ไม่สุก ทั้งคำพูดชวนเขินนั่น คำถามที่น่าจะฟาดมือหนักลงกับคนถามนัก และริมฝีปากที่ตามปากเขาไปทุกที่ไม่ว่าจะหันหน้าหนีไปทางไหน...

จะอายอันไหนก่อนดีเนี่ย!!??


เมื่อไม่ได้ยินคำปฏิเสธของอีกคน อีกทั้งกับแก้มแดงๆนั่นอีก ยูชอนก็บอกกับตัวเองว่าไม่มีเหตุผลอะไรอีกที่จะต้องอดทนกับริ่มฝีปากอิ่มตรงหน้าอีกต่อไป...


“อื้อ....พะ...พอแล้ว...”

คนที่ถูกขโมยจูบมาราธอนร่วมสิบนาทีพยายามดันคนด้านบนที่ยังคงหาเศษหาเลยกับซอกคอเขาไม่เลิก...

“ยะ...ยูชอน...”เจ้าของชื่อครางเสียงต่ำรับเสียงหวานนั่น...ก่อนจะจำใจละใบหน้าออกมา...

“ทีหลังจะหายไปอีกไหม...?”

ใบหน้ากลมสะบัดไปมาทำเอาอีกคนอดหมั่นเขี้ยวหอมแรงๆที่แก้มนิ่มอีกรอบก่อนลุกขึ้นนั่ง...

จุนซูรีบลุกขึ้นนั่งตามพลางหลบสายตาคนตรงหน้าเป็นพัลวัน...แต่แล้วก็ต้องหันกลับไปอีกรอบเมื่อเห็นว่าสายคล้องแขนอีกคนหลุดกระเด็นหายไปจากคอแล้ว...

นี่พวกเขาจูบกันอีท่าไหนเนี่ย!!???

“ยูชอน! สายคล้องนายล่ะ?”

เด็กหนุ่มก้มดูแขนตัวเองที่ตอนนี้เหลือแต่เฝือกแต่ไร้ที่ยึด...ก่อนจะหันซ้ายหันขวาบนเตียง พอไม่เห็นก็แค่ยักไหล่... “ช่างมันเหอะ..”

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืน พลางบิดขี้เกียจเต็มที่ ยืดแขนยืดขาจนอีกคนเกร็งแขนแทน...

“นาย...ไม่เจ็บแขนแล้วหรอ?”

“ถึงเวลาเอาออกแล้วจะยังเจ็บอยู่ได้ยังไงล่ะครับ?”

“อ้าว...ก็....”

ก็ตอนที่เขาตีแขนเด็กมันบนเตียงยังร้องโวยวายอยู่เลยนี่น่า....

ยูชอนที่มองคนตรงหน้าที่กำลังหัวมุ่นครุ่นคิดก็หัวเราะออกมาเบาๆ...​ “ผมแกล้งเจ็บไปงั้นแล่ะ ไม่งั้นพี่ก็ไม่เลิกตีผมสักที...จริงๆหมอจะเอาออกให้ผมตั้งแต่ครั้งที่แล้วแล้วที่ไปเจอแล้วล่ะ แต่ผมไม่ยอมเอาออก”

กำลังปรี๊ดที่โดนหลอกตอนแรกยังไม่ทันได้เคลียร์ ก็งงกับประโยคต่อมาจนจุนซูยอมพับเก็บแขนที่เตรียมเงื้อจะฟาดลง...

“เอ้า! งงอีก...พี่นี่นะ...ต้องให้ผมบอกทุกอย่างเลยจริงๆหรอ?”เด็กหนุ่มว่าพลางส่ายหัวไปมาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้และจุ๊บลงที่ปากเบาๆ... 


“ผมก็แค่หาข้ออ้างเพื่อจะให้ได้อยู่กับพี่นานๆยังไงล่ะครับ...”


........
...............



ขณะที่กำลังไล่สายตาอ่านเอกสารตรงหน้า จู่ๆก็มีมือใครบางคนยื่นเข้ามาในกรอบสายตา...แจจุงเงยหน้าขึ้น

“วันหลังห้ามให้การ์ดห้องฉันซีซั้วกับใครแบบนี้อีกนะ...”

ปากแดงกระตุกยิ้ม... “เอาไปยูชอนเถอะ...เด็กนั่นคงได้ใช้บ่อยกว่าฉันล่ะมั้ง หลังจากนี้”

จุนซูหน้าแดงอย่างปิดไม่มิดก่อนจะทำเป็นกระแทกคีย์การ์ดห้องกับโต๊ะทำงานของเพื่อนรักเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนพลางทิ้งตัวลงกับเก้าอี้แรงๆ...

“ไม่ต้องอะ..”

“อ่าว...ทำไมล่ะ? อย่าบอกนะว่ายังไม่เคลียร์กันอีก?...นี่ฉันพึ่งโชคส่วนตัวช่วยนายสุดๆแล้วนะ!”

“เปล่า...”

คิ้วเรียวขมวดมุ่น... “แล้วยังไง?...”

จุนซูสบตากลมโตนั่นก่อนจะหลุบลงพึมพำเสียงเบา “เดี๋ยวยูชอนสอบเสร็จจะมาอยู่ด้วย...ก็เลยทำสำรองอีกอันให้ไปแล้ว”

“หา!!!????”

อะไรนะ!!!!?

คือมันเกิดความคาดหมายไปอย่างมากอะ! 

อะไรกัน!? เพื่อนเขา...ไวไฟไปไหมเนี่ย!!?? =[]=


“ไม่ได้ย้ายมาตลอด!...ก็แค่จนกว่าแม่เขาจะกลับมา...ก็เผื่อมีอาการข้างเคียงที่แขนด้วยไง...”

ฟังขึ้นมากเลย คิม จุนซู!!!!!

และท่าทางนั่นมันอะไร..?? นี่เพื่อนเขาเขินจริงๆใช่ไหมเนี่ย??!! 


“ให้มันแน่...ฉันว่าเดี๋ยวแม่เขากลับมา ได้ขอย้ายถาวรมาอยู่กับนายมากกว่ามั้ง”

“ทำเป็นพูด! แล้วทุกวันนี้นายเองก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่รึไง!? ไม่สิ เป็นมาตั้งนานแล้วด้วย! เชอะ! บอกไม่มีเวลาว่าง ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง ต้องเป็นทำอาหารให้บ้างล่ะ ต้องโน่นต้องนี่บ้างล่ะ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ!”

เป็นแจจุงบ้างที่หน้าแดง..ปากอิ่มเม้มแน่นก่อนจะสวนกลับบ้าง...“อย่างน้อยฉันก็เป็นคนทำให้พวกนายเข้าใจกันไม่ใช่รึไง!? นายก็ควรจะขอบคุณฉันสักหน่อยนะ เลี้ยงข้าวฉันเลยซะดีๆเย็นนี้”

“เสียใจ...”จุนซูว่าสั้นๆก่อนลุกขึ้นทำเอาแจจุงมองตามอย่างงงๆ... “เดี๋ยวเย็นนี้จะพายูชอนไปเอารถ....นายเองก็ไปหายุนโฮนายตามสบายเหอะ...ไปล่ะ”

แจจุงอ้าปากค้างมองตามเพื่อนที่ตอนนี้อยู่ที่ประตูกระจกแลบลิ้นปลิ้นตาให้เขาก่อนหันหลังเดินจากไป...

ขณะที่กำลังอึ้ง ไม่รู้จะแก้เผ็ดยังไงกับเพื่อนรักตัวเอง...จู่ๆเสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น...แจจุงคว้าขึ้นมาไสลด์รับทั้งๆที่ไม่ได้ดูหน้าจอว่าใครโทรมา...

“ฮัลโหล!”

“ผมเองครับ...”

“อ่ะ...ยุนโฮ...”

“พี่เป็นอะไรรึเปล่า?...ทำไมเสียงดูหงุดหงิดจัง...ผมโทรมากวนหรอ?”

“อ๋อ...เปล่าๆ...พอดีเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ....ว่าแต่ยุนโฮมีอะไรหรอ?”

“ผมจะบอกพี่ว่าเดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปนอนค้างบ้านคิบอมนะ...”

“........”

“พอดีวิชาที่จะสอบพรุ่งนี้ค่อนข้างหินนะ ผมเลยโทรมาบอกว่าวันนี้พี่ไม่ต้องมาค้างที่บ้านผมนะครับ..”

“......”

“พี่แจจุง?...ได้ยินรึเปล่า?...”

“อะ...อื้อ...ได้ยินๆ”

“งั้นเดี๋ยวคืนนี้ผมโทรหาพี่อีกทีนะครับ...”

“อื้อ...”


แจจุงกดวางสายก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ....

ถ้าเป็นปกติที่ยุนโฮปล่อยตัวเขาแบบนี้ล่ะก็...เป็นได้วิ่งโร่หาจุนซูแล้ว...


แต่ดูสิ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาถูกทิ้งซะงั้นอ้ะ!!!

ทำบุญบูชาโทษชัดๆ!!! 

ควรดีใจที่ช่วยเพื่อนให้สมหวังแล้วตัวเองเลยถูกทิ้งดีไหมล่ะเนี่ย!!?? >[]<


คุณผู้อ่าน วันนี้จะเป็นวันแรกที่ผมได้กลับบ้านเร็วให้แม่ได้เห็นหน้าในรอบสองสามเดือนเลยล่ะ !






2BC

Talk 

ตอนนี้มันยูซูโดยแท้ ๕๕๕๕๕ 
คือจริงๆอยากพิมพ์ต่อให้อีกนิด แต่เอาจริง คู่ยุนแจมันหวีทกันมาแทบจะทั้งเรื่องแล้วอ่ะ 
เลยคิดว่าตอนนี้ก็ให้ๆยูซูไปหน่อยเถอะเนอะ ><
ช่วงนี้หลงเสน่ห์ฝ่าบาทอีกัก ฮาาาาา
ให้เขาหน่อยเถอะ ถ้าจะใส่แว่นแล้วหล่อได้ขนาดนี้ ก็เอาเถิดดดดด
ตอนนี้เซ่นให้ แล้วขอให้พรุ่งนี้สอบผ่านไปได้ด้วยดีนะ ฝ่าบาท! (ชักจะไม่เกี่ยว ก๊ากก)

พรุ่งนี้สอบไฟนอลตัวสุดท้ายแล้วก็จบแล้ว!!!!!!
ดีใจมากกกกกกกกกกเลย
จบปีสี่แล้ว 
แต่ก็เริ่มเครียดนิดนึงที่ว่าต้องเริ่มหางาน เหอๆ
เป็นพนักงานกินเงินเดือน จะมีเวลามาปั่นฟิคไหมล่ะเนี่ย...

แต่ไม่รู้สิ ทำไมอันๆคิดว่าน่าจะมีมากกว่าตอนเรียนนะ..
ตลกป่ะ? ๕๕๕๕๕

เอาเป็นว่าก็ดองนานแล้ว อ่านคู่ยูซูแก้ขัดไปกันก่อนเน้อ 
เดี๋ยวกลับไทยแล้วจะปั่นยาวๆให้อ่าน....
นี่จะกลับอาทิตย์หน้าแล้ว ดีใจสุดๆ ><
อยากไปงานฟิค แต่ดันกลับหลังงานฟิควันเดียว เหอๆ
แถมฟิคตัวเองก็ไม่มีไปขายด้วย เฮิกกก

ไว้ถ้าเดือนสิงหาเขามีงานอะไรอีก 
ถึงตอนนั้นเรื่องนี้คงจบแล้วล่ะค่ะ (แต่คิดๆอยู่่ว่าอาจจะมีภาคสอง ดีไหม? = =”)
เรือ่งของเรือ่งคือตัวเองนี่แล่ะ อยากเก็บเป็นรูปเล่มไว้เป็นของตัวเอง เหะๆ

ถึงตอนนั้นแล้วค่อยว่ากันดีกว่าเนะ
ตอนนี้ก็ไปก่อนนะคะ 

เจอกันอีกทีน่าจะตอนอันๆกลับไทยแล้วเน้อ biggrin.gif

ปล. มีใครไปดูคอนจุนซูไหม? นี่อันๆไปกะน้องสาว (มันออกให้ด้วย ๕๕) an_square twitter นะคะ 
มาเม้าท์แม้วกันได้เน้~ 
ปล. อันๆขอบายกะมีตแจจุงที่ไต้หวัน บัตรแพงมากกกกกกก แพงงงอะ ตอนโฮมินมาแพงสุด 2900 ของท่านแจ แพงสุดปาไป 4500 ถูกสุด 2400 จะเท่าแพงสุดโฮมิน = =” แล้วมันเป็นแค่มีต Protect the boss อะค่ะ เลยคิดว่าไว้รอไปฟังมันร้องเพลงดีกว่า แบบนี้ก็ให้คนไต้หวันเขาเถิด ได้ข่าวบัตรหมดทันทีที่เปิดขาย เว็บล่มอีก = =”

[Fic] Obajicon ::13:: [YunJae][YuSoo]

posted on 07 Apr 2012 23:44 by deumbeui  in Obajicon  directory Fiction, Entertainment, Asian
Fiction : Obajicon 13 
Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo
Genre : Romantic Comedy
Author : Deumbeui
Author’s note : “ผมอยู่ในวัยเจริญพันธุ์นะพี่แจจุง”
Warning : PG-15, อ่านเรื่อง Shotacon ก่อนนะคะ ไม่งั้นงงแน่นอนค่ะ มันเป็นฟิกภาคต่อกันเน้อ



แจจุงหัวเสียไม่น้อยขณะขึ้นมานั่งบนรถ...เขาส่องกระจกมองหลังเพื่อจัดปกเสื้อให้เข้าที่เข้าทางหวังว่าจะปกปิดรอยสีแดงระเรื่อบริเวณไหปลาร้าลงไปให้รอดพ้นสายตาผู้คนได้บ้าง แต่แล้วเขาก็รู้ว่ามันช่างเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์..

เอาวะ อย่างน้อยรอยมันก็ไม่ได้ชัดเจนมากขนาดนั้น แถมดีว่าเด็กมันฟังคำขอของเขาที่ไม่ให้ทำรอยแถวบริเวณต้นคอ..เพราะเขาขี้เกียจหาข้ออ้างแก้ตัว...

ยิ่งโกหกไม่เก่งๆอยู่ =_=”


ร่างบางกดโทรออกเบอร์จุนซูอีกครั้ง..ใส่หูฟังเข้ากับหูก่อนสตาร์ทรถและถอยรถออกจากลานจอดรถใต้คอนดูหรู...หูฟังเสียงสัญญาณต่อสายโทรศัพท์ไปเรื่อย แต่ทว่าใจก็อดคิดถึงอีกคนที่กว่าจะยอมปล่อยเขาไปทำงานได้...

ซึ่งจริงๆมันก็โคตรจะสายสุดๆแล้วด้วยเหอะ!

.
.



“ถ้าพี่วันนี้ไม่ยอมกลับมา ผมจะบุกไปที่บริษัทจริงๆนะ”เด็กหนุ่มวัยกำลังโตยืนจังก้าต่อหน้าเขาด้วยมีบ๊อกเซอร์ลายคิตตี้ที่เขาเป็นคนซื้อให้ตัวเดียวปกปิดอยู่บนร่างกายที่ดูยังไงก็โตเกินกว่าจะเป็นของเด็กอายุสิบเจ็ดปี...

“ไม่ต้องมาขู่ คิดว่าพี่กลัวรึไง?”คนตัวเล็กแต่วุฒิภาวะสูงกว่ากล่าวเรียบๆไม่เดือดไม่ร้อนไปกับคำขู่กรรโชคที่ไม่ได้น่ากลัวเล้ยของอีกคน...มือบางคว้าเอกสารต่างๆเข้ากระเป๋า ใส่รองเท้าเตรียมตัวจะออกจากบ้าน...

“จะลองดูก็ได้นะ..”

แจจุงหันควับค้อนคนที่ยืนกอดอกเปลือยๆของตัวเองพลางยักคิ้วท้าทาย...

“อยู่บ้านอ่านหนังสือไปนั่นแล่ะน่า...เดี๋ยวสอบเสร็จเราก็ได้เจอกันแล้วไง...”อีกอย่าง ที่ให้ไปเมื่อคืนมันยังเป็นกำลังใจไม่พออีกเรอะ! อยากจะถามออกไปดังๆนัก แต่ก็ได้แต่เก็บงำไว้ในใจ ทว่าใบหน้าพลันแสดงสีระเรื่ออย่างควบคุมไว้ไม่อยู่อยู่ดี...

ปากหยักขยับยิ้มร้ายเหมือนรู้ทันความคิดคนตรงหน้าก่อนจะสาวเท้าเข้าใกล้ร่างขาวบางตรงหน้าอย่างรวดเร็วและคว้าเข้าหาตัวประกบจูบ..

“อื้ออ~~”

มือใหญ่วาดไปตามแผ่นหลังบางก่อนจะขยุ้มเล็กน้อยที่บั้นท้ายทำเอาอีกคนทุบเข้าที่ไหล่แรงๆทั้งที่ยังมัวเมากับรสจูบยามเช้าที่อีกคนมอบให้อย่างไม่ทันตั้งตัว...มือเล็กดันไหล่กว้างอีกคนหลังจากที่หลุดออกจากจูบมาราธอนนั่นได้...ตาโตหรี่ลงอย่างคาดโทษ..ปากแดงช้ำจากผลงานเมื่อคืนยิ่งแดงระเรื่อมากกว่าเดิม...

นี่เขาคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่ตามใจเด็กมันเมื่อคืนเนี่ย??!!!

ชักเอาใหญ่แล้วนะ! ปกติแต่ก่อนก็แค่จูบเอาๆแค่นั้น...ตอนนี้มีมือปลาหมึกเป็นออพชั่นเสริมไปแล้วด้วยอย่างนั้นหรอ??!!

“ไอ้เด็กทะลึ่ง!”

ยุนโฮยักไหล่.. “ก็ผมกำลังโต”

“โตบ้าโตบออะไรล่ะ? ได้คืบจะเอาศอกชัดๆ!”

“ผมอยู่ในวัยเจริญพันธุ์นะพี่แจจุง...พี่เคยผ่านมาก็น่าจะรู้ดี...อ๋อ แต่เขาว่าผู้หญิงจะรู้สึกอยากช้ากว่าผู้ชายนี่นะ”

“ยุนโฮ!!!”

เด็กหนุ่มหัวเราะชอบใจพลางโอบเอวคนน่ารักหลวมๆ“ผมล่อเล้นน่า...แต่เรื่องคืนนี้เนี่ย พี่ต้องกลับมานะ ไม่งั้นไอ้ที่ผมว่าจะไปบุกบริษัทพี่ ผมเอาจริงจริงๆด้วย”

แววตาประกายกล้าฉายชัดอยู่ในดวงตาเรียวคู่คมที่สะท้อนภาพแค่เพียงเขาในดวงตาดำนั่นบ่งบอกชัดอยู่ว่าเจ้าตัวไม่ได้พูดเล่น...แจจุงถอนหายใจแรงๆทีหนึ่งก่อนจะปลงตก...

ริอาจรักเด็กเองนี่นะ.. เห้อ~



..
.




“อะไรนะ? ยังไม่มาหรอครับ?”

“ค่ะตั้งแต่เช้าแล้วดิฉันยังไม่เห็นคุณจุนซูเลย”เลขาหน้าห้องของเพื่อนรักกล่าว...ชายหนุ่มหน้าหวานที่มาถึงที่ทำงานก็รีบพุ่งมาที่นี่ก่อนทันที...ด้วยว่าติดต่อมาตลอดทางก็ไม่รับสายเลยแม้แต่ครั้งเดียว...ก็เลยคิดไปในแง่ดีก่อนว่าอาจจะติดประชุมก็ได้...

แต่มันก็ไม่ใช่...

คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างครุ่นคิดขณะเดินไปตามทางเดิน...ในใจเริ่มร้อนรนเป็นห่วงเพื่อนจับใจ..

จุนซูไม่เคยเป็นแบบนี้....โอเค เขาโกหก เคยเป็นบ้างเวลามีปัญหากับที่บ้านก็ชอบหายตัวแบบนี้แล่ะ แต่ถ้าเป็นเขาโทรหาล่ะก็ จะรับโทรศัพท์ทุกครั้ง...

เว้นเสียแต่ว่าครั้งนั้นเขาเป็นคนทำจุนซูโกรธเองนั่นล่ะ = =” 

ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามันผิดปกติ...เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขาแล้วล่ะก็ จุนซูไม่มีทางหนีหายไปอย่างนี้แน่ โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าตัวเองเป็นคนเรียกหาเขาก่อนด้วยซ้ำ

ใจไม่ดีเลยแฮะ...


เพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองจนไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมภายนอก...ทำเอาแจจุงเดินชนเข้ากับคนหนึ่งเข้าเต็มๆดังอั่ก..

“ขะ...ขะโทษครับ!”เสียงหวานรีบเอ่ยคำขอโทษพลางก้มลงหยิบเอกสารของคนที่เขาชนจนมันหล่นกระจัดกระจายไปหมด...

“อะไรกันเนี่ย? พี่ออกจะตาโตกว่าผมขนาดนี้ มองไม่เห็นผมทั้งคนเลยหรอ?”

แจจุงเงยหน้าอย่างรวดเร็ว..

“ชางมิน!”

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายิ้มมุมปาก.. “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ...พี่สบายดีนะ?”

.
.




“ไม่รับเลยจริงๆด้วย”นิ้วเรียวยาวกดตัดสายทิ้งเมื่อสัญญาณโทรศัพท์ที่โทรออกดังนานเกินจนสุดท้ายเปลี่ยนเป็นเสียงรับฝากข้อความเป็นรอบที่สามแล้ว..

แจจุงถอนหายใจแรงๆหลังจากที่ชางมินวางสายแล้วทำสีหน้านิ่งบอก..

“แปลกชะมัด..วันก่อนผมยังเจอพี่เขาอยู่เลย พอดีเดินสวนกันที่ทางเข้าห้องประชุมน่ะครับ...ยังแกล้งเดินชนผมอยู่ด้วยซ้ำ...ท่าทางอารมณ์ดีจะแย่”สิ้นคำพูดของคนที่แจจุงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นของเพื่อนรักให้ฟังก็ถอนหายใจอีกรอบ...

ในเวลานี้เขาคิดไม่ออกแล้วจริงๆว่าควรจะทำยังไง หรือพึ่งใคร...กำลังคิดหัวแทบแตกชางมินก็โผล่มาพอดี...เขาเลยตัดสินใจที่จะเล่าให้ฟังคร่าวๆแค่ว่าจุนซูจู่ๆก็หายตัวไปเผื่อเด็กฉลาดเป็นกรดคนนี้มันจะช่วยอะไรได้บ้าง...เพราะนอกจากเขาแล้ว ก็ดูจะมีชางมินนี่แล่ะ ที่สนิทสนมกับเขาทั้งคู่มากกว่าคนอื่นๆ...ก็เล่นหัวกันมาตั้งแต่อยู่ที่มหาลัยและก็ยังทำงานที่เดียวกันอีกนินะ...

แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เรื่อง...นี่เขาแทบจะทึ้งผมออกมาหมดหัวแล้วนะ! ไอ้เพื่อนตัวดีเขามันหายไปไหนเนี่ย!!??? 


จู่ๆเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นจากมือถือของชางมิน...พอเห็นชื่อว่าใครโทรมาเท่านั้นแล่ะ แจจุงไม่รอให้ชางมินเป็นคนรับเองแต่กลับคว้ามือถือในมือมาอย่างรวดเร็ว

“ย่าส์! คิม จุนซู!!!”

“อ้าว..แจจุง??..”

“ฉันโทรไปเป็นสิบล้านรอบ ทำไมไม่รับ?!! แล้วนี่อยู่ไหน!? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?! หา???!!! ”

“อยู่...อยู่บ้าน..”

“ห๊ะ?”

“....”

“อย่ามาเงียบใส่เลยนะ! แล้วนี่อะไร? มิสคอลฉันมีทะลุร้อยได้ แต่นายกลับโทรกลับหาชางมินก่อนนี่หมายความว่าไงกัน??!!”

“ฮึก...”

เสียงหวานที่กำลังคิดจะต่อว่าเพื่อนต่อชะงักแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงที่เหมือนพยายามกลั้นสะอื้นไห้..

“จุน..จุนซู!?”

“ก็ฉันนึกว่าชางมิน..ฮึก..จะมีอะไร...ฮึก...เกี่ยวกับที่ทำงานนี่น่า...ฮึก...ฉันก็แค่...ฮึก..โทรหามันก่อน...กะว่า...ฮึก...ค่อยโทรหา...ฮึก...นายที..ฮึก หลังนี่!!!”

“เห้อ...ให้ตายเหอะ...จุนซู...นายนี่มัน....”

“ฮึก...มาหาฉันหน่อย...ฮึก...ได้ไหม...ฮือออออ.....”

“เห้ย จุนซู!”แจจุงตะโกนเสียงดัง...เรียกชื่อซ้ำหลายครั้งแต่อีกคนก็ยังร้องไห้ไม่หยุด...มือเรียวยกโทรศัพท์ออกมาจ้องก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้าของเครื่องเพื่อขอคำปรึกษา...

เด็กหนุ่มหล่อได้แต่ส่ายหัวไปมา... “พี่รีบไปเถอะ เดี๋ยวผมจัดการทางนี้ให้เอง”


........
.............


“จุนซู!”

ทันทีที่ประตูห้องนอนในห้องพักคอนโดหรูเปิดออก...จุนซูที่ขดตัวเองอยู่ในก้อนผ้าหุ่มผุดลุกขึ้นทันที...ผมกระเซอะกระเซิงเพราะไม่ได้ลุกไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อวานเย็น อีกทั้งน้ำตานองเต็มหน้านั่นอีกล่ะ...แจจุงช๊อกกับสภาพที่เรียกได้ว่าอนาถขั้นแอดซ์วานซ์จนแทบพูดไม่ออก...

ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา...ถึงจุนซูจะเป็นเด็ก ขี้งอแงไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่แบบนี้..! 

แทบจะเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นเลยด้วยซ้ำ!


“จุนซู..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“แจจุง...ฮึก...”

“......”เจ้าของชื่อทำอะไรไม่ถูกได้แต่จ้องหน้าเพื่อนรักที่ทำหน้าท่าทางจะหมดลมหายใจเสียให้ได้...หน้ากลมๆและปากเล็กๆเริ่มแบะออก....

“ฉันอกหักแล้วล่ะ! โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ”ว่าเสร็จก็โถมทั้งตัวทับแจจุงจนร่างบางลงไปนั่งจ้ำเบ้าบนพื้นก้นกระแทกทำเอาหน้าบูดเบี้ยว แต่เจ้าตัวก็ไม่ติดใจอะไรและรีบปลอบโยนเพื่อนรักที่บ่อน้ำตาแตกแหกปากลั่นไปสามชั้นได้...


.
.



“ไหนเล่ามาซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”ทิชชู่ม้วนใหม่เพิ่งแกะออกจากห่อถูกส่งให้หลังจากที่จุนซูใช้ม้วนเก่าซึ่งเป็นม้วนที่สองไปแล้วหมด..มืออูบอวมรับมันมาก่อนจะสั่งขี้มูกที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดแล้วหลังจากที่ร้องไห้ไปยาวนานกว่ายี่สิบนาที...ซึ่งในระหว่างนั้นแจจุงเองก็ต้องคอยส่งทิชชู่ให้ตลอด...

จุนซูสั่งขี้มูกเสียงดังสนั่นห้อง แถมยังแรงเสียจนลมในห้องพัดปลิวทำเอาผมแจจุงสะบัดไปครึ่งหัวเห็นจะได้...

“ก็เมื่อวาน...ฉันเห็นเด็กมัน...อยู่กับใครก็ไม่รู้หน้าบ้าน”

“ห๊ะ!!???”แจจุงอุทานพลางวางแก้วน้ำที่กำลังดื่มกระแทกลงกับโต๊ะ “นี่อย่าบอกนะว่านายเหมาเอาว่าเขามีแฟนแล้วเพราะว่าเห็นเขาอยู่กับใครก็ไม่รู้หน้าบ้านแค่เนี้ยอะนะ?!!! น้ำเน่าไปไหม จุนซู??”

“ก็ใครบอกว่าแค่นั้นเล่า!!??”จุนซูกรี๊ดเสียงสูงกลบเสียงแจจุงที่แทรกขึ้นมาทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆหนึ่งครั้งแล้วเล่าต่อ... “ฉันไปหาเด็กมันตั้งแต่ตอนสายๆแล้ว...เพราะมีนัดเอาเฝือกออก..”

“.....”

“แต่ไปถึงก็ไม่มีใครอยู่บ้าน....โทรไปก็ไม่ติด...ฉันก็เป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน พอรอไปสักพักก็เลยคิดว่าจะไปโรงพยาบาลดู พอฉันขับรถออกไปได้ไม่ไกลนักก็สวนกับรถคันหนึ่ง...”

ถึงตอนนี้จุนซูทำท่าจะร้องไห้อีกรอบทำเอาแจจุงต้องรีบพูดแทรกบอกให้เล่าต่อ ไม่งั้นเดี๋ยวได้หมดทิชชู่อีกม้วนก่อนรู้เรื่องแน่ๆ...

“ในรถคนนั้นมีเด็กมันนั่งอยู่ด้วย...ฉันก็รีบกลับรถตามไปแล้วจอดอยู่ห่างๆ...ฉันเห็นผู้หญิงลงมาจากฝั่งคนขับ ใส่แว่นกันแดดแต่งตัวเปรี้ยวและดูดีมาก...พอเด็กมันลงมาอีกข้าง ผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้าไปหา...คุยไรกันสักอย่าง...และ...ฮึก...และ...”

“และอะไร จุนซู??!!”ถึงตอนนี้แจจุงพลอยตื่นเต้นไปด้วย ลุ้นตัวโก่งจนตอนนี้ตาโตแทบหลุดจากเบ้า ตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างลุ้นสุดฤทธิ์

“จับเด็กมันจูบหน้าบ้านเฉยเลยน่ะสิ!!!!”ประโยคนี้จุนซูตะโกนใส่หน้าแจจุงแบบไม่ยั้งเดซิเบลในระดับเสียง...ตาเรียวคลอไปด้วยน้ำตาและก็ปล่อยโฮอีกสักรอบ..

แจจุงที่โดนตะโกนใส่หน้าถอยหน้ากลับไปพลางมองจุนซูอย่างไม่รู้จะปลอบยังไงดี...


จุนซูเงยหน้าจากทิชชู่ สะอื้นฮัก ไหลกลมไหวหน่อยๆก่อนจะพูดต่อ... “แค่นั้นฉันก็ช๊อกจนหัวแทบโขกพวงมาลัยอยู่แล้ว...แต่ไอ้เด็กนั่นกลับไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง แถมโอบเอวผู้หญิงนั้นและยืนให้หอมแก้มอีกตั้งหลายฟอด..”

“พอเถอะจุนซู...ไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้...ฉันเข้าใจแล้วล่ะ”แจจุงที่อดสงสารสภาพเพื่อนรักในตอนนี้แทบไม่ไหวแล้วเอ่ยบอกให้จุนซูที่เล่าไปน้ำตาก็ไหลพรากๆไปให้หยุดแค่นี้...

ไม่ใช่แค่เพราะสงสารจนทนไม่ไหวหรอกนะ...แต่เป็นสภาพของจุนซูในตอนนี้ด้วยต่างหาก ที่แจจุงไม่อยากเห็น..

นี่มันคงเป็นช่วงเวลาที่จุนซูทุเรศที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ = =”

หัวฟู ตาบวม หน้าเลอะเทอะไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก ปนเปกันจนแยกแทบไม่ออก..เสื้อผ้ายับยู่ยี่ที่คงถูกใช้ตั้งแต่เมื่อวานยันตอนนี้...

ช่างน่าละเหี่ยใจเป็นที่สุด...


“ว่าแต่...ฉันโทรหาตั้งนาน ทำไมไม่รับโทรศัพท์เลยล่ะ? ให้ฉันห้อไปถึงบริษัทเรียบร้อยแล้ว แถมเลขานายเองก็งงพอกันที่นายไม่เข้าบริษัท ทำเอาคนเป็นห่วงกันไปหมดแล้วนะ”

ถึงตรงนี้จุนซูที่เช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลออกมาเพิ่มเพราะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นค้อนควับ ตาเรียวหยีเล็กอย่างคนเอาแต่ใจ...

“ฉันส่งเมสเสจไปเป็นชาติเศษ นายก็ไม่ตอบกลับเหมือนกันนั่นแล่ะ! นายต่างหากที่หายหัวไปไหนมา?!!”

แจจุงอึกอักพูดไม่ออกเมื่อโดนเพื่อนซัดดอกใหญ่เข้าให้...ปกติแล้วเขาเป็นพวกพกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลา ตัวเขาเองเป็นพวกต่อต้านพวกมีโทรศัพท์ไว้ปาหัวหมาอยู่แล้ว ดังนั้นส่วนใหญ่ถ้าไม่ติดว่าไม่ได้ยินจริงๆหรือทำอะไรอยู่ เขาจะรับโทรศัพท์และตอบเมสเสจกลับแทบทุกครั้ง...

และพอคิดถึงตรงนี้ ไอ้ที่ว่าเขาทำอะไรอยู่เลยไม่ได้ยินเมสเสจและไม่สามารถตอบกลับจุนซูได้ในตอนนั้นก็ทำเอาหน้าแดงเห่อร้อนแทบไหม้...

“ขะ...ขอโทษ...พอดีฉันไม่ได้ยินน่ะ”

“แล้วนายทำอะไรอยู่ล่ะ? ถึงไม่ได้ยิน แถมไม่ติดต่อกลับเลยทั้งคืน ฉันเองก็น้อยใจเป็นนะ ตอนนั้นไม่อยากคิดมากฟุ้งซ่านคนเดียว แต่นายก็ปล่อยให้ฉันประสาทแดกกับตัวเองทั้งคืน...แล้วพอตอนเช้าฉันก็ไม่อยากจะรับโทรศัพท์นายบ้าง จะทำไมล่ะ?!”

“ก็ฉันไม่ได้ยินจริงๆนี่ ถึงขั้นต้องเอาคืนกันเลยรึไง? ทำไมนายชอบทำตัวเป็นเด็กนักนะ..”

“ก็แล้วทำไมต้องยุ่งตอนที่ฉันต้องการนายมากที่สุดด้วยล่ะ!?? ไหนบอกมาสิ ว่าทำบ้าอะไรอยู่ ถึงไม่เห็นเมสเสจของฉันทั้งคืนเลยน่ะ!!?? อย่ามาบอกว่านอนแล้วด้วยนะ นั่นมันยังไม่หัวค่ำด้วยซ้ำ!!”

“.....”

“ว่ายังไงล่ะ!!??”

“โอ้ย!!!..ก็...ก็....ยุ่งอยู่..”เสียงที่ตอนแรกแว๊กกลับดังจนทะลุรูหูจุนซูแต่พอถึงท้ายประโยคกลับอ่อยและเบาลงอย่างน่าสงสัย ตาโตหลุบหนีไปอีกทาง...ถ้าทำได้ในตอนนี้แจจุงอยากจะวิ่งเอาใบหน้าที่มันร้อนผ่าวแทบระเบิดได้ทุกเวลาแช่ช่องฟรีสในตู้เย็นเหลือเกิน...

ตาเรียวของจุนซูหรี่ลงมองปฏิกิริยาผิดปกตินั้นอย่างคาดโทษ...แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรขึ้นมาอีกก็มีเสียงเรียกเข้าของมือถือดังขัดจังหวะขึ้นซะก่อน...

ลับหลังที่จุนซูหันไปมองตามเสียงนั้น แจจุงแอบถอนหายใจและขอบคุณมือถือที่แผดเสียงได้อย่างถูกเวลาเสียเหลือเกิน...

ขืนโดนเค้นมากๆเข้า เขาต้องเล่าความจริงแน่ๆล่ะ...

ไอ้อายมันต้องอายอยู่แล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า..ถ้าจุนซูมารู้เรื่องเขาตอนนี้ จะรังทำให้อีกคนเศร้าสติแตกมากกว่าเดิมเสียมากกว่าน่ะสิ...


“ไม่รับรึไง?”

จุนซูยังคงเงียบก่อนจะสะบัดหน้ากลับมามองเขาพร้อมกับใบหน้าที่บู้บี้หนักกว่าเดิม...แจจุงมองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเป็นคนเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาซะเอง..

อ๋อ...

ที่แท้ก็เพราะไอ้เด็กนั่นโทรมานี่เอง...


“ไม่รับไปล่ะ จะได้เคลียร์ให้มันรู้เรื่องสักที”

“.....”

“นี่...จะรับไหม??”

หน้ากลมสะบัดไปอีกทางแต่แล้วก็ต้องรีบหันกลับมาเมื่อเห็นแจจุงกำลังจะสไลด์รับ...​ “ห้ามรับนะ!!”

จุนซูโถมทั้งตัวใส่แจจุงก่อนจะคว้าไอโฟนไปแล้วก็เขวี้ยงไปสักแห่งบนเตียง...

“นายเป็นอะไรของนายเนี่ยจุนซู?!! จะเล่นตัวไปทำไมเนี่ย? ยูชอนเองก็อาจจะอยากเคลียร์กับนายนะ!”

“เคลียร์??? มีอะไรให้เคลียร์ล่ะสำหรับไอ้หมอนั่น??!! ลืมนัดแถมพาสาวมาถึงบ้าน...ถ้ามีปัญญาขนาดนั้นก็ไปเอาเฝือกออกเองเหอะ จะโทรมาทำซากอะไรอีกล่ะ?!!”ว่าพลางกระโดดขึ้นเตียงคลุมโปงอย่างไม่สนใจอีกคนที่โทรจิกเรียกมาตั้งนานสองนาน...

แจจุงยืนมองก้อนขยุกขยุยตรงหน้าก็ต้องถอนหายใจอีกสักร้อยรอบ...ปกติก็ทำตัวเด็กอยู่แล้ว ยิ่งในสถานการณ์นี้เขารู้สึกว่าจุนซูชักจะไร้เหตุผลมากขึ้นไปทุกทีจนเขาเองชักจะหงุดหงิดแทนไอ้เด็กยูชอนนั่นไม่ได้...

“เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วน่า จุนซู ทำแบบนี้ไปแล้วได้อะไรขึ้นมา? ถ้าไม่คุยให้รู้เรื่องไปเลย นายก็ต้องมานั่งเป็นอีบ้าแบบนี้อะนะ?”แจจุงว่าพลางทำเสียงให้ใจเย็นมากที่สุดพลางนั่งลงบนเตียงข้างๆกองนั่น..

“นายไม่เข้าใจ...”

“ไม่เข้าใจ?”

“คนสมหวังในรักจะมาเข้าใจอะไรล่ะ...”

“......”

“นายไม่รู้หรอก ว่าการรอด้วยความหวังแล้วพบว่าทุกอย่างก็จบทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มอะไรน่ะ...มันเป็นยังไง...”

“จุนซู...”

คนที่หมกตัวเองในก้อนผ้าห่มโผล่หัวลุกขึ้นมานั่ง... “ฉันรอวันนี้มาตั้งนาน เผื่อว่าจะได้รู้อะไรบ้างว่าตกลงยูชอนคิดยังไง...และฉันก็ยอมรับนะ ว่าก็ตั้งความหวังไว้ด้านที่ดีอยู่ไม่น้อย...”ถึงตรงนี้จุนซูยิ้มกับพรมเช็ดเท้าตรงหน้าประตูห้องน้ำอย่างเลื่อนลอย...ในใจพลางคิดไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองกับไอ้เด็กหน้าตาดีคนนั้นในช่วงเวลาสั้นๆ...

หลังจากที่เว้นช่วงไปสักพักเด็กหนุ่มหน้ากลมก็หันหน้ามาแค่นยิ้ม... “ถึงแม้รู้ว่าอาจจะต้องผิดหวัง แต่ก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี แถมยังไม่คิดด้วยว่าจะผิดไปจากที่คิดสุดๆ แบบไม่เหลือความหวังอะไรให้หวังเลยแม้แต่นิดเดียวแบบนี้น่ะ...”

เสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง...จุนซูผินหน้าหันไปมอง...แต่ก็ไม่ได้คิดจะรับสายแต่อย่างใด...

“ถ้าฉันต้องรับรู้อะไรที่ทำให้เสียใจมากไปกว่านี้ล่ะก็...ขอเวลาฉันอีกหน่อยก็แล้วกัน...”

“แล้วนายรู้ได้ไง...ว่านายจะเสียใจมากไปกว่านี้? ทุกอย่างอาจจะไม่อย่างที่นายคิดก็ได้..”

“เห็นคาตาขนาดนั้นแล้วนะแจจุง!”

“คิดไปเองมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ จุนซู...ความจริงต่างหากที่นายต้องรับฟัง ไม่ใช่การมโนไปเองแบบนี้”

“กอดจูบหอมแก้มไม่อายฟ้าอายดินแบบนั้นอะนะ มโนไปเอง!!?? นายจะบอกว่าฉันหลอนไปเองรึไง?!!”

“แล้วนายไม่คิดจะถามจากปากเจ้าตัวเขาเลยหรอ!? โทรมายิกๆๆๆแบบนี้น่ะ มันต้องมีอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำไมไม่ทำให้ชัวร์ๆไปเลยล่ะ ว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่...ถ้าเขามีผู้หญิงอื่นอยู่แล้ว มาทำกับนายแบบนั้นทำไม...หรือว่านายไม่อยากรู้?”

“.....”

“เวลาคนเราเสียใจน่ะ จะชอบคิดไปในแง่ร้ายไปซะหมดและปิดหูปิดตาที่จะรับฟังเพราะกลัวที่จะผิดหวังนี่แล่ะ...บางอย่างอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดก็ได้”

“ก็ฉันเพิ่งพูดไปนี่ไง!”

“ฉันถึงอธิบายให้ฟังว่านายไม่ควรคิดไปเองยังไงล่ะ!”

“แต่....ฉันกลัว...”

“จะช้าจะเร็วนายก็ต้องรู้ หรืออยากหนีแบบนี้ตลอดไป? ถ้าอีกคนเขาไม่ติดต่อนายกลับมาเลยนั่นก็ว่าไปอย่าง...แต่นี่ให้ฉันเดา ไอ้เด็กยูชอนนั่นโทรมาไม่ต่ำกว่าร้อยรอบแล้วใช่ไหมล่ะ?”

“......”

“รู้ตอนนี้ตอนไหน จะเสียใจเร็วหรือช้า แต่มันก็คือความจริงนะ ทำให้มันจบๆไปไม่ดีกว่ารึไง?... จุนซูที่ฉันรู้จักปกติกล้าได้กล้าเสียไม่ใช่หรอ?...”

“........”

“เห้อ...เดี๋ยวฉันจะไปทำอะไรให้กิน แล้วจะโทรไปบอกชางมินด้วยว่าลางานมันทั้งวันละกัน...”พูดแค่นั้นก่อนจะลุกออกไปทิ้งให้อีกคนจมอยู่กับเตียง กองผ้าห่มและ ความคิดตัวเอง...



.
.
.




คืนนั้นเขาค้างอยู่กับจุนซูเพราะไม่อยากให้อีกคนคิดมากจนสมองระเบิดไปเสียก่อน...จริงๆถึงเขาจะสงสารแต่ก็แอบขอบคุณจุนซูในใจอยู่ลึกๆเลยล่ะ ที่ทำให้เขามีข้ออ้างไม่กลับไปค้างกับยุนโฮได้โดยไม่ต้องโกหก...

แน่นอนว่ายุนโฮตอนแรกไม่เชื่อเขาด้วยซ้ำ จนตอนคุยโทรศัพท์ได้ยินเสียงจุนซูเล็ดลอดเข้ามา เด็กมันถึงยอมเชื่อ...

ยังดีที่ว่าถึงแม้จะขี้แกล้งและเอาแต่ใจ แต่อย่างน้อยยุนโฮก็เป็นคนมีเหตุมีผลพอ...หรือเปล่านะ? เพราะก่อนวางสายไป เจ้าตัวเล่นขู่ว่าหลังจากสอบเสร็จอย่าหวังว่าเขาจะได้กลับไปนอนบ้าน เหอๆ...


เช้าวันนี้จุนซูก็ยังเซื่องซึม แต่ก็ไม่ปล่อยตัวให้โทรมหมดสภาพเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว...แต่ก็ยังไม่ยอมแตะโทรศัพท์เลยแม้แต่ปลายก้อย...เอามันไปซ่อนไว้ไหนก็ไม่รู้ แถมเปิดระบบสั่นอีกต่างหาก จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงโทรเข้า..ป่านนี้นอนแบตหมดอยู่ตรงไหนสักแห่งในห้องนอนแล้วล่ะมั้ง...

เขาทั้งสองกินอาหารเช้าง่ายๆที่แจจุงเป็นทำให้ก่อนจะที่พากันเข้าบริษัท....



...........
.......................


จุนซูมาขลุกอยู่กับเขาทั้งช่วงบ่าย...เพราะเจ้าตัวบ้าดีเดือดเคลียร์เอกสารที่คั่งค้างของเมื่อวานรวมทั้งวันนี้เสร็จตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารเที่ยง...ดีที่หัวหน้าแผนกของแจจุงไม่อยู่ อีกทั้งวันนี้เขาแค่ต้องออกไปเจอกับลูกค้า เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้เลย...แน่ล่ะว่า จุนซูก็ขอตามเขาไปด้วย ซึ่งเขาเองก็ยอมตามใจเพราะก็รู้ ว่าตอนนี้จุนซูเองคงยังไม่อยากอยู่คนเดียวและคิดฟุ้งซ่าน...


เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินเดินกลับไปที่รถเพื่อกลับบ้านหลังจากไปพบกับลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว...

แจจุงมองหน้าจอก่อนอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นเบอร์ว่าใครโทรมา...

“ว่าไง? นี่สอบเสร็จแล้วหรอ?”

จุนซูสะดุดกึกกับเสียงหวานจ๋อยของเพื่อนรักก่อนหยุดเดินในทันที...

“ครับ...วันนี้สอบสามตัวเองแถมเพราะได้กำลังใจดีจากคืนก่อนไง..”

จุนซูสังเกตเห็นว่าจู่ๆอีกคนก็หน้าแดงก่อนจะอมยิ้ม และมือไม้ก็พยายามฟาดลมฟาดธาตุอากาศเล่นอย่างไม่มีสาเหตุ...เจ้าตัวเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยลาแจจุงสั้นๆว่าเดี๋ยวจะกลับบ้านเองแล้วก็หันหลังเดินไปเลย...

แจจุงรีบหันตามก่อนจะรู้ตัวว่าคงแสดงออกว่ามีความสุขมากเกินไปต่อหน้าจุนซูเลยได้แต่พยายามเรียกอีกคนให้หันกลับมา แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่จ้ำเอ้าไปไกลจนแจจุงเหนื่อยใจที่จะวิ่งตาม...


“ฮัลโหล?...พี่แจจุงฟังผมอยู่รึเปล่า?”

“หา...อะ...ฟัง...ฟังอยู่..”

“พี่มีอะไรรึเปล่าน่ะ? พี่จุนซูทำไมหรอ?”

“อ่ะ..เอ่อ...ไม่มีอะไรมากหรอก...นี่สอบเสร็จแล้วใช่ไหม? งั้นเดี๋ยวพี่ไปรับเราเลยก็ได้ พอดีวันนี้พี่เลิกเร็วน่ะ”

“โอเคครับ...”

“เดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมงพี่คงไปถึงนะ..”

“ครับผม”



หลังจากวางสายไปแล้ว แจจุงก็ตัดสินใจโทรหาจุนซู....เสียงสัญญาณดังอยู่ทำให้แจจุงใจชื้นว่าอย่างน้อยวันนี้จุนซูก็เอาโทรศัพท์มาด้วยไม่ได้ทิ้งให้มันนอนแบตหมดในบ้านอย่างที่เขาคิด...

“มีอะไร?”เสียงหวานห้วนดังขึ้นหลังจากที่เสียงต่อสายดังอยู่นานพอควร

“นี่จุนซู...”

“.......”

“...โกรธฉันหรอ?”

“เปล่า...ไปเถอะ ฉันไม่เป็นไร”

แจจุงถอนหายใจเสียงดัง... ไม่เป็นไรเลยมั้งเนี่ย ไม่เป็นไรเลยจริงๆ น่าเชื่อถือมากกกกกก เห้อ~


“เห้อ จุนซู...ฉันก็แนะนำนายไปหมดแล้ว ก็ไม่รู้จะช่วงนายอะไรนายไปได้มากกว่านี้...เอาเป็นว่ามีอะไรก็โทรหาฉันละกันนะ...ฉันสัญญาว่าจะรับโทรศัพท์นายแน่นอน”

“....”

“เห้...ฉันพูดจริงๆนะ ครั้งนี้ฉันรับแน่ๆ...”

“ช่างเหอะ..”

“เห้ ได้ไงกัน อย่าพูดแบบนี้สิ”

“ไม่ดีกว่า ขี้เกียจโทรไปขัดจังหวะเวลาพวกนายฟิทเทอร์ริ่งกัน..กำลังขึ้นแท็กซี่แล้ว แค่นี้นะ บาย ” 


ก็เพราะว่าปากแบบนี้น่ะนะ บางทีเขาก็คิดว่า สมควรแล้วที่จะปล่อยให้เศร้าตายห่าไปคนเดียวนั่นแล่ะ!! เห๊อะ!!



.........
....................



โชคดีที่ยังไม่ใช่ตอนเย็น รถจึงไม่ติดมาก...แจจุงมาถึงโรงเรียนเร็วกว่าที่บอกยุนโฮไว้...เขาลงจากรถแล้วก็กำลังคิดจะโทรหา แต่สายตาก็พลันสะดุดเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาจากนักเรียนคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดตรงม้าหินหน้าตึกเรียนตรงหน้า ไม่ไกลออกไปนัก...


“นายเป็นอะไรวะ? ปาร์ค?”

คิม คิบอมที่ปกติจะไม่ค่อยพูดค่อยจา(หรือเรียกได้ว่าแทบไม่มีบทในฟิคนี้เลย)เอ่ยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนที่ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้าจนสอบเสร็จแล้วก็ยังทำหน้าเหมือนมีคนเอาขี้มาไว้ใต้จมูก แถมยังไม่พูดไม่จา ไม่สมเป็น ปาร์ค ยูชอนผู้ร่าเริง ผู้ไม่เคยยั้งหมาในปากเลยสักนิด...

“เปล่า”

“นายพูดแบบนี้แต่เช้าละ ขอเหอะ หน้าหงิกยังกะไก่อมขี้ ใครๆก็ดูออก”คิบอมปิดหนังสือดังฉับก่อนถอดแว่นตากรอบเหลี่ยมออกมาเช็ดกับชายเสื้อ...

“แล้วไหนว่าเฝือกจะเอาออกก่อนสอบไม่ใช่หรอ? ทำไมยังอยู่อีกล่ะ?”ยุนโฮที่กำลังเล่นเกมส์บนไอโฟนถามขึ้นบ้างทั้งที่สายตาไม่ละไปจากหน้าจอ..มือเรียวยังคงเมามันส์กับ Tap Sonic ต่อไป...

“โว้ย!!! นั่นก็เพราะว่า....”

“ยุนโฮ...”

ก่อนที่ปาร์ค ยูชอนจะปรี๊ดแตกหลังจากเก็บอารมณ์ขุ่นมัวไว้นาน เสียงหวานที่เรียกชื่อของคนที่กำลังกระแทกนิ้วลงตามจังหวะเสียงดนตรีของเกมส์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เจ้าของชื่อกด Pause เกมส์และหันไปตามเสียง...

“พี่แจจุง...”ยุนโฮรีบลุกขึ้นยืน “ทำไมมาเร็วจัง?”

“อื้อ...พอดีรถไม่ค่อยติดน่ะ ยังไม่ถึงช่วงเลิกงานแล่ะมั้งเลยโชคดี”ยิ้มหวานถูกส่งแจกจ่ายไปให้พร้อมทั้งเผื่อแผ่ถึงคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้วย... เพื่อนที่เคยเรียนที่อเมริกาของยุนโฮสองคนที่ว่าสินะ... 

คนที่ใส่แว่นกรอบเหลี่ยมหน้าตาหล่อเหลาคมคายดูดีพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเขา ส่วนอีกคน...

ทำไมจ้องเขาเขม็งขนาดนั้นล่ะ...?? เอ๊ะ..แล้วแขนนั่น...


“งั้นก็ไปกันเลยดีกว่า....อ้อ ลืมแนะนำไป...นี่เพื่อนๆผมเองที่ผมเล่าให้ฟัง...นี่คิม คิบอม...”ยุนโฮผายมือไปทางเด็กหนุ่มภายใต้กรอบแว่นที่แจจุงแอบชมในใจไปแล้วว่าหล่อ... “..ส่วนอีกคนนั่น ปาร์ค ยูชอนครับ”


กึก!



ถึงตรงนี้แจจุงจ้องมองคนที่จ้องตัวเองเขม็งอยู่แล้วตั้งแต่แรกไม่วางตา...

ยุนโฮที่ยืดอกกำลังจะแนะนำแจจุงให้กับเพื่อนๆเขาอีกสองคนได้รู้จักอย่างเต็มที่ยังต้องชะงักกับท่าทีของทั้งคู่...


และยังไม่ทันได้มีใครพูดอะไร...จู่ๆยูชอนก็โถมเข้าหายุนโฮ...


“เมื่อกี๊นายพูดว่าพี่คนนี้ชื่ออะไรนะ?”ว่าพลางชี้ไปยังแจจุง...

“ห๊ะ?”

“นายบอกว่าชื่อพี่เขาชื่ออะไรนะ?!!”ถามซ้ำพลางเขย่าแขนยุนโฮรัวๆ


“ปาร์ค ยูชอน”

จู่ๆคนที่ถูกพาดพิงก็เอ่ยแทรกขึ้นมา...ทั้งยุนโฮและยูชอนต่างก็หันควับไปมอง...




“ใช่ปาร์ค ยูชอนคนที่มารับโทรศัพท์ของจุนซูแทนใช่ไหม?”











2BC
 
 
Talk

อ่า ครั้งนี้มายาวแล้วน้า ๕๕๕๕ แต่ยูซูก็ยังไม่เคลียร์ ๕๕๕๕
ขอดองไว้เป็นตอนหน้า ตอนนี้พิมพ์ไม่ไหวละอ่ะ
จริงๆพิมพ์เสร็จตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไม่อยากลงทั้งๆที่เบลอๆ
เลยกะว่าเดี๋ยวตอนเช้าจะมานั่งเช็คใหม่
เพราะถ้าไม่เช็ค ไม่ดีแน่ ๕๕๕๕ เพราะแอบเบลอจนลำดับเรื่องผิด ๕๕๕๕

ใครอ่านฟิคอันๆแล้วรู้สึกว่าอันๆเป็นสปอนเซอร์ไอโฟนกันบ้าง? ๕๕๕๕
ส่วนตัวแล้วก็ใช้อยู่นะคะ ๕๕๕ ผลิตภัณท์แอ๊ปเปิ้ลไม่สมประกอบ ก๊ากก
ไม่ได้อะไรเป็นพิเศษขนาดนั้น แค่ตอนพิมพ์อยากจะพิมพ์ออกไปแค่นั้นเองล่ะ เฮิก

พอดีเมื่อวานมันมีอารมณ์ ไฟในการแต่งมาพอดี กร้ากกก
แต่ใช้เวลาปั่นนานมาก เพราะทั้งคุยกับเพื่อน ฟังเพลง ดูยูทูป กินข้าว สารพัด
กว่าจะเสร็จเล่นเอาดึก พอดีกก็เบลอ แต่งไปเกือบจบ 
อ่าวแสรด กูแต่งอะไรของกูเนี่ย~ ต้องลบและเขียนใหม่ เห้อ

เอาเป็นว่านั่นแล่ะค่ะ เลยมาทดลงวันนี้แทน
ช่วงนี้ปิดเช้งเม้ง (เมืองนอกเขาปิดอีสเตอร์ ไต้หวันปิดเช้งเม้งค่ะ ๕๕)
เลยกะว่าจะปั่นให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
เร่งทำรายงานเสร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว
เหลือทำสไลด์ไว้พรีเซ้นกะอ่านรีวิวอีกวิชา (เพื่อพรีเซ้นอีกแล้ว)

เดือนห้าจะกลับไทยแล้วนะ เรียนจบแล้ว (ฮูเร่!!!)
สี่ปีที่ตรากตรำ (เหรอ? ๕๕๕) ตรากตรำนะ ปีแรกพรีเซ้นระเบิดมากกกก
จบแบบไม่อยู่รับปริญญาด้วย เพราะต้องไปทำวีซ่าสวีเดนอะค่ะ
จะไปหาเพื่อนที่เรียนโทที่โน่น ว่าจะไปเที่ยวสวีเดนและก็อิตาลี

จองตั๋วมันหมดละ แคนเซิลไม่ได้ด้วยนะ 
แต่ยังไม่ได้ทำวีซ่า!!! เพราะทำที่ไต้หวันไม่ได้อ่ะ
คนที่นี่ไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้นอะค่ะ เข้าได้เลย
อันๆเลยต้องบินกลับเร็วไปทำวีซ่าเนี่ยยยยย
ทุ่มเทเนอะ? ๕๕๕
แต่พอดีป๊าม้าก็ไม่มางานรับปริญญาอยู่แล้วอะ เลยไม่เครียด สอบเสร็จก็บินกลับเลย เหอๆ

ถามคนที่เคยไปทำวีซ่าเชงเก้นหน่อยนะคะ อันๆคงยื่นกับ VFS เพราะมันเร็วกว่า
ทำยากไหมเนี่ย? คือเห็นขอเอกสารแผนการเดินทางละเอียดมาก
คือถ้าถูกปฏิเสธมาร้องไห้แน่
เพราะอันต้องจองตั๋ว โรงแรม จ่ายเงินล่วงหน้าหมดค่ะ 
ไม่งั้นกลับไปปลายเดือนห้าแล้วค่อยไปจองพวกตั๋ว โรงแรม รถไฟ มันแพงมว๊ากกกกก
เสี่ยงดวงสุดๆง่ะ = =” เหอๆ

เอาล่ะ พล่ามตลอด 
เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้าในเร็ววันนี้นะคะ (จะพยายามสุดๆ)


ขอบคุณที่ติดตามฟิคเรื่องนี้กันเน้อ~ *ยิ้มกว้าง*

[Fic] Obajicon ::12:: [YunJae][YuSoo]

posted on 28 Mar 2012 23:09 by deumbeui  in Obajicon  directory Fiction, Entertainment, Asian

Fiction : Obajicon 12 
Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo
Genre : Romantic Comedy
Author : Deumbeui
Author’s note : “เดี๋ยว...เดี๋ยวตื่นไปสอบไม่ไหวนะ...อ๊ะ!”
Warning : NC-17 (อาจจะไม่ถึงนะ ไม่รู้แฮะ), อ่านเรื่อง Shotacon ก่อนนะคะ ไม่งั้นงงแน่นอนค่ะ มันเป็นฟิกภาคต่อกันเน้อ 


มืดไปหมด....


สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่แทบจะไม่เหลือสติ คือเงาดำของอีกคนที่ทาบลงมา...เสียงที่พยายามจะเปล่งออกจากลำคอกลับถูกดูดกลืนไปหมดสิ้นจากคนที่ทับอยู่ข้างบนนี่ล่ะ...

คือตั้งคำถาม แต่ไม่คิดจะรอฟัง จะถามเพื่ออออออออ???!! 

และยังไง? ไม่รอฟัง แล้วคิดไปเองเสร็จศัพท์ว่าเขาตอบตกลงอย่างนั้นแล้วใช่มั้ยเนี่ยยยยย??...


“อ๊ะ!”เสียงครางแรกหลุดเล็ดลอดให้ได้ยินเพราะคนตัวโตผละจากริมฝีปากแดงเพื่อฝังใบหน้าลงกับไหปลาร้าได้รูป...

สติชักจะเลือนลางเข้าไปทุกทีเมื่อสองมือใหญ่ไม่อยู่สุกเอาซะเลย...

คือแบบนิดนึงนะ...รู้ว่ายังไงสักวันนี้ต้องมาถึง ตัวเขาเองใช่ว่าจะไม่ได้ทำใจ...แต่แบบ...ให้ได้เล่นตัวบ้างอะไรบ้างได้ไหมอ่ะ? คือนี่ยังไม่ได้ทันได้ส่งเสียงห้าม หรือปฏิเสธอะไรให้เป็นพิธีเลย...นี่เขาข้ามขั้นมาครางให้เด็กมันฟังไปแล้วหรอเนี่ย???!!! 

และนั่น! มือยุนโฮจับอะไรน่ะ!!?? อย่าเพิ่งสิ!! นี่จะถอดกันให้หมดตอนนี้เลยหรอ???!!!

“ยะ..ยุนโฮ!”เสื้อนอนช่วงบนของแจจุงตอนนี้ถูกเลิกขึ้นจนเผยอะไรต่อมิอะไรให้อีกคนที่กำลังดื่มด่ำลิ้มรสร่างกายเขาอย่างถนัดถนี่ไปเรียบร้อยแล้ว...

“หืม?”แต่ก็ไม่วายทำตัวเป็นเด็กดีขานรับคนด้านใต้เสียหน่อย....

“พะ..พรุ่งนี้มีสอบเช้าไม่ใช่หรอ?”สะดุ้งนิดๆเมื่อลิ้นร้อนเลียเข้าที่ใบหู...มือใหญ่ข้างหนึ่งยังคงพยายามสอดเข้าไปในเสื้อเขาและบีบเค้นตามแรงอารมณ์...ส่วนอีกข้าง...

ไม่อยากจะบรรยาย...

ว่ามันเข้าไปอยู่ในกางเกงเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วอ้ะ!!! 


“เดี๋ยว...เดี๋ยวตื่นไปสอบไม่ไหวนะ...อ๊ะ!”เสียงหวานร้องครางในตอนท้ายประโยคมือนิ้วสะกิดเข้าที่เนินอกขาว...ก่อนจะตามด้วยริมฝีปากแทน...

สติที่เหลือน้อยอยู่แล้วตอนนี้ชักหมดลงเต็มที...ตาหวานปรือมองคนที่ตั้งอกตั้งใจชิมรสกับร่างกายของเขาอย่างขะมักเขม้นก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาและสบตากับตาหวานเยิ้มฉ่ำที่มองอยู่...

ยุนโฮยืดตัวขึ้นก่อนจะจูบลงที่หน้าผากของแจจุงที่ตอนนี้เริ่มชื้นเหงื่อเพราะแรงอารมณ์...เด็กหนุ่มถอนจูบออกก่อนจะแนบหน้าผากและจมูกกับใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่ออย่างน่ารัก...

มือขาวละออกจากเสื้อของยุนโฮที่เขาขยุ้มมันซะจนยับไม่เหลือชิ้นดีแนบเข้ากับใบหน้าคมได้รูปของยุนโฮ...

ตาโตจ้องเข้าไปในตาคมคายคู่ตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา....

ถามว่ากลัวไหม? เขาไม่ได้กลัวหรอก...แต่มันก็อดสั่นไม่ได้เมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญ....

เคยคิดเล่นๆว่าครั้งแรกของเขา คนที่จะได้ไป ต้องไม่มีทางได้มันไปง่ายๆ...คนๆนั้นต้องพิสูจน์ให้เขารู้สึกได้ว่าคนนี้แล่ะที่ใช่...และจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาคาดหวังว่าจะให้เป็น...

แต่ในตอนนี้...ความเป็นจริงช่างต่างกับสิ่งที่วาดไว้มากนัก...


ตั้งแต่เขาได้คบกับยุนโฮ...แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน...กลับทำให้เขาเลิกยึดติดกับความคิดเดิมๆในอดีต...

จริงๆตัวแจจุงเองก็ไม่ได้หัวโบราณอะไรอยู่แล้ว...แต่ที่ผ่านๆมา คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ในความรู้สึก ผู้คนเหล่านั้น...มันยังไม่ใช่...

แต่กับยุนโฮ...เขากล้าบอกได้...

ว่าเขาจะไม่มีวันเสียใจ...


เขาคาดหวังว่าวันนี้จะมาถึงเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ...น่าแปลกใจไม่น้อยที่ยุนโฮยื้อเวลามันมาถึงตอนนี้ได้....


แม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต...ถึงเขากับยุนโฮจะไปกันไม่รอด หรือต้องเลิกกัน...

แต่เขากล้าพูดได้ว่าเขาไม่เสียใจเลย ถ้าคนๆแรกจะเป็นเด็กคนนี้...


ชอง ยุนโฮ..



“ไม่ต้องกลัวนะ..”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนก่อนที่ใบหน้าคมจะละออกไปเล็กน้อยเพื่อที่จะได้สบตากับแจจุงได้ชัดๆ...

แจจุงยกมืออีกข้างประกบเข้ากับใบหน้าได้รูป....สองมือประคองให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน..ตาโตดำขลับสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้า..ริมฝีปากบางกดยิ้มก่อนจะเป็นฝ่ายแนบมันลงกับริมฝีปากหยักของอีกคน...

ตาคมหลุบลงพร้อมกับยิ้มมุมปากก่อนจะจูบตอบกลับไปบ้าง...

ก็ถ้าเปิดไฟเขียวขนาดนี้....

ผมก็ไม่เกรงใจแล้วล่ะนะ...พี่แจจุง!


รสจูบร้อนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พัดโหมกระพือของคนทั้งคู่...ลิ้นร้อนสอดลึกพัวพันอย่างจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร...มือขาวคล้องคอคนด้านบนก่อนจะดึงเข้าหาตัวเองจูบตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้เมื่อกำลังถูกอีกคนกดจูบแรงๆลึกๆและดันตัวเขาลงกับเตียง

“อ๊ะ!”หลุดอุทานไม่ได้เมื่อบั้นท้ายกลมกลึงถูกฟ้อนเฟ้นหนักหน่วง...นี่เสื้อผ้าเขาหลุดออกไปหมดตั้งแต่เมื่อไรกันนี่??!!

แต่ว่านะ...มันจะไปสำคัญอะไร...

เพราะตอนนี้ทั้งสมอง ร่างกาย และหัวใจของเขามันไม่ว่างพอที่จะไปคิดเรื่องอื่นแล้วล่ะ...

สิ่งเดียวที่แล่นอยู่ในจิตใต้สำนึกของแจจุงในตอนนี้...มีแต่คนตรงหน้าเท่านั้น...

.
.



ค่ำคืนหอมหวานอันแสนยาวนานของทั้งสองไม่จบลงง่ายๆ...อาจเป็นเพราะเพื่อต้องการเติมเต็มช่องว่างสี่ปีที่หายไปทั้งหมดให้กลับคืนมา...แต่ ณ จุดหนึ่งความสุขก็มีลิมิตในตัวของมันโดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องรับบทหนักในบทรักของค่ำคืนนี้...

“พะ...พอแล้ว...ยุนโฮ...อื้อ..!~”ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่ร่างกายก็ตอบรับอีกฝ่ายแทบจะในทันทีเมื่อยุนโฮเริ่มต้นที่จะปลุกเร้าแจจุงเป็นรอบที่สามของคืนแล้ว... 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็...ก็..อื้อ~...ตื่นไม่ไหวหรอก...”เสียงหวานหอบเหนื่อยขณะที่ปากได้รูปกำลังบรรจงจูบเบาๆที่หลังคอขาว..แจจุงที่นอนคว่ำถูกทับอยู่นั้นพยายามต่อต้านด้วยแรงที่มี ซึ่งมันน้อยนิดจนแม้จะเพียงยันตัวให้ลุกขึ้นยังทำแทบไม่ได้...

ใบหน้าสวยสะบัดขึ้นเมื่อเจ้าตัวสัมผัสสิ่งที่เริ่มตื่นตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้งของอีกคนได้แถวๆด้านหลังของตน...แจจุงยันศอกขึ้นก่อนหันไปมองด้วยสีหน้าเว้าวอน...ด้วยหวังว่าอีกคนจะยอมหยุดให้ได้พักเสียที...

ไอ้ตอนแรกที่ห่วงว่าอีกคนจะตื่นเช้าไปสอบไม่ได้น่ะ ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นว่าตัวเองจะตื่นไปทำงานไหวรึเปล่ามากกว่าแล้วล่ะ...ก็ดูอีกคนแรงจะไม่เหือดหายไปไหนเลยน่ะสิ!!

“มองผมแบบนั้นน่ะ พี่คิดว่าจะช่วยหยุดผมได้จริงๆรึไง?”

แจจุงเม้มปากแน่น...คำตอบมีให้อย่างไม่ต้องให้เจ้าตัวสงสัยนานเมื่อส่วนแข็งขืนของอีกคนนั้นตื่นตัวเต็มที่เรียบร้อยแล้วในเวลาอันสั้นแถมร่างกายเขาก็ตอบรับมันเข้ามาอย่างดีไม่แพ้กัน...

มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออกเมื่อคนด้านหลังเริ่มขยับตัว...แม้ร่างกายจะตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติทว่าในใจก็ยังอดคิดว้าวุ่นไม่ได้...

แล้วนี่เขาต้องมองแบบไหนกันล่ะ...อีกฝ่ายถึงจะสงบลงได้สักที อื้อ~


ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อกดลงกับหมอนพยายามระงับเสียงครางที่ตัวเองคิดว่ามันช่างน่าอับอายเหลือเกินในความรู้สึก...จังหวะเร่งเร้าค่อยๆแปรเปลี่ยนจากช้าเนิบๆในตอนแรกเป็นรวดเร็วและร้อนแรงเหมือนสองครั้งที่ผ่านมาไม่มีผิด...

แค่ Position ที่ทำในแต่ละครั้งมันไม่ซ้ำกันเลยเท่านั้นเอง...


ลมหายใจร้อนรดลงบริเวณต้นคอของแจจุง..คนสวยจึงเงยหน้าและหันไปข้างหลังก่อนจะถูกประกบจูบในทันที..

สองร่างกายตอบรับประสานกันอย่างดีไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน...แจจุงครางเสียงดังและหวานกว่าทุกครั้งเมื่อรู้สึกว่าท่าที่ทำอยู่นี้มันเอ่อ..///...อ่า..///....ลึกสุดๆเลยเหอะ ให้ตาย >//////<

แผ่นอกกว้างแทบจะแนบติดไปกับแผ่นหลังของเขา...ปากแดงเล็กถูกรุกรานจนหนำใจก่อนจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระเมื่อคนคุมเกมส์ใกล้ถึงจุดหมายเต็มที...ยุนโฮหันกลับไปให้สมาธิกับจังหวะที่ดำเนินอยู่ก่อนจะเร่งให้มันเร็วขึ้นไปอีกเมื่อเห็นท่าทีว่าอีกฝ่ายก็คงใกล้ถึงแล้วไม่ต่างกัน..

“อื้อ...อื้อ!~....”เสียงหวานครางอู้อี้กับหมอนใบโต...ข้อนิ้วเกร็งจนขาวเมื่อถึงจุดที่สุดของอารมณ์ก่อนจะค่อยๆคลายออกพร้อมๆกับคนด้านบนทิ้งตัวลงนอนด้านข้าง...

แจจุงหันหน้าไปหาทั้งๆที่ยังนอนคว่ำอยู่...ยุนโฮส่งยิ้มบางเบาให้ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ามากดจูบบนหน้าผาก...

นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่แจจุงจำได้ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะเข้าจู่โจม...ดวงตากลมโตค่อยๆปรือปรอยและผลอยหลับไป...

.
.

.


แสงแดดยามสายๆเล็ดลอดผ่านเข้ามาตามช่องว่างระหว่างผ้าม่านบนหน้าต่าง...ลมเอื่อยๆพัดผ่านเข้ามาเบาๆสะกิดให้คนนอนหลับสบายค่อยๆลืมตาตื่น...

ตาโตลืมตาสู้แสงที่แยงเข้ามาก่อนจะพยายามพลิกตัวแต่ก็รู้สึกหนักตรงช่วงเอวจึงหลุบตาลงไปมอง..ก่อนจะทะลึ่งพรวดลุกขึ้น...

“โอ้ย!~...”ใบหน้าหวานนิ่วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเมื่อยขบของร่างกายโดยเฉพาะช่วงล่าง...ก่อนจะรีบหันไปปลุกคนข้างตัว

“ยุนโฮ!! ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย???!!! มีสอบไม่ใช่หรอ???”แจจุงถามอย่างลุกลี้ลุกลนพลางกวาดตาไปมองนาฬิกาตรงหัวเตียง

ตายห่า! เก้าโมงกว่าแล้ว!!!

มันเลยเวลาสอบไปแล้วแน่ๆ!!!



“ยุนโฮ!!! ตื่น!!!”แขนบางพยายามเขย่าปลุกด้วยแรงเท่าที่มี...แต่คนที่นอนตัวแน่นอยู่กับเตียงทำเพียงตวัดมือครั้งเดียวให้อีกคนล้มทับบนตัวเองก่อนจะจับกกกอดแน่น...

“ใจเย็นสิ พี่แจจุง ผมไม่ได้มีสอบวันนี้”เสียงจากคนร่างใต้งึมงำให้ได้ยินทั้งๆที่ยังไม่ได้ลืมตา..

“หา????”แจจุงเมื่อได้ยินก็พยายามดันตัวขึ้นฝืนแรงเด็กหนุ่มใต้ร่างจนตอนนี้กลายเป็นว่าเขาขึ้นนั่งคร่อมเด็กมันโดยไม่รู้ตัวไปเรียบร้อยแล้ว... “อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! ชอง ยุนโฮ!”

เจ้าของชื่อยอมปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองเต็มยศ ก่อนจะยิ้มเผล่ให้คนบนร่างตัวเอง...

“ผมเริ่มสอบอาทิตย์นี้ก็จริง แต่ผมเริ่มสอบวันอังคารต่างหาก ไม่ใช่วันนี้นะครับ พี่แจจุง”

แจจุงอ้าปากคาง พะงาบๆ พูดไรไม่ออก...นิ้วเรียวชี้หน้าเด็กเจ้าเล่ห์อย่างคาดโทษ...

“ผมถึงได้แปลกใจเมื่อคืนว่า ทำไมพี่ถึงมาหาผม...แต่ก็พอฟังที่พี่พูดแล้วก็เลยคิดว่าพี่คงเข้าใจผิด...ผมก็เห็นว่าไหนๆพี่ก็มาถึงแล้ว เรื่องไรผมจะไล่พี่กลับล่ะ?”ถึงตอนนี้ยุนโฮพูดอย่างสบายใจพลางฉีกยิ้มเต็มสตรีม สองมือสอดประสานกับเอวของร่างตรงหน้่า...

มือบางตีเพียะสองสามทีเข้าให้ตรงใหล่เปลือยของยุนโฮก่อนจะคว้าเอาผ้าปูที่นอนห่อตัวเองแล้วกระโดดลงจากเตียง...

“เดี๋ยวสิ! นั่นพี่จะไปไหนน่ะ?”ยุนโฮผุดลุกขึ้นนั่งพลางถามคนที่พยายามเดินอย่างเร็วที่สุดไปยังประตูห้องน้ำ...

คนตัวเล็กหันควับมาพลางส่งค้อนเข้าให้ “ถามได้ ก็ไปทำงานน่ะสิ! แล้วคืนนี้พี่จะกลับไปนอนบ้านด้วย!”

“พี่แจจุง!! โธ่ เดี๋ยวสิ! นี่ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อยนะ! เบี้ยวกันอย่างนี้ได้ไงอ่ะ!”

แจจุงคว้าเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่เขาเตรียมมาจากบ้านก่อนจะเอ่ยคำขาดให้อีกคนต้องอ้าปากค้าง โวยวายเสียงดัง “ตัวเองนั่นแล่ะ! เจ้าเล่ห์ดีนัก...ทั้งอาทิตย์นี้ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นเลยนะ!!...สอบไม่เสร็จไม่ต้องมาเจอกัน เข้าใจไหม??!”

“พี่แจจุง!!!”

เด็กหนุ่มรีบลุกจากเตียงวิ่งมายังประตูห้องน้ำทั้งๆที่ใส่แค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวพยายามจะยื้อประตูไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่ออีกคนปิดประตูไปเป็นที่เรียบร้อย...

คนในห้องน้ำกลั้นยิ้มและเสียงหัวเราะสุดความสามารถเมื่อคนด้่านนอกพยายามอ้อนให้เขาเปิดประตูให้ได้....


จริงๆก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอก...แต่ก็นะ ก็เล่นอ้างซะดิบซะดี มีมาขอกำลงจงกำลังใจก่อนสอบ...

ไอ้เราก็จัดให้ซะเต็มเหนี่ยว แล้วนี่อะไร?!! หลอกเขาซะงั้นอ่ะ!! นี่กะว่าจะเอากำไรกับเขาสองวันติดเลยว่างั้นเหอะ!! 

เชอะ! ให้เขาทำตัวง่ายๆมันไปซะทุกเรื่อง ก็ได้ใจ เสียการปกครองหมดน่ะสิ!


แจจุงทำเป็นไม่สนใจเสียงโอดโอยหน้าประตูก่อนจะสลัดผ้าห่มที่คลุมตัวเองออก...มือบางคว้าเอาเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้ออกมา..บังเอิญไอโฟนติดออกมาด้วย...เขารีบคว้ามันไว้ก่อนที่จะตกลงกับพื้นและก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเมสเสจของเพื่อนรัก...

ร่างบางสไลด์หน้าจอก่อนจะอ่านข้อความสั้นๆที่จุนซูส่งมาตั้งแต่เมื่อคืนวานและรีบโทรออกหาในทันที...


แต่ไม่ว่าจะโทรกี่ครั้ง เพื่อนรักก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์...แจจุงจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนตัดใจกดวางสายทิ้งและรีบพุ่งตัวไปอาบน้ำทั้งๆที่ร่างกายปวดไปทั้งตัวก็ตาม...


‘แจจุง...ฉันกำลังแย่...ออกมาหาฉันที V_V...’










2BC



Talk 

เห้ย เอาจริงป่ะ? ตอนนี้เป็นตอนที่แต่งเรทที่สุดแล้วในบรรดาฟิคที่แต่งมา *ก๊าก* 
ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ (เวอร์ละ) 
จริงๆก็คิดไว้แล้วล่ะ ว่ามันต้องมีสักวันที่เราต้องกล้าข้ามเส้นแล้วแต่งอะไรแบบนี้บ้างสักทีเถอะ...หลังจากหลบเลี่ยงมันมานาน = =”

ใช้เวลานานมาก ไม่ได้โม้ แต่แบบใครที่อ่านฟิคอันๆมาก่อนจะรู้ว่า 
อันๆแต่งเอนซีไม่เก่งเลยยยยย เหอๆ

เมื่อคืนหัวแล่นตอนตีห้า นึกว่าจะแต่งให้เสร็จไปเลย พอดีเพื่อนสไคปมาจากสวีเดน
มันจู่ๆก็เพิ่งมาพูดว่า ‘มึงกูเพิ่งมาชอบทงบังจริงๆจังๆว่ะ สายไปไหมวะ?’ 
ไอ้เราก็แบบ เออ มึงสายมาก สายโคตรๆ แม่งมาชอบตอนที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วเนี่ย

แต่มันพูดว่าไรรู้ป่ะ? 
มันบอกว่า ‘เห้ย เชื่อกู กูชอบวงไหน เดี๋ยววงนั้นจะกลับมารวมตัวกันอีก Blue ก็เป็นแบบนั้น’
ไอ้เรารีบบอก สาธุเล้ย!!! ขอให้เป็นจริงอย่างที่มึงว่าเถอะจ้า ๕๕๕๕๕

จริงๆพล๊อตตอนแรกจะวางว่าให้แจจุงรอดไปอีกสักรอบ...
แต่มาสำเหนียกดูจำนวนตอนที่แต่ง...
คือสิบเอ็ดตอนแล้วอะ ให้มันได้เสียกันเสียทีเถิดด (คนอ่านก็คงคิดแบบนี้ใช่มะ? ๕๕๕)

แล้วกว่าจะแต่งเสร็จทั้งตอน ก็เชื่องช้ามาก 
ไม่ได้นอนทั้งคืน ตื่นมาเก้าโมงเช้า เพราะคนมาทะลวงท่อในห้องน้ำ ท่อตันน่ะค่ะ
คือแบบขอบ่น เสียค่าทะลวงท่อไป 1,500 !!! 

แบบท่อที่ไต้หวันมันเหมือนเป็นกรวยกรองอะค่ะ 
มันไม่เหมือนของไทยที่เป็นท่อใหญ่ๆลงไปเลย
พอมันเป็นแบบนี้ก็ต้องใช้เครื่องมือเอา มันแงะไม่ได้
กะอีแค่เครื่องมือเหมือนมีแท่งเหล็กเล็กๆยื่นออกมา
และยื่นเข้าไปปั่นตรงท่อ คือเศษผมที่หล่นเข้าไปออกมาเป็นยวง!!
ยังกะราพันเซลเลยยยย ได้ข่าวไม่ใช่ผมอันๆเลยด้วย ๕๕๕
เพราะเพืื่อนที่อยู่ด้วยกันต่างหาก ที่ผมยาวทั้งสองคน เหอๆๆ

หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับละ (นอนไปได้แค่สามชม)
พยายามหาแรงบันดาลใจต่อ จะได้แต่งให้เสร็จ 
ก็นั่งเวิ่นดู Strong heart โฮมินกะคลิปยุนแจไปเรื่อย
จนเนี่ย กว่าจะเสร็จ ๕๕๕๕ 
เพราะหนีไปงีบ ไปกินมาด้วยน่ะค่ะ เฮิกกก

พล่ามไร้สาระอีกละ

ไปและดีกว่า
ไปรอฝ่าบาทมิกกี้ ๕๕๕๕ ติดเรื่อง RoofTop มากอะ ไม่น่ารีบดูเลย T_T
มันทำให้ต้องมาคอยตามทุกอาทิตย์ แง่~


อ้อ ที่มีคนเคยขอไว้ รีวิวไป Bum’s story อันๆอัพทุกอย่างลงในบล๊อกแล้วเน้อ
เข้าไปในเอนทรี่ Korea Trip Review นะคะ จะมีลิสนำทางบอกว่าควรจะไปหมวดไหน ๕๕๕๕
อันๆอัพเป็นหมวดๆไปน่ะค่ะ

บล๊อกค่ะ ^^


ไปละ เจอกันตอนหน้าเน้อ 
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า smile.gif