posted on 28 Apr 2009 00:54 by deumbeui
สวัสดีค่ะ (อย่าเพิ่งเขวี้ยงอะไรใส่นะ ใจเย็นๆค่อยๆอ่านก่อน = =)
เข้าใจว่าหลายคนคงคิดว่า อีนี่ยังจะกล้ามาอัพอะไรอีกนะ ฟิกก็ไม่ใช่ ฮ่าๆๆ
ตั้งแต่โยกย้ายถิ่นฐานมาเรียนที่ไต้หวัน ก็ไม่ได้แตะฟิกอีกเลย
แต่ก็มีบางช่วงที่แอบเข้ามาเช็คบล๊อก และไม่อยากเชื่อว่ายังมีคนเข้ามาอ่านเรื่อยๆด้วย (และเราก็ยังเลวต่อไป ทำเป็นเมินไม่ต่อสักทีด้วยนะ)
พ่วงด้วยหลังจากเพิ่งได้เช็คเมลล์ที่ไว้สั่งฟิกเมื่อห้านาทีที่แล้ว มีบางคนที่ส่งเมลล์มาเรื่องฟิกชั่นที่รวมเล่มไปแล้วด้วยแฮะ ><
กราบขอโทษทุกคนที่ติตตามผลงานของอันๆทุกคนงามๆสักแปดร้อยที
รู้สึกผิดอย่างแรงเลยตอนนี้ งืดด...
เอาเป็นว่ามิชชั่นทั้งหลายจะถูกสานต่อให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกันเน้อ
อย่างช้าสุด คือกลับไปไทยนะคะ เหอๆ (ช่วงปลายเดือนมิถุนา)
ถ้าต่อได้เร็วกว่านั้นก็จะต่อให้ เพราะชีวิตที่นี่ค่อนข้างมีสีสันมากไป จนเอากันตามตรง ภาษาไทยไม่ค่อยได้ใช้ แล้วก็ห่างไกลจากการติดตามทงบังไปมากโข ตอนนี้หลังเขามากๆ ให้ตายเถอะ เลยไม่ค่อยมีอะไรมาดลใจให้ต่อฟิกเรื่องไหนเลยสักเรื่อง = =
กราบขอโทษผู้อ่านทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แล้วเจอกันเมื่อเรามาต่อฟิกละกันเน้อ ^ ^
PS. เอาจริงจัง ตอนพิมพ์เนี่ย เพื่อนนั่งพูดภาษาอังกิดกรอกใส่หูตลอดเวลา ทำเอานึกคำไทยไม่ออกเลยเนี่ย เหอๆ
PS 2. นี่เข้ามาแก้รอบสอง อ่านที่พิมพ์ไปรอบแรก ภาษาไทยปะแล่มๆมากๆ งืดดดด จะต่อฟิกรอดไหมเนี่ยกรู = ="
posted on 11 Aug 2008 21:33 by deumbeui in Born-to-Be
Fiction : Born to Be# 8
Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae
Author: Deumbeui
Author’s note: "จูบแรกของมึงร้อนแรงไหมวะ? "
Warning : NC-15 (ประมาณครึ่งย่อหน้า)
"เชี่ย แกเป็นไรเนี่ย? เห้ย แจจุง!"เจ้าของร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยทักเพื่อนด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดใจพลางเอาขายาวของตนเขี่ยเข้าที่หน้าแข้งของคนที่นอนตายเป็นศพอยู่หน้าพรมห้องรับแขกแรงๆทีหนึ่งก่อนจะเดินข้ามไปอย่างไม่ยี่หระ
"เห้ยจุนซู แจจุงมันเป็นไรวะ?"ชางมินเปลี่ยนไปถามเพื่อนสาวอีกคนเมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้จากซากคนที่นอนคว่ำหน้าตรงหน้า
"…….."
เอ้า เอ้า เอ้า เอาเข้าไป เป็นใบ้กันไปหมดแล้วรึยังไงเนี่ย!
คนนึงก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจูบพื้นไม่สนใจโลกภายนอก ทำตัวอาลัยตายอยากเหมือนโลกแหลกสลายไปแล้วตรงหน้า..ส่วนอีกคนนี่ก็ตรงข้ามสุดขั้ว หน้าตาดูยิ้มแย้มมีความสุข แก้มที่กลมอยู่แล้วเหมือนจะพองขึ้นสามเท่าตัว..และดูนั่น ยิ้มให้ได้แม้กระทั่งแจกัน ประสาทไปแล้วรึเปล่าเนี่ย!!!!??? - -*
"จุนซู..."ศพที่นอกเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นผงกหน้าขึ้นมาพลางเรียกเสียงแผ่วเบาเสียจนชางมินคิดว่าปรอทเสียงของแจจุงแตกไปแล้วหรืออย่างไรกัน...ปกติเสียงดังแทบทะลุฝ้าเพดาน..วันนี้เหลือเพียงเสียงกระซิบมดซะอย่างนั้นน่ะ..
"หืม?? มีอะไรหรอแจจุง? "ไอ้นี่ก็อีกคน เด็กหนุ่มอดเหวอไม่ได้กับท่าทีที่ประหลาดของทั้งคู่ในวันนี้..ปากขอบยางอันมีเสน่ห์ถึงกับอ้าปิดไม่มิดกันเลยทีเดียว...เสียงหวานเลี่ยนหูกับท่าทางเลื่อนลอยของเซียมันคืออะไรวะนั่น!!!..ขนลุกโคดดดดด!!!!
"จำเรื่องการแข่งได้ใช่ไหม? "
‘กูไม่ได้ความจำเสื่อมนะไอ้ควาย!!’
นั่นเป็นสิ่งที่ชางมินคาดว่าจะได้ยินจากปากของเซีย และเชื่อด้วยว่าข้าวของที่เจ้าตัวน่าจะหามาเขวี้ยงได้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ๆมือตรงนั้นต้องลอยข้ามห้องมาด้วยอย่างแน่นอน...แต่แล้วผลกลับตรงข้าม...
"จำได้สิ ทำไมฉันจะจำไม่ได้ล่ะ มันอีกตั้งเดือนหน้า เธออย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ"เสียงหวานเลี่ยนและสรรพนามอันไพเราะแปลกหูชวนคลื่นกระเพาะยังคงดังอย่างต่อเนื่อง...มือป้อมจับดอกไม้ในแจกันขึ้นมาดม...พูดไปยิ้มไป...
ได้ข่าวว่าดอกไม้นั้นมันอยู่ในแจกันมากกว่าสามเดือนแล้วนะ!
ทั้งแห้งทั้งเหี่ยวทั้งเน่าทั้งเหม็น..มันยังเอามาดมได้ไงเนี่ย!!!!!
"อาทิตย์หน้า ไม่ใช่เดือนหน้า"
เอ๊ะ..กลายเป็นแจจุงไปแล้วเรอะ? ที่ความจำสั้น..
"แหม มุขตลกมากเลยแจจุง แต่ฉันว่าเธออย่าเอามาเล่นเพื่อทำให้ตัวเองเครียดเปล่าๆเลยน่ะ"เซียหันมาโบกครีบโลมาไปมาเหมือนนางงามจักรวาลก็ไม่ปานพลางทำท่าทางหัวเราะคิกคักและทำหน้าเห็นใจแจจุงเสียเต็มประดา..
ใครก็ได้เอามีดมาปักคอชางมินคนหล่อคนนี้แรงๆสักสามที แล้วแถมด้วยตบอีกสักฉาดเพื่อบอกเขาให้แน่ใจว่าจุนซูเวอร์ชั่นมิสยูนิเวิสตรงหน้านี้เป็นเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน!
"ฉันไม่ได้เล่นมุข... "
"ฉันจะถอนตัว"
ฟุบ!!!!!
ดอกไม้ที่เซียถือดมอยู่ร่วงหล่นจากมือทันทีเมื่อได้ยินประโยคอันไม่คาดคิดนั่น..สีหน้านางงามเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นโลมายักษ์ที่พ่นไฟได้ทันที...
"ให้กูจูบกับแมลงสาบเลยดีกว่าถ้าจะทำแบบนั้นน่ะ!! "
นี่สิ คิม จุนซู ตัวจริง!
"สัด!!! อาทิตย์หน้าเขาจะเริ่มรอบคัดเลือก! แล้วเรายังคิดกันไม่ออกเลยว่าจะทำไง มึงจะให้กูแก้ผ้าเปลือยนมขึ้นชกงั้นเรอะ!!?? "
"ไม่มีใครเขาดูออกหรอกน่ะ...ชกๆไปเหอะ! "
"ไอเชี่ย!!"โอ้โห ตอบแบบไม่หยุดคิด ควายย ถึงกูจะนมแบน แต่กูก็ยังมีนะเว้ย!!! ใจคอจะให้เพื่อนแก้ผ้าขึ้นชกกับผู้ชายไม่รู้ต่อกี่ยกเนี่ยนะ!!??
คิม จุนซู มึงเลวไปแล้ว!!!!
"เดี๋ยวสิ..แล้วไอ้หมอนั่นล่ะ? ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลยหรอ? "ชางมินหมายถึง คิม คิบอม ที่เป็นตัวต้นเหตุที่เขาต้องไปตัดผมกับทงเฮ และเซียได้ทรงผมเห็ดกลับมาแทน..
"ไปตายห่าที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะมั้ง ควาย เป็นกิ๊กกะทงเฮตั้งแต่แรกก็ไม่บอก ปล่อยให้กูมีความหวังตั้งนาน มันไม่ช่วยกูหรอกชางมิน...อีกอย่างมันจะทำไรได้วะ? เห๊อะ!!"
"ไม่รู้ล่ะ ยังไงมึงก็ห้ามถอนตัวเด็ดขาด กูบอกได้แค่นี้! "
"งั้นให้กูทำไง!!! "ไอ้โลมานี่ก็แว๊ดขึ้นมาขัดอยู่ได้..ช่วยก็ไม่ช่วย..เดี๋ยวปั๊ดย่างกินซะนี่!!
"ไม่รู้ๆๆๆ!!! ยังไงก็ไม่ได้!!!! กูอุตส่าห์คืบหน้าขึ้นอีกนิดนึงแล้ว ถ้ามึงถอนตัวตอนนี้ก็จบเห่กันพอดี จูบเดียวมันไม่พอหรอกนะ!!! "
ป้าดดดดดด นั่นไงล่ะ โผล่หางออกมาจนได้...เหตุผลที่มันดูเป็นเดือดเป็นร้อนมากมายขนาดนี้!!!
ห่วงแต่ผลประโยชน์ตัวเอง นี่มันเพื่อนกูแน่รึเปล่าเนี่ย!!!!??
แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนะ!? มันบอกว่าไรนะ? อะไรจูบเดียวๆๆ?????????
"จูบ? "
"...เอ่อ"
"มึงพูดว่าอะไรนะ จุนซู? กูได้ยินไม่ค่อยชัด..."ถึงตรงนี้แจจุงถึงขั้นแงะตัวเองออกจากพรมหนาที่เอาหน้าไปซุกกับมันนานเป็นชั่วโมงกระเถิบเข้าใกล้เซียเพื่อให้ได้ยินชัดชัดว่าประโยคเมื่อกี๊ เขาไม่ได้หูฝาดไป..
"กูกับยูชอน เรามีจูบแรกกันแล้วโอเคปะ? "
"......."
"ดังนั้นอย่างที่มึงน่าจะเข้าใจ...กูอุตส่าห์เข้าใกล้มาอีกระดับหนึ่งแล้วจะให้กูถอนตัวง่ายๆเนี่ย มันก็คงไม่ดีเท่าไรมั้ง...กว่ากูจะฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามจากลิขิตของฟ้ามาได้เนี่ย มันยากลำบากแค่ไหน มึงน่าจะรู้ดีนะ.. "
ไหนกว่าจะปลอมตัวเข้ามา
ไหนกว่าจะตีสนิท
ไหนกว่าจะหาเวลาอยู่เพียงลำพังได้…และโดนขัดฉากเอนซีไปเนี่ย!!! มันแค้นนะโว้ย!!!
พรึบ!!
แจจุงดีดตัวเองจากพื้นทันทีก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปทางประตูอย่างรวดเร็ว
"แจจุง นั่นจะไปไหนน่ะ!?? "
"ฉันจะไปหาไอ้หมอคิบอมนั่น"แจจุงหันมาตอบชางมินพลางปรายตาไปทางเซียและพูดเสียงดังฟังชัด..
"โดนไอ้โลมาล้ำหน้าไปขนาดนี้..ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ต่อให้ไอ้หมอนั่นไม่ยอมช่วย..และฉันต้องตัดหน้าอกสองข้างเพื่อเปลือยอกขึ้นชกแล้วล่ะก็ ฉันก็จะทำ!!!! "
........
........................
"คนไข้หมดแล้วใช่ไหมครับ? "ชายหนุ่มร่างสูงในชุดกาวน์สูทสีขาวภูมิฐานเอ่ยกับประชาสัมพันธ์ของคลีนิคผ่านทางช่องเล็กๆที่เชื่อมผ่านระหว่างห้องสองห้อง สองมือใหญ่พลิกหน้ากระดาษในแฟ้มตรงหน้าไปมา..ตาคมมองลอดแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมอย่างขะมักเขม้น...
"ค่ะ..หมอจะให้ดิฉันปิดคลีนิคเลยรึเปล่าคะ?"เสียงของพนักงานประชาสัมพันธ์ตอบลอดช่องว่างนั้นมา..
"ปิดเลยก็ได้ครับ แล้วเดี๋ยวคุณจีเฮกลับไปก่อนได้เลยนะครับ ผมขอเคลียร์ประวัติคนไข้ต่ออีกหน่อยก่อนกลับ"
"ค่ะ งั้นดิฉันจะทิ้งกุญแจไว้ให้นะคะ"หญิงสาวกล่าวพลางวางกุญแจไว้ในลิ้นชักบนสุดด้านขวาก่อนจะจัดการเอกสารต่างๆให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อย..กล่าวลาอีกครั้งและเปิดประตูทางด้านหน้าคลีนิคออกไป..
ผ่านไปไม่ถึงสองนาที ประตูด้านหน้าคลีนิคถูกเปิดออกอีกครั้ง..เสียงย่ำเท้าดังก้องสะท้อนเข้ามาทางประตูห้องทำงานของคิบอมและมันก็ถูกเปิดออกด้วยแรงไม่เบานัก..
"ลืมอะไรหรอครับ? คุณจีเฮ"ชายหนุ่มถามพลางไม่ละหน้าออกจากกองเอกสารประวัติคนไข้..
"ฉันมาขอใบรับรองแพทย์"
คิบอมเงยหน้าขึ้นมองลอดแว่นไปที่ผู้บุกรุกเล็กน้อยก่อนจะก้มลงทำงานต่อ
"คลีนิคปิดแล้ว"
"นี่! นายสัญญากับฉันไปแล้วนะว่าจะช่วยน่ะ!"
"เรื่องของทงเฮน่ะ ฉันแทบไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเธอด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันไม่เห็นว่าฉันจำเป็นต้องทำอะไรที่เธอขอหรอกนะ"
"นายคิดว่าสวยๆอย่างทงเฮจะมีคนจีบแค่นายคนเดียวรึไง? "
ปากกาในมือของคิบอมหยุดเขียนทันที
"ถ้าเพียงแต่นายออกใบรับรองแพทย์ให้ฉัน ฉันจะช่วยนายเขี่ยคู่แข่งนายทิ้ง ว่าไง? ตกลงไหม? "
"ผมคิดว่า ผมสามารถทำอะไรๆให้เป็นไปตามต้องการได้ด้วยฝีมือตัวเองนะ"
ไอ้หมอนี่...คิดว่าแม่งหล่อแล้วจะชนะใจทงเฮได้ด้วยตัวเองเรอะ!!!
ชักจะมั่นใจมากไปแล้วนะ!!!
คิดว่าฉันมีไม้เด็ดแค่นี้รึไง!!?
คิดผิดแล้วล่ะ ไอ้หมอขี้เก๊ก!!!!!!!!!!!
"ถ้าคิดว่าแน่ว่าซีวอน ดาราดังทะลุจอทุกช่องและเป็นคนที่ทุกค่ายเพลงกำลังต้องการตัวเขาล่ะก็..ตามใจ!"หนอยแน่ะ คิดว่าแน่ก็ให้มันรู้ไปสิ..เห๊อะ!!! หญิงสาวพูดทิ้งท้ายไว้ให้อีกคนได้คิดพลางหันหลังกลับ...แต่ยังก้าวไม่ถึงหนึ่งก้าวดี เสียงลากขาเก้าอี้ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกยั้งไว้ของอีกคน..
"จริงๆก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะว่าฉันค่อนข้างมั่นใจอยู่ว่าฉันแน่กว่าหมอนั่น..แต่เอาเถอะ ถ้าอยากให้ช่วยฉันก็จะช่วย.. "
ควายเหอะ! ชีวิตนี้กูจะเจอแต่คนวางฟอร์มตลอดใช่ไหมวะ? - -*
"ว่าแต่จะให้ฉันออกใบรับรองแพทย์เรื่องอะไรล่ะ? "
.
.
"โรคแพ้นวม? "
"ใช่ คู่ซ้อมหน้าหวานของนายเพิ่งจะมายื่นใบรับรองแพทย์เมื่อเช้านี้ เพื่อยื่นให้กรรมการยกเว้นให้ใส่เสื้อขึ้นชกได้เนื่องจากเป็นโรคแพ้นวมง่าย"ชินดงประธานชมรมยื่นเอกสารทางการแพทย์ของแจจุงให้กับยุนโฮที่ยื่นมือไปรับอย่างงงงวย…
มี่โรคแบบนี้ในโลกนี้ด้วยหรอวะ?
"เห้อ ฉันก็งงๆกับเขาหรอกนะ แล้วก็บอกไปแล้วด้วยว่าไม่น่าจะยื่นเรื่องผ่านได้ แต่ท่าทางของแจจุงค่อนข้างมั่นใจเลยทีเดียวว่าไม่น่ามีปัญหา…"ร่างสูงใหญ่ที่ถึงดูตัวค่อนข้างไปทางท้วมแต่ก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของชินดงนั่งลงตรงข้ามยุนโฮที่ยังคงจ้องมองเอกสารในมืออยู่อย่างพินิจพิเคราะห์และเอ่ยถามตามที่คิด…
"แล้วไง? เรื่องมันก็ไม่น่าผ่านสินะ ถึงได้เรียกฉันมาเพื่อจะให้หาคนใหม่ งั้นสิ? "
"เปล่าเลย..เรื่องกลับผ่านฉลุยอย่างที่แจจุงมั่นใจเลยนั่นแล่ะ ฉันล่ะโคดจะแปลกใจที่ทางกรรมการให้ผ่าน เห็นว่าพวกเขาคุยกับฝ่ายการแพทย์แล้วน่ะ"
สีหน้าของยุนโฮแปลกใจขึ้นไปอีกเท่าตัว
ใครก็ได้ปาหนังสือชีวะมาให้เขาตอนนี้ที
อยากรู้นัก..ไวรัสหรือแบคทีเรียตัวไหนเป็นพาหะโรคนี้วะเนี่ย!!!?
"ตอนพวกนายซ้อมกัน ไม่มีเหตุการณ์อะไรทำนองนี้บ้างเลยหรอ? "
ยุนโฮนึกคิด..จะว่าไปแล้ว แจจุงแทบไม่เคยถอดเสื้อกล้าม หรือใส่แต่กางเกงขาสั้นซ้อมกับเขาเลยสักครั้ง…แต่....ยังไงมันก็น่าข้องใจ…ไอ้เรื่องโรคแพ้นวมเนี่ย…มันเป็นได้จริงเรอะ!???? = =
"เอาเถอะ ฉันก็ทำหน้างงแบบนายมาแล้วนั่นล่ะ…แต่ถึงยังไง แจจุงก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งของทีมเราเลยนะ ดังนั้นนายก็คอยดูแลเขาหน่อยก็แล้วกัน"
.
.
.
‘โรคแพ้นวม..’
ไม่อยากจะเชื่อเลยให้ตาย..ถึงชินดงจะพูดว่าหน่วยแพทย์ของทางการแข่งขันรับรองแล้วก็เถอะ…แต่มันก็ยังคาใจ…
จะว่าไปแล้ว..ตั้งแต่ที่ได้เป็นคู่ซ้อมกับแจจุงมาเนี่ย…มันก็มีหลายเรื่องน่าสงสัยอยู่ใช่น้อยเสียเมื่อไรกันล่ะ…
แต่ทุกครั้งที่สงสัย ก็จะโดนความน่ารักของแจจุงกระชากสติไปเสียทุกครั้ง…
"ยุนโฮ ~~"
…แบบนี้ไงล่ะ - -*
"เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วหรือครับ? "เสียงหวานนุ่มถามออกไปพร้อมๆกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำเอาอีกคนสำลักอากาศที่หายใจอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว...
ยิ้มแบบนี้กะฆาตกรรมกันเรอะ?!!!!
"ฮะ..เหลือแต่รอจุนซูน่ะฮะ.."
"จุนซูกลับไปกับยูชอนแล้วล่ะ เดี๋ยวแจจุงกลับกับผมละกันนะครับ"
คิม จุนซู
ความเห็นแก่ตัวครั้งนี้ของมึงเพิ่งมีประโยชน์กับกูครั้งนี้แล่ะ!
"เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนเสื้อก่อน แจจุงจะไปรอผมข้างในด้วยก็ได้นะ"ช่างเป็นการเชิญชวนที่ให้ท่าอะไรเยี่ยงนี้..แล้วมีหรือ คิม แจจุงจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...หญิงสาวยิ้มแฉ่งหน้าบานก่อนจะตามร่างสูงเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกันทันที..
"ว่าแต่แจจุงเตรียมตัวพร้อมรึยังครับ? "โอ๊ยยย หัวใจกู! ทำไมต้องมาถอดเสื้อผ้าให้เห็นต่อหน้าด้วยล่ะ ถามให้เสร็จแล้วค่อยไปถอดไกลๆหน่อยไม่ได้รึยังไงเนี่ย!!!?..แจจุงหันหลังจับอกตัวเองที่เต้นตู้มต้ามจังหวะชะชะช่าผสมรุมบ้าเมื่อเห็นแผงอกและซิกแพคได้รูปของยุนโฮ...
ไอจุนซูมันจูบกับยูชอนไปได้ยังไงวะ? นี่แค่กูเห็นแผงอก วิญญาณก็แทบหลุดจากร่างแล้วเนี่ย!!
ถ้าได้จูบซะเอง กูไม่ช๊อกกัดลิ้นตัวเองตายไปเลยรึยังไง!?
แต่จะว่าไป...เราก็เคยเกือบจะได้จูบแล้วนิหว่า...แล้วเราจะเพิ่งมากลัวอะไรตอนนี้เนี่ย - -*
"ว่าไงละครับ? "เอ้า!! ถามเฉยๆไม่พอยังเอาอกมาแนบหลังอีก อ๊ากกก...แล้วนั่นอะไร เอามือมาคร่อมกันแบบนี้ จับมัดแล้วปล้ำเลยดีกว่าไหมคะ???!!
ฟ้าดินเป็นพยาน ครั้งนี้แจจุงไม่ได้ให้ท่าก่อนนะ คุณผู้อ่าน ><
ยังไม่ทันที่แจจุงจะเรียกสติให้ครบดังที่ต้องการ มือใหญ่ของคนด้านหลังก็ค่อยๆจับร่างบางตรงหน้าให้หันมาหา ก่อนที่จะจัดแจงเบียดตัวเองใกล้เข้าไปอีก...
ให้ตายเหอะ นี่ยุนโฮยังไม่ได้ใส่เสื้ออีกเหรอเนี่ย!!!??
ทำกันขนาดนี้แล้วจะมัวชักช้าอยู่ใยเล่า!!...
แจจุงได้แต่ก้มหน้ารอลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น...แต่ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น..คางเรียวเล็กได้รูปก็ถูกมื่อใหญ่ของอีกคนเชยให้เงยขึ้นมาก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆประทับลงไปยังปากแดงที่เผยอรออยู่แล้วช้าๆ..เนิบๆไม่รีบร้อน..เรียวลิ้นที่มีความชำนาญและประสบการณ์มามากกว่านำทางอีกคนอย่างคล่องแคล่ว..ไม่มีตรงไหนภายในโพรงปากร้อนระอุของแจจุงที่ลิ้นของยุนโฮเข้าไปไม่ถึง..
เป็นเวลานานเกือบสิบกว่านาทีที่ร่างสูงใช้ลิ้นทำความรู้จักและเรียนรู้ถึงส่วนต่างๆจนครบทุกซอกทุกมุมก่อนจะยอมปล่อยให้ร่างบางได้หอบหายใจ..แต่ก็แค่เฮือกเดียวเท่านั้นล่ะ..
กว่าเรื่องนี้พระเอกกับนางเอกจะได้มีจูบแรกกันก็เล่นปาไปเกือบสิบตอนแล้ว...ยุนโฮไม่ปล่อยให้นางเอกถูกจูบแค่สิบนาทีหรอกนะ!
ทั้งสองแทบไม่ได้เอาหน้าออกห่างจากกันเลยจนกระทั่งแจจุงไปนั่งคร่อมอยู่บนตัวยุนโฮตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้...ถึงตอนนี้เองที่ยุนโฮละออกจากกลีบปากบางมาทักทายซอกคอขาวหอมกรุ่น..บ้างก็มีแวะเวียนไปที่หูทั้งสองข้างเล็กน้อยเพื่อความทั่วถึงและยุติธรรมก่อนจะวกลงมาจบที่ปากแดงดังเดิม..มือใหญ่ทั้งสองข้างเริ่มทำหน้าที่ขั้นที่สอง..เรียวนิ้วร้อนค่อยๆลากผ่านทางชายเสื้อกล้ามตัวใหญ่ป้วนเปี้ยนตรงบริเวณบั้นท้ายกลมกลึงและรอบเอวบางสร้างความเสียวซ่านให้กับอีกคนจนต้องยกตัวขึ้นพร้อมๆกับที่มือเล็กกอดรัดร่างสูงแน่นเป็นการกระชับจูบให้เร่าร้อนขึ้นไปอีก...
ความสุขอันทะลักล้นถูกดำเนินมาเรื่อยๆจนเมื่อมือของยุนโฮลูบไล้สูงขึ้น..สูงขึ้น..และสูงขึ้นเรื่อยๆ
"อ๊ะ!!!!.."แจจุงผละออกทันทีและรีบลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก..มือเล็กจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างเร่งรีบท่ามกลางสายตางงงวยของอีกคน...
"ผะ..ผม..ต้องรีบกลับแล้วฮะ..เจอกันพรุ่งนี้นะฮะ! "พูดเพียงแค่นั้นก่อนเจ้าตัวจะรีบวิ่งไปทางประตูออกไป....
………………
……………………….
ปังง!!
"เกือบไปแล้ว…"หลังจากที่วิ่งหน้าตาตื่นกลับมาถึงบ้านไม่เจอใครก็รีบแจ้นขึ้นห้องทำใจทันที...
ความเกือบแตกแล้วไหมล่ะ?...นี่ถ้าช้าอีกนิดยุนโฮต้องจับโดนผ้าที่พันหน้าอกอยู่แน่ๆ…ให้ตายเหอะ..
แจจุงทรุดตัวนั่งลงหลังพิงประตูพลางยกมือแตะปากที่เมื่อกี๊เพิ่งจะผ่านศึกมาหยกๆ...ความรู้สึกรุ่มร้อนที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นนั้นให้ความรู้สึกดีจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา...
ช่างเป็นจูบแรกที่...มาราธอนจริงๆ...
ตอนนั้นนึกว่าจะต้องโทรบอกใครสักคนจองวัด ซื้อโลงและเตรียมพวงหรีดให้แล้วซะอีก...
จุนซูมันเป็นงี้ป่าววะ!?
เออใช่สิ...
ว่าแต่แล้วมันหายไปไหนเนี่ย!?!??
"แจจุง!!! "
"โอ๊ย!!! หัวกู!!! "ไอ้นี่แม่งสั่งได้ใช่ไหมเนี่ย? คิดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ แถมมาแล้วทำคนอื่นเขาเจ็บตัวอีกต่างหาก..แจจุงบ่นในใจพลางลูบหัวปอยๆตรงที่เพิ่งโดนประตูโขกเข้าไปเต็มๆ
"โอ๊ะ ขอโทษ มองไม่เห็นน่ะ ว่าแต่มึงมานั่งทำห่าอะไรตรงประตูละเนี่ย!? "ว่าพลางเบียดตัวกลมๆของตัวเองเข้ามาภายในห้องจนได้..
"......"
อ้าวเห้ย วันนี้มาแปลก ไม่ด่ากลับ ?-?
"นี่ จุนซู ถามไรหน่อยสิ? "
"อะไร? "คนถูกถามทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างไม่ยี่หระพลางหยิบนิตยสารที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาอ่าน...
"จูบแรกของมึงร้อนแรงไหมวะ? "
คนฟังแทบจะไอทะลุหน้านิตยสารกันเลยทีเดียวเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อนรักนั่น...ให้ตายมึงถามตรงไปไหมวะ!!? ทำกูแทบจะสำลักธาตุอากาศเนี่ย!?
"ถามทำไมวะ?..หรือว่ามึง.... "
"เออ"
"เชี่ยยย จริงป่ะเนี่ย!? "ถึงตรงนี้เซียพุ่งหลาวตัวเองมานั่งตรงหน้าแจจุงทันทีด้วยความตื่นเต้น...
"ไม่อยากจะเชื่อ เห็นไหมล่ะ? ถ้ามึงกระแดะล้มเลิกทุกอย่างก่อน มึงก็ชวดแน่"
"แล้วตกลงว่าไง... "
"อะไร? "
"ก็จูบแรกของมึงไงเล่า!!? "
"อ้อ...จริงๆมันก็ไม่ได้เรียกว่าจูบหรอก..เขาแค่จุ๊บฉันเบาๆน่ะ..อย่างเมื่อกี๊ที่ยูชอนมาส่ง..เขาก็... "
"อะไรนะ? มึงมีน้ำยาทำแค่นั้นเองหรอกเรอะ?! ห่า! ทำกูหลงคิดว่ามึงน่ะไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ที่แท้ก็แค่ kiss ไม่ใช่ make out ซะหน่อย"แจจุงโพล่งขึ้นมาทำเอาอีกคนที่ทำท่าทางเขินอายที่กำลังจะได้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าบ้านเมื่อกี๊ที่มิกกี้มาส่งล้มครืนและอารมณ์บ่จอยอย่างไม่เป็นท่า...ใบหน้าจากที่เป็นซาลาเปาโลมาแก้มแดงกลับถูกเปลี่ยนเป็นโลมาที่ถูกตีแสกเข้าที่กลางหน้าอย่างจัง
"อะไร?! แล้วอย่างมึงมันมากกว่ากูนักรึไง? Make out กับ kiss มันก็คือการเอาปากชนกันเหมือนกันนั่นแล่ะ!!!? "
"มึงไม่ได้ใช้ลิ้น อย่ามาโมเม... "
"ก็แค่ลิ้น..มึงก็ไม่ได้เรียกว่าคืบหน้ามากไปกว่ากูนักหรอกน่ะ! "
"ก็เพราะมันมากกว่านั้นไงล่ะ เฮอะ แม่โลมาอ่อน!!! "
"หมายความว่าไง?!!! มากกว่านั้น???...นี่มึงอย่าบอกว่า... "
"ใจเย็น กูยังเวอร์จิ้น...แต่ก็เกือบไปแล้ว..ถ้ากูเคลิ้มอีกนิด ความแตกแล้วแน่ๆ…"
"แจจุง นี่มึงระวังหน่อยดิวะ...เข้าใจนะว่ามันก็มีเผลอ..แต่หัดรักนวลสงวนตัวหน่อยได้ไหม? ถ้าความแตกขึ้นมา ไม่ซวยกันหมดรึยังไง!!? "
"ไอ้ควาย!! ที่พูดมาน่ะห่วงกูหรือห่วงตัวเองกันแน่!!!"ทำมาเป็นพูดดี มึงเองก็ขยันทอดนักไม่ใช่รึไง สะพานน่ะห๊ะ!!!?
"ไม่ใช่แบบนั้น...แหม ฉันไม่ได้เห็นแก่ตัวขนาดนั้นสักหน่อย(ถึงมันจะมีส่วนจริงก็เหอะ - -*)...แต่มึงก็ต้องระวังตัวดิวะ ถ้าความแตกขึ้นมา กูว่ายุนโฮไม่จับมึงกดหรอก...แต่เขาได้เขวี้ยงมึงแน่..อย่าลืมนะ ว่าเขายังไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ!! "
"นั่นสินะ..จะว่าไปแล้ว...เราไม่ได้คิดกันเลยนะ...ว่าท้ายสุดแล้ว..จะบอกพวกเขายังไง... "
เอาละไง
คิดแผนซะดิบดี ดันลืมคิดตอนไคล์แมกซ์ซะได้ (จริงๆแล้วมันควรจะคิดตั้งแต่ก่อนพวกแกจะวางแผนด้วยซ้ำนะ ---คนแต่ง - -*)
"ถึงตอนนั้น ค่อยให้ชางมินช่วยคิดก็แล้วกัน... "อ้าวเชี่ย โยนให้คนหล่อเดือดร้อนซะงั้น(เสียงของชางมินจากที่ใดที่หนึ่ง - -*)
"ว่าแต่...รู้ตารางแข่งรึยัง? "
"กูบอกมึงไปแล้วว่าอาทิตย์หน้า...กูว่ามึงอย่าเพิ่งเครียดเรื่องนั้นเลยว่ะ...มึงมาช่วยกูคิดดีกว่าว่าพรุ่งนี้กูจะมองหน้ายุนโฮได้ไหมเนี่ย!!? "
เล่นไปผลักออกกลางคันแบบนั้น...
ยุนโฮจะเกลียดแจจุงไปยังนะ T^T
2BC
Talk
วันที่สิบห้านี้จะครบสามเดือนที่ดองเรื่องนี้พอดี 55555 (คนอ่านไม่ขำ - -*)
คือแบบว่า เหอะๆ จะแก้ตัวยังไงดีล่ะ -*-
ไปเกาหลีมาเดือนนึงก็ใช้ไม่ได้สินะ (เพราะกลับมาตั้งแต่เดือนเจ็ดแล้วนิน่า = =)
สารภาพอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่บอกไว้เรื่อง Hot doctor นั่นคือ อันอันตันค่ะ T^T
คือเรียกว่าไงดี...ในหัวเนี่ยมีพล๊อตแล้วนะ แต่อารมณ์พิมพ์มันไม่มาเลยอ้ะ -*- คือไม่รู้จะเขียนคำพูดยังไงให้มันอ่านแล้วสนุก(พูดง่ายๆคือ..มันเขียนให้มันปัญญาอ่อนดังที่ใจต้องการไม่ได้อะค่ะ)...แบบเขียนแล้วลบๆๆเป็นสิบๆครั้ง นั่งมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ คืบหน้าไปเพียงสองหน้า ไม่รู้จะทำยังไงดีเพื่อให้ตัวเองเขียนออกมาได้ดีได้...
และมันก็ออกมาเท่าที่เห็นนี่แล่ะค่ะ - -* ภาษาแย่ไม่ราบรื่นเท่าตอนก่อนๆต้องขอโทษด้วยนะคะ V_V
จะพยายามบิ๊วอารมณ์ให้กลับมาไวๆ จะได้เขียนได้อย่างที่ใจต้องการสักที (เห้ออ~~)
สักตอนหน้า แจจุงคงได้ขึ้นเวทีมวยสักทีแล้วล่ะ (เท่าที่วางพล๊อตไว้นะคะ อิอิ)
เจอกันใหม่(ด้วยภาษาที่ต้องงามกว่านี้ให้ได้)..ภายในเวลาที่จะพยายามให้เร็วที่สุดค่ะ เหอๆ
ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนะคะ
จะรีบพยายามต่อนะคะ ^ ^
ปล. สำหรับคนที่พลาดในการสั่งรวมเล่ม First Love อันๆต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ตอนแรกคิดว่าจะทำเพิ่ม แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว เพราะอีกสามอาทิตย์จะบินไปไต้หวัน(อย่างไร้กำหนดกลับเสียด้วย เหอๆ) ยังไงถ้ามีโอกาสได้กลับไทยคราวหน้า รับรองว่าทำเพิ่มให้แน่นอนค่ะ (เรื่องอื่นถ้าปั่นจบก็จะรวมให้ด้วยเน้~~(ถ้ามีคนอยากให้รวมนะเคอะ))
posted on 15 May 2008 22:12 by deumbeui in Born-to-Be
Fiction : Born to Be# 7
Pairing : YunhoXJaejoong, YuchunXJunsoo, KibumXDonghae
Author: Deumbeui
Author’s note: ทรงผมใหม่ เห็ดจุนซู!
Warning : ตอนนี้จะมีภาษาประหลาดๆอยู่นะคะ อันอันมีทำตัวหนากับสีกำกับเอาไว้ เลื่อนอ่านความหมายตรง Talk เลยนะคะ ^ ^
"ไม่!!"
"เถอะนะ ทำเพื่อฉันหน่อยไม่ได้หรือยังไง? "
"ไม่ ยังไงก็ไม่!! "
"นี่เพื่อนกันรึเปล่าวะ?! ช่วยหน่อยดิแม่งงง!! "
"จะตัดเพื่อนกันวันนี้เลยก็ได้ ฉันไม่ถือ"
"จุนซู!!! "
"ไม่ต้องมาเรียก พ่อแม่ฉันเป็นคนตั้งชื่อให้ฉันเอง ฉันจำได้ไม่ต้องย้ำ"
"เอาซี่!! จะได้รู้กันไป กะอีแค่ทนไม่สวยเพื่อเพื่อน แกจะทำไม่ได้"
"ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ฉันไม่ทำ พอใจยัง? "
"ชางมิน ดูดิ!~~~ ฉันควรทำยังไงดี โฮ แบบนี้ความลับต้องถูกเปิดโปงแน่ๆ ฮือ~~"หญิงสาวทิ้งตัวลงกับโซฟายาว ยื่นใบหน้าขาวใสแทรกเข้าแทนที่หนังสือที่ชางมินกำลังขะมักเขม้นอ่านมันเพื่อทำรายงานส่ง ทำเอาเด็กหนุ่มมองหน้าอย่างขัดใจก่อนจะยกหนังสือเข้าใกล้หน้าตัวเองมากขึ้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญ
"มันก็จริงของจุนซูไม่ใช่หรอ? ปัญหาตัวเอง ก็แก้ด้วยตัวเองสิ"
"อะไรเนี่ย!? นี่นายก็เห็นด้วยกับมันอีกคนหรอ?!! "แจจุงกระเด้งตัวขึ้นนั่งทันที ก่อนจะส่งสายค้อนไปหาเพื่อนชายที่ตอนนี้หันเหไปเข้าข้างเพื่อนสาวของเขาเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว..
ชางมินวางหนังสือลงกับตักทอดสายตาเบื่อหน่ายไปยังใบหน้าขาวมู่บู้บี้นั่นพลางพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์แต่ทว่าหล่อบาดใจ..
"ก็แล้วจุนซูมันพูดผิดตรงไหนล่ะ? ผมมันน่ะ แทบจะกุดเป็นต้นหญ้างอกอยู่บนหัวอยู่แล้ว แกจะให้มันทำยังไงกับผมอีกห๊ะ? โกนทิ้ง?ไม่สิ ตัดหัวทิ้งไปเลยดีกว่าไหม? "
"ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?... "
"แล้วแกทำอะไรช่วยจะปรึกษาฉันก่อนได้ไหมล่ะ!?"คราวนี้เป็นเซียเสียเองที่เป็นคนแทรกขึ้นมา ใบหน้ากลมขมวดคิ้วมุ่น ตาเรียวหรี่เล็กลงจับจ้องอย่างโกรธเคือง...
"แล้วแกอยู่ให้ฉันปรึกษาไหม?! หันหน้ามาอีกทีก็หายหัวไปกับผู้ชายแล้ว! ทิ้งให้ฉันรับชะตากรรมอยู่คนเดียวน่ะ!! สมควรแล้วล่ะ ที่ฉันเข้าไปขัดจังหวะได้สำเร็จ"
"ปากหมาแบบนี้แล้วยังจะมีหน้ามาขอกูให้ช่วยมึงอีกรึไง!? "เซียถึงแว๊ดเสียงสูงใส่ทันทีเมื่อแจจุงขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
ยังเจ็บกระดองใจไม่หาย!
จะพูดให้กูเจ็บทำซากเรอะ!!!
"ถ้าแกไม่หลุดต่อยตอนนั้นออกมา สถานการณ์มันก็คงไม่แย่แบบนี้หรอก พอเป็นแบบนี้ฉันก็คิดว่าความลับต้องแตกแน่ๆ ฉันก็แค่อยากคว้าโอกาสสุดท้ายไว้ก็เท่านั้น! ต่อให้ฉันตามแกเข้าไปด้วย ฉันจะช่วยอะไรได้ ห๊า?!! "
"มาด่ากันฝ่ายเดียวแบบนี้ได้ไงล่ะ!!? หาข้อแก้ตัวชัดๆ ลองขึ้นไปอยู่ตรงนั้นบ้างดูไหมล่ะ?! อยากจะเห็นนักว่าแกจะทำไง? อยู่เฉยๆให้เขาต่อยให้เป็นมะเร็งเต้านมไหมล่ะ!!? "
ชางมินที่นั่งอยู่หลับตาลงอย่างปลงตก..
ถ้าให้เดา ด่ากันไปด่ากันมา สุดท้ายมันก็จะมาลงคนหล่ออย่างเขาที่เพียงพลั้งปากหลุดพูดเล่นออกไปครั้งนั่นแน่ๆ...
"ฉันบอกไปแล้วว่าพวกเธอจะไม่เป็นมะเร็งนะ.. "
"หุบปากไปเลย! เพราะแกแท้ๆไอ้เป็ดดำ ถ้าไม่พูดเรื่องมะเร็งเต้านมห่าเหวอะไรนั่นออกมา ฉันก็คงไม่ตกใจและชกรุ่นพี่คนนั้นเขาไปแบบนั้นหรอก!?"
"ใช่ ไม่งั้นฉันก็ไม่ต้องมาโดนไอ้ห่าแจจุงแม่งนั่งหาเรื่องฉันเนี่ย!! "
นั้นไง...
เหอะ ยังไม่ทันขาดคำ
โยนขี้มาให้คนหน้าตาดีอย่างเขาจนได้...
ชางมินคิดพลางกรอกตาขึ้นมองบนเพดานอย่างรู้ชะตากรรม
ที่กูพลาดครั้งเดียวแม่ง ใส่ไม่ยั้ง..
แต่พวกมึงเคยสำนึกกันบ้างไหมว่ามาถึงขั้นเนี่ยได้เพราะใครกันห๊า!!!!
เด็กหนุ่มได้แต่กุมขมับอย่างกลุ้มใจ..จะระเบิดใส่ตอนนี้ก็ไม่ดี..ตอนนี้หญิงสาวสองคนตรงหน้าแทบจะกินหัวกันได้อยู่แล้ว...ถ้าขืนเขาต่อปากต่อคำ ชาตินี้คงไม่มีทางจบสิ้นแน่...
"เดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปตัดผมเอง พอใจรึยัง? "ชางมินพูดออกมาในที่สุด...
"จริงนะ!!?? "แจจุงหันหน้ามาทางเพื่อนชายของตนทันที...ตาแวววับด้วยความตื่นเต้นเต็มพิกัดผิดกับเมื่อกี๊อย่างสิ้นเชิง...
ชางมินเงยหน้ามองสบตาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และก้มลงอ่านหนังสือตามเดิม..
นี่กูนั่งทำอะไรอยู่เนี่ย?
สนับสนุนให้เพื่อนตัวเองบ้าผู้ชายที่เป็นเกย์!!
กูต้องประสาทไปแล้วแน่ๆ ชิม ชางมินเอ้ย!??
...........
...........................
"ทงเฮ!~~ "
เสียงใสเจื้อยแจ้วมาก่อนตัวของหญิงสาวผิวขาวงามผุดผ่องดังทะลุเข้ามาถึงหลังร้านขณะที่ทงเฮกำลังตระเตรียมของหลังจากเปิดร้านเสร็จได้ไม่นาน..
"อ้าว..มากันแต่เช้าเลย...มีอะไรกันรึเปล่า?.. "
"ไม่มีอะไรหรอก พอดีชางมินจะมาตัดผมน่ะ!! "ตอบฉะฉานก่อนจะยิ้มหวานแฉ่งให้หนึ่งทีและพาตัวเองหลบไปด้านข้างก่อนจะดึงชางมินที่ยืนทำหน้าจะพะอืดพะอมทางด้านหลังของเขาขึ้นมา ไม่วายกระทุ้งสีข้างของเพื่อนชายให้รู้ตัว เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสีหน้าและส่งยิ้มหล่อทักทายให้ทันที..
"จะตัดกับเขาด้วยหรอเนี่ย? ผมชางมินก็ไม่ยาวมากนี่น่า"
"ผม... "
"พอดีชางมินเขาอยากลองเปลี่ยนทรงสั้นๆดูน่ะทงเฮ...เห็นช่วงนี้สาวๆที่โรงเรียนเขาชอบผู้ชายผมสั้นเหมือนนักบอลน่ะ!"แจจุงแทรกขึ้นตอบทันใดพลางหันไปยิ้มแยกเขี้ยวให้ชางมินพยักหน้าเออออตาม..
"อ๋อ..อย่างนี้นี่เอง...ว่าแต่จุนซูไม่มาหรอ? "
"อยู่หน้าร้านน่ะ พอดีกำลังคุยโทรศัพท์บอกทางเพื่อนอีกคนที่เขากำลังจะมาที่ร้าน... "
"เพื่อนหรอ? "
"เขากำลังอยากหาที่ทำผมน่ะ..พอดีจุนซูแนะนำมาให้ลองดูที่นี่น่ะ"
ชางมินเบือนหน้ามามองแจจุงอย่างเหลือเชื่อ...
ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจหรอกนะว่าทำไมเซียถึงไม่อยากให้ความร่วมมือนัก..
นอกจากจะวางแผนชั่วร้ายแล้ว...
ยังโยนขี้ให้คนอื่นหน้าด้านๆแบบนี้นี่เอง...
นี่คบมันมาเป็นเพื่อนได้ยังไงเป็นสิบปีวะเนี่ย!!!!
"อ้อ...งั้นเดี๋ยวชางมินนั่งก่อนได้เลยนะ..เดี๋ยวฉันจัดการให้... "ทงเฮผู้น่ารักพยักหน้ารับรู้สองสามครั้งและเอ่ยบอกชางมินด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรก่อนจะหายไปทางด้านหลังร้าน
ทันทีที่ทงเฮพ้นสายตาชางมินก็เริ่มพ่นใส่แจจุง...
"แกนี่ชั่วได้ใจมากเลยจริงๆ"
"อะไร!? ชั่วตรงไหนมิทราบ!? "
"หัดคิดเองบ้างสิ ฉลาดนักไม่ใช่หรอ? แม่จอมวางแผน เฮอะ!"เด็กหนุ่มหรี่ตาทำเสียงเย็นใส่ก่อนจะสะบัดใบหน้าคมหล่อเหลาไปอีกทางและเดินไปทางด้านหน้าร้านที่เซียยืนอยู่ปล่อยให้แจจุงคิดหนักอยู่คนเดียวอยู่เบื้องหลัง
อะไรกันวะ?!
นี่ฉันยังไม่ทันทำอะไรเลยนะเว้ย!? (รึเปล่าวะ? - -*)
ยังไม่ทันคิดอะไรออก..เพื่อนชายของเขาก็กลับเข้ามานั่งในร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตามมาด้วยเซียและชายหนุ่มอีกคนที่ส่งยิ้มหล่อมาทางเขาอย่างมีเลศนัย...
แจจุงกำลังคิดจะก้าวหาเดินไปหา...แต่เสียงหวานของคนทางด้านหลังก็หยุดเขาเอาไว้ก่อน..
"ชางมินตกลงจะเอาทรงอะไร คิดไว้รึยัง? "
แจจุงหันหลังเตรียมจะแนะนำคนที่อยู่ตรงหน้าเขาให้กับทงเฮแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากก็โดนเพื่อนสาวอันเป็นที่รักคว้าเข้าที่คอก่อนจะดึงลากเข้าด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว..
"นี่แกใส่ร้ายฉันเรอะ!? "ไม่พูดเปล่า เซียยกกรรไกรตัดผมแหลมคมเฟี้ยวขึ้นง้างจ่อเข้าที่ปลายผมด้านข้างของแจจุงไปด้วย
เห้ย!!!
นั่นมันแหลมนะเว้ย!!
ไปหยิบมาตอนไหนฟระเนี่ย!!!?
แจจุงได้แต่โอดครวญในใจ..ไอ้ห่าชางมินมันต้องไปฟ้องอะไรแน่ๆ..
แล้วนี่กูไปทำอะไรยังไม่รู้เลยเหอะ แล้วจะให้ตอบว่าไงกันฟระ!?!! - -*
"ว่ายังไง!!? "
"โอ้ย จุนซู ฉันไม่ได้พูดอะไรจริงๆนะ! "
"แล้วที่บอกว่าฉันเป็นคนแนะนำไอ้หมอประหลาดประสาทกินนั่นมาให้ทงเฮล่ะ หมายความว่ายังไง!? "
โอ้ย แค่นี้เองน่ะหรอ!?
ไอ้ปากหมาเป็ดดำจะคาบไปฟ้องเพื่อ!!!?
รอดจากกรรไกรนี้ไปได้
กูจะกลับไปไถหัวมึงทิ้งแน่ๆ!!!
"ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้น..จุนซู พอดีฉันรีบพูดมากไปหน่อยก็เลยไม่ได้คิดเท่านั้นเอง.. "
"ก็เลยโยนมาว่าฉันเป็นคนพามาให้รู้จักสินะ!? "
"จุนซู มันอันตรายนะ..เดี๋ยวผมฉัน... "แจจุงเอ่ยขัดเปลี่ยนเรื่องเมื่อกรรไกรมันชักจะเข้าใกล้ผมเขามากขึ้นทุกทีที่เซียใส่อารมณ์..
"แกก็แบบนี้ทุกที พูดอะไรน่ะ เคยคิดก่อนบ้างไหม?? ห๊ะ!! "
โอ้ย แม่งก็รู้นิสัยกูดีอยู่แล้ว
จะด่าทำเห้ไรวะเนี่ย!? - -*
"คือ.เอ่อ..ฮึบ!!!.. "แจจุงสบโอกาสขณะที่เซียเผลอก่อนที่จะพยายามยื้อยุดกรรไกรมาแต่เซียกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นง่ายๆ..
"เอามานะ! "
"จุนซู มันอันตรายนะเว้ย! กะแค่ฉันพูดผิดแค่นี้ กะจะฆ่าจะแกงกันเลยเรอะ!? "แจจุงเบี่ยงตัวไปด้านหลัง ทำทุกวิถีทางทุกอย่างเพื่อหลบวิถีมือของเพื่อนตัวเล็กที่จะเอื้อมได้ถึง..
"ก็แกทำตัวให้มันน่าฆ่านักนี่!...เอามานะแจจุง!"ถึงแม้ความสูงของตัวเองจะเป็นรองอยู่มากแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะต่อกรเลยสักนิด..
"เอามา!! "
"ไม่!! เรื่องอะไรล่ะ อ๊ะ!!...จุนซู เอาคืนมานะ! "
"ไม่มีทาง! "
"ฮึ้ยยยย"
"ย๊ากกกก"
...
...
ฉึบ!!!!!!!!!!
..
..
"เอ่อ... "
"เอ่อ...จุนซู..ฉัน..เอ่อ... "
เซียที่ได้ยินถึงเสียงผมของตนเองร่วงหล่นลงพื้นยกมือขึ้นจับผมหน้าที่รู้สึกได้ว่าหายแหว่งไปกว่าครึ่งอย่างตะลึงค้าง..
"ฉันขอโทษ..ฉัน..เอ่อ.... "
"ไปละนะ~!"
ไม่ทิ้งเวลาให้เสียไปมากกว่านั้น แจจุงอาศัยเท้าที่ยาวกว่าเบี่ยงตัวเองวิ่งออกหนีทันที..
"แจจุง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!แกกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!!!!!!!! "เสียงสูงโอเปร่าแปดหลอดถูกงัดออกจากกล่องเสียงทันทีเมื่อ คิม จุนซู ไร้การควบคุมกระทันหัน...ฝีเท้าที่สั้นกว่าออกวิ่งตามหลังทันที..
"ตายซะเถอะ!!!... "
ปึก!!!
"โอ้ย!!! "
แม้ว่าจะขาสั้นแต่กับการที่ออกตัวอย่างเร็วก็ไม่สามารถเบรกตัวเองได้ทัน ทำเอาชนเข้าหลังกว้างๆของเพื่อนสาวที่หยุดยื่นนิ่งตรงหน้าทันที
"มึงทำไรวะ แม่ง!!! "คำหยาบเริ่มถูกขุดออกมาใช้เมื่อเริ่มไม่พอใจระดับสูงสุด..แต่แล้วคำหยาบคำอื่นก็ถูกพับเก็บลงเข้ากล่องเสียงลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า..
"ทะ..ทงเฮรู้จักกันหรอ? "เป็นแจจุงที่เอ่ยถามหลังจากนิ่งอึ้งมานาน..
"เอ่อ..กับคิบอมน่ะหรอ?..ก็..อื้อ..ทำนองนั้น... "หนุ่มหน้าหวานที่กำลังคุยยิ้มแย้มหวานแหววกับชายหนุ่มที่แจจุงตอนแรก(ตั้งใจ)จะมาแนะนำเอ่ยตอบที่ฟังก็รู้ว่าขลาดเขินอยู่ในที
"ทำไมพูดจาใจร้ายแบบนั้นล่ะครับ? เราไม่ใช่แค่รู้จักกันสักหน่อย"คิบอมเอ่ยพลางเข้าใกล้ทงเฮเข้าไปอีก แต่ไม่มีท่าทีว่าทงเฮจะหลบหลีกแต่อย่างใด..
เหมือนถูกขวานตีแสกกลางหน้า
พระเจ้า!
นี่เขาพลาดอะไรไปรึเปล่า!?
=[]=
"นี่มัน..หมายความว่าไง? "กลายเป็นเซียบ้างที่เอ่ย เพราะแจจุงท่าทางจะถูกแช่แข็งเพราะช๊อกไปแล้ว
ยิ่งถูกรุกทงเฮก็ยิ่งหน้าแดง..
ตาโตลอบสบตาคมก่อนจะหันหน้าหลบวูบ...
"ไม่มีอะไรหรอก..ว่าแต่..จุน..จุนซู!!!!!!!!!!!!!! "
เสียงหวานร้องแหลมอย่างตกใจทำเอาทุกคนหันมาจ้องกันเป็นตาเดียว...(ยกเว้นแจจุงที่ยังคงแข็งค้าง)
"ผม...ผมเธอ!! "
เหมือนเพิ่งรู้ตัว..เซียยกมือจับผมหน้าตัวเองก่อนจะวิ่งไปส่องหน้ากระจกทันที..
เสียงหวีดร้องโหยหวนแล้วแต่ใครจะจินตนาการว่ามันออกมาในรูปแบบใดและดังแค่ไหน..
คนแต่งรู้แต่เพียงว่าแก้วกี่ใบกระจกกี่บานแถวบริเวณนั้นสั่นสะเทือนแทบทุกบาน บางอันถึงขั้นมีรอยร้าวกันเลยทีเดียว..
"แจจุง!!!!!!!!!!!แกตาย!!!!!!!!!!!!!!!! "
เซียหันใบหน้าที่ประดับประดาด้วยทรงผมทรงเห็ดที่เกิดจากการที่หน้าม้าถูกตัดเท่ากันทุกเส้นปกอยู่เหนือคิ้วพอดิบพอดีบนใบหน้ากลมป๊อกมาทางแจจุงที่ไหวตัวเองทันรีบหลบเข้าไปอยู่หลังทงเฮได้ทันท่วงทีก่อนที่มือเล็กสั้นของเพื่อนสาวจะคว้าไว้ได้ทัน
"ทงเฮช่วยฉันด้วยนะ!~ "
"ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ออกมาให้ฉันปาดคอซะดีๆ!!! "
"เดี๋ยวๆๆนี่..พอก่อน..ทั้งคู่นี่แล่ะ หยุดได้แล้ววว"ทงเฮที่เป็นเหมือนเสาเพื่อให้ทั้งคู่ได้ไล่จับกันโวยเสียงดัง
"จะให้ฉันไม่ทำอะไรมันเลย ทั้งๆที่มันทำผมฉันเป็นแบบนี้เนี่ยนะ ทงเฮ!? "เซียหยุดแวะหายใจบอกเพียงเสี้ยววิ ก่อนที่กำลังจะกลับไปไล่จับแจจุงอีกครั้ง แต่ทงเฮก็หยุดไว้ได้เสียก่อน
"เดี๋ยวฉันแก้ให้"
"แก้? จะแก้ยังไง!! ม้าเต่อเห็ดแบบนี้น่ะนะ!!!!!!! "
"แนวดีออกนะ"แจจุงโผล่หน้าออกมาพูดเพียงนิดก่อนจะรีบหลุบกลับไปเหมือนเดิมเมื่อโดนเซียตวาดเข้าให้อีกครั้ง
"มาลองตัดดูไหมเล่า!!!!!!!!ไอ้ควายยยย มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!!! "
"แต่ฉันว่ามันก็น่ารักดีนะ จุนซู"
"ทงเฮ!!!!!!! "
^ ^”
.
.
วันรุ่งขึ้น..
"งอกๆ เห็ดจุนซู"
ปัง!!
เสียงปิดล๊อกเกอร์ดังลั่นห้องแต่งตัวที่เหลือเพียงคนสองคน จุนซูที่เพิ่งระบายอารมณ์กับประตูล๊อกเกอร์นั้นหันส่งสายตามายังคนที่พูดจาประหลาดไม่เข้าหูอย่างอาฆาตเคียดแค้น..
ผิดกับอีกคนที่ยืนยิ้มแฉ่งเข้าสู้…
"เป็นอะไร? วันนี้ไม่ค่อยบานหรอ? "
"เลิกพูดภาษาเห็ด***ใส่ฉันสักที ไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่! " (เลื่อนลงไปอ่านคำแปลของภาษาเห็ดที่ทำตัวหนาไว้ทั้งหลายที่ Talk นะคะ)
"โอ้ยพ่นสปอร์ใส่แต่เช้ามันไม่ดีนะ เดี๋ยวอารมณ์จะฝ่อทั้งวันนะเธอ"
"แจจุง!!!! "
"โอเคๆ ฉันเข้าใจแล้วว่าวันนี้เห็ดจุนซูไม่บาน ฉันไม่กวนล่ะ หุบละนะ!
"แจจุงว่าพลางตบไหล่เซียไปด้วยก่อนจะเอ่ยเอื้อนประโยคด้วยรอยยิ้มและรีบหายหัวจากไปทิ้งให้อีกคนต้องมานั่งคอยหัวหมุนกับภาษาเห็ดประหลาดบ้าบอที่เมื่อวานพอกลับจากร้านทงเฮ ทั้งชางมินและแจจุงต่างก็ค้นคิดมันขึ้นมาเพื่อล้อเลียนทรงผมเขา...
พากูไปเดือดร้อน...
ยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาทำแบบนี้ได้อีก...
เดี๋ยวแม่เขวี้ยงซะนี่!!!
หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดเตะข้าวของระบายตลอดทางขณะเดินไปยังประตูทางออกอย่างอารมณ์เสีย หน้ากลมสะบัดมองกระจกใกล้ๆประตูครั้งสุดท้ายก่อนจะทึ้งผมอีกสักรอบกับทรงผมอันสุดแสนทุเรศของตัวเอง
ยาวๆสักทีสิฟระ ไอ้ผมบ้า!!!!!
เซียกระชากประตูออกก่อนจะเดินดุ่มๆไปเรื่อยยังที่ที่ปกติซ้อมกับมิกกี้เป็นประจำ...
"งอกครับ จุนซู"
เซียหันสามร้อยหกสิบองศาทันที กะจะอะละวาดให้มันหมดมาดชายวันนี้ไปข้าง..
ใครบังอาจใช้ภาษาเห็ดกับกูวะ!!!!!!!!
"ยูชอน!.. "
"ครับ? "
เซียอ้าปากค้าง จะด่าก็ด่าไม่ออก รอยยิ้มบาดตาตรงนั่นมันช่าง...
โอ้ยยยย!!!! คิม จุนซู อยากจิบร้า!!!
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็สะบัดหน้าหนีมาแทน..
หญิงสาวกำมือแน่นกัดฟันกรอดด...
หนอยนะหนอยยย..
ไอแจจุง มึงใช้ไอ้ภาษาทุเรศๆนั่นกับกูคนเดียวไม่พอ..
ยังจะไปพ่นลามใส่คนอื่นอีก...
กลับไปกูจะโกนให้ผมมึงให้เป็นทางรถไฟแน่ๆ!!!!!!!!!
"ผมแค่ล้อเล่นเอง ไม่งอนนะครับ"ไม่พูดเปล่า มือใหญ่เอื้อมมาหยิบจับมือเรียวเล็ก(กลม)ขึ้นมากอบกุมพลางช้อนตามองออดอ้อนทำเอาอีกคนระทวยสติกระเจิดกระเจิง...
"งอนแบบนี้ เดี๋ยววันนี้อารมณ์ก็ฝ่อหมดนะ... "
"ยูชอน!!!..ไม่เอาแล้ว ผมไม่เล่นด้วยแล้วนะฮะ"เซียว่าพลางหันหลังหนีอีกครั้ง สะบัดมือหนีเบาๆพองาม..
"ตกลงครับๆ ไม่เล่นก็ไม่เล่น...เราไปซ้อมกันดีกว่านะครับ"มิกกี้หลุดขำเล็กน้อยกับความน่ารักของคนตรงหน้าก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้แนบชิดแผ่นหลังบางและกระซิบที่ใบหูเล็กทำเอาอีกคนเสียววูบวาบใช่ย่อย..
"ก็ได้ฮะ...อ๊ะ! อื้อ~!"เซียที่ใจอ่อนระทวยนวยนาดตั้งแต่แผ่นอกกว้างของอีกคนแนบชิดกับหลังของตัวเองแล้วหันหลังหวังจะตอบรับคำของร่างสูง..
แต่เกินที่จะคาดคิด..
จู่ๆมิกกี้ก็โน้มตัวลงมาแนบริมฝีปากของตัวเองกับริมฝีปากล่างของเขาเป็นที่เรียบร้อย..
แม้จะเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาที..
แต่ใช่ว่าเขาจะโง่ไม่รู้สึก
ยูชอนจูบกับเขาแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขุนนางไพร่ฟ้า ประธานาธิบดี จักรพรรดิทั่วโลกเป็นพยาน... คิม จุนซู มีจูบแรกแล้ว (มีจูบแรกแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงแอคโค่ดังก้องภายในสมองของเซีย)!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ชักจะรักทรงผมนี้แล้วสิ
ขอบใจนะแจจุง ^ ^
……….
…………………
"ยุนโฮเห็นทรงผมใหม่ของจุนซูยัง!? "
"เห? ครับ?? "
ร่างสูงที่กำลังนั่งอ่านกระดาษแผ่นหนึ่งในมือตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด..เอาแขนอีกข้างหลบไปไว้ด้านหลังเพื่อให้ร่างบางกระโดดเข้านั่งในอ้อมกอดเขาอย่างสะดวกๆได้ก่อนมือใหญ่จะโอบล๊อกเข้าที่เอวบางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ..ตาคมละออกจากกระดาษแผ่นนั้นมาสบตาคมหวานที่มีแววระยิบระยับตั้งแต่เข้าห้องซ้อมมา...
"ทรงผมใหม่อะ ของจุนซูเห็นยังฮะ? "
"เห็นยูชอนพูดๆแล้วนะ ที่ว่าหน้าม้าเต่อๆหน่อยน่ะหรอ? "พูดพลางเอามือเกลี่ยปอยผมนุ่มที่ตกลงมาเกะกะใบหน้าขาวน่ารักนั่นก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แนบชิดมากขึ้น (ไอ้หมี อุ้มแจจุงวางบนตักก็สิ้นเรื่องงงง - -*)
"ทรงเห็ดๆๆ!! ตอนนี้ผมใช้ภาษาเห็ดกับจุนซูอยู่ล่ะ สนุกมากเลย ผมสอนให้เอามะ? ผมเพิ่งสอนยูชอนไปเอง...ท่าทางยูชอนจะชอบซะด้วย... "และเสียงเจื้อยแจ้วก็ไหลไปเรื่อยอย่างที่ยุนโฮชอบฟัง...แต่เสียงหวานที่เพิ่งพูดไปไม่ได้นานก็ต้องชะงักลงเมื่อตากลมโตสะดุดกับกระดาษแผ่นขนาดเอสี่ในมือของร่างสูง
"เห?...นี่มันอะไรน่ะฮะ? "
"ตารางแข่งรอบแรกอาทิตย์หน้านี้ไงครับ"
"หา!!!!!!! มะ..ไม่ใช่เดือนหน้าหรอกหรอ? ที่ว่าจะแข่งอะฮะ... "
"เดือนหน้านั่นมันนัดรอบรองกับรอบชิง...รอบคัดเลือกน่ะ อาทิตย์หน้านี่แล้วครับแจจุง"
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แจจุงฝันไปใช่ไหม? คุณผู้อ่าน!!!!
=[]=
2BC
Talk
ก่อนอื่นที่จะพล่ามอะไร
ไปอ่านคำแปลของภาษาเห็ดกันก่อนนะคะ ^ ^
งอก แปลว่า สวัสดี
บาน แปลว่า ดี, มีความสุข
พ่นสปอร์ แปลว่า ด่า, ว่า, ต่อว่า
หุบ แปลว่า บ๊ายบาย (อย่างที่แจจุงพูด หุบละนะ ก็แปลทำนองว่า ไปก่อนนะ แบบนั้นน่ะค่ะ)
ฝ่อ แปลว่า ไม่ดี, ห่อเหี่ยว (ตรงข้ามกับคำว่าบาน)
ภาษาเห็ดทั้งหลายต้องขอขอบคุณรุ่นพี่ที่อยู่วงโคฟเวอร์ด้วยกันมา ที่พี่ท่านไปตัดทรงผมนี้มาและคิดค้นภาษาเหล่านี้พูดกันในวง 555 ขอบคุณที่ทำให้อันๆคลอดฟิกมาได้อีกตอน หลังจากดองไปเดือนกว่านะเคอะ 
ซอรี่แรงๆสักสิบทีเลยนะคะ ที่หายหน้าหายตาไปแบบว่า...เหอๆ
หลังจากตอนนี้ก็ต้องรีบไปปั่น Hot doctor ต่อที่ดองนานไม่แพ้กัน - -*
เป็นฟิกไร้พล๊อตทั้งสองเรื่อง ให้ตาย เหอๆ
ยังไงจะรีบมาต่อให้นะคะ
แต่ถ้าหายหน้าไปอีกเดือน นั่นคืออันๆไปเกาหลีเน้ แต่ยังไงจะรีบมาต่อให้ก่อนไปอีกตอนนะคะ ^ ^
ขอบคุณที่ติดตามฟิกค่ะ
(โค้งงามๆ)
ปล.มีคนบ่นว่าพระเอกเราออกกันน้อย รออีกนิดเน้อ ช่วงนี้สองสาวต้องแก้ปัญหาชีวิตกัน 55
ปล.2 คนที่สงสัยเกี่ยวกับทงเฮและคิบอม ตอนหน้าได้รู้กันเน้ ^ ^